กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
บทวิเคราะห์ศัพท์
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “พันธบัตรออมสิน” หมายความว่า หนังสือตราสารซึ่งธนาคารออมสินออกให้แก่ผู้ฝากเงิน โดยมีข้อสัญญาว่าเมื่อหนังสือตราสารนั้นครบกำหนดเวลา ธนาคารออมสินจะจ่ายคืนเงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝาก เป็นจำนวนเงินดังที่ได้กำหนดไว้ “เงินต้น” หมายความว่า
จำนวนเงินที่ผู้ฝากได้ฝากไว้ตามราคาพันธบัตรออมสินที่ธนาคารออมสินออกให้
การฝากเงิน
ข้อ ๒ บุคคลที่ได้ฝากเงินในธนาคารออมสินประเภทหนึ่ง หรือหลายประเภทอยู่แล้วก็ดี จะขอฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสินอีกประเภทหนึ่งก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่โดยขอโอนเงินมาจากเงินฝากประเภทอื่น
ลักษณะ ราคา และอายุพันธบัตรออมสิน
ข้อ ๓ พันธบัตรออมสินจะออกจำหน่ายเป็นงวด ๆ งวดใดมีลักษณะ และขนาดอย่างใด และชนิดราคาฉบับละเท่าใด รวมกี่ฉบับ ออกจำหน่ายชนิดใด เป็นเงินจำนวนเท่าใด กำหนดอายุของพันธบัตรออมสินและกำหนดอัตราจ่ายคืนเงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยเมื่อพันธบัตรออมสินมีอายุครบกำหนดและไม่ครบกำหนดตามความที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๑๒
หรือมีเงื่อนไขอื่นใดอย่างไร ธนาคารออมสินจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนออกจำหน่ายทุกงวด
พันธบัตรออมสินที่มีอายุครบกำหนด
ข้อ ๔ เมื่อพันธบัตรออมสินฉบับใดมีอายุครบกำหนดดังที่ธนาคารออมสินได้ประกาศกำหนดอายุไว้ตามความในข้อ ๓ ให้ถือว่าพันธบัตรออมสินฉบับนั้นสิ้นอายุ ให้ธนาคารออมสินจ่ายคืนเงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝาก ตามอัตราที่ธนาคารออมสินได้กำหนดและประกาศให้ทราบล่วงหน้า
การนับอายุพันธบัตรออมสิน
ข้อ ๕ การนับอายุพันธบัตรออมสิน ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ขอฝากเป็นต้นไป ถ้ามิได้ขอฝากในวันที่ ๑ ของเดือน ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑ ของเดือนต่อไป และเดือนหนึ่งให้ถือว่าตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันสิ้นเดือนของเดือนตามปฏิทินเป็นเกณฑ์
ลักษณะผู้ฝาก
ข้อ ๖ บุคคลที่จะฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสินได้ คือ ก. บุคคลที่มีอายุตั้งแต่เจ็ดปีขึ้นไป โดยฝากคนเดียวหรือเข้าชื่อร่วมกันไม่เกินสามคนก็ได้ ข. นิติบุคคล
ข้อ ๗ ผู้ฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน ต้องฝากในนามอันแท้จริงของตน และต้องไม่ใช่ฝากเพื่อประโยชน์บุคคลอื่น
การออกจำหน่ายและการอนุมัติจ่ายเงิน
ข้อ ๘ การออกจำหน่ายก็ดี การออกต้นฉบับ หรือใบแทนพันธบัตรออมสินก็ดี การตรวจสอบสั่งอนุญาตให้จ่ายคืนเงินแก่ผู้ฝากในกรณีใด ๆ ก็ดี ให้สำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินมีอำนาจดำเนินการและสั่งได้แห่งเดียว
วิธีฝาก
ข้อ ๙ บุคคลใดประสงค์จะฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน ให้บุคคลนั้น หรือผู้แทนไปขอฝาก ณ สำนักงานธนาคารออมสินหรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสินแห่งใดแห่งหนึ่ง ผู้ฝากจะต้องทำคำขอฝากตามแบบพิมพ์ที่กำหนดไว้
ข้อ ๑๐ เมื่อผู้ฝากได้นำเงินฝากตามราคาพันธบัตรออมสินมาส่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของธนาคารออมสิน แล้วแต่กรณี ออกใบรับเงินให้ไว้เป็นสำคัญ เพื่อผู้ฝากจะได้ยึดถือไว้ชั่วคราว ในระหว่างรอการอนุมัติการฝากจากสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน ใบรับเงินนี้ให้แสดงชื่อสำนักงานธนาคารออมสิน
หรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสิน วัน เดือน ปี นาม ผู้ฝาก จำนวนเงินฝาก และลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของธนาคารออมสิน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๑ เมื่อผู้ฝาก หรือผู้แทนรับพันธบัตรออมสินก็ให้คืนใบรับเงินดังกล่าวในข้อ ๑๐
การถอนเงินคืนเมื่อพันธบัตรออมสินอายุยังไม่ครบกำหนด
ข้อ ๑๒ พันธบัตรออมสินใดอายุยังไม่ครบกำหนด ผู้ฝากจะขอถอนเงินคืนได้ต่อเมื่อพันธบัตรออมสินนั้นมีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไป และการถอนเงินคืนในกรณีเช่นนี้ ให้ถอนเงินคืนได้ตามอัตราที่ธนาคารออมสินกำหนดและประกาศให้ทราบล่วงหน้าตามความในข้อ ๓
ให้ถือว่าพันธบัตรออมสินที่ขอถอนเงินคืนนั้นสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ขอถอนเงินคืน
วิธีถอนเงินคืนซึ่งพันธบัตรออมสิน
ข้อ ๑๓ พันธบัตรออมสินฉบับใด มีอายุครบกำหนดตามความในข้อ ๔ หรือผู้ฝากใดที่ประสงค์จะถอนเงินคืนระหว่างพันธบัตรออมสินอายุยังไม่ครบกำหนดตามความในข้อ ๑๒ ให้ผู้ฝากหรือผู้แทนนำพันธบัตรออมสินไปขอถอนเงินคืน ณ สำนักงานธนาคารออมสิน หรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสินแห่งใดแห่งหนึ่ง
ผู้ฝากจะต้องทำคำขอถอนเงินคืนตามแบบพิมพ์ที่กำหนดไว้
ข้อ ๑๔ เมื่อผู้ฝากได้ยื่นคำขอถอนเงินคืนพร้อมด้วยพันธบัตรออมสิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของธนาคารออมสินออกใบรับให้ไว้เป็นสำคัญ เพื่อผู้ฝากจะได้ยึดถือไว้ชั่วคราวในระหว่างรอการอนุมัติจ่ายเงินจากสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน ใบรับนี้ให้แสดงชื่อสำนักงานธนาคารออมสิน หรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสิน
วัน เดือน ปี เลขหมายพันธบัตรออมสิน นามผู้ฝาก และลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของธนาคารออมสิน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ฝากหรือผู้แทนรับเงินถอนคืน ก็ให้คืนใบรับดังกล่าวในข้อ ๑๔
พันธบัตรออมสินชำรุด หรือสูญหาย
ข้อ ๑๖ พันธบัตรออมสินฉบับใดชำรุด หรือสูญหาย และผู้ฝากประสงค์จะให้ธนาคารออมสินออกใบแทนให้ใหม่ ให้ผู้ฝากไปแจ้งการสูญหายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือตราสินต่ออำเภอท้องที่เป็นหลักฐานตามกฎหมาย แล้วให้นำหลักฐานการแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือคำตราสินที่อำเภอท้องที่ หรือพันธบัตรออมสินฉบับที่ชำรุด แล้วแต่กรณี
ไปแสดงและแจ้งตามแบบพิมพ์ ณ สำนักงานธนาคารออมสิน หรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสินแห่งใดแห่งหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของธนาคารออมสินออกใบรับให้ไว้เป็นสำคัญ เพื่อผู้ฝากจะได้ยึดถือไว้ชั่วคราวในระหว่างรอการตรวจสอบและอนุมัติจากสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน ผู้ฝากจะต้องเสียค่าใบแทนฉบับละสองบาท
ข้อ ๑๗ เมื่อผู้ฝากหรือผู้แทนรับใบแทนพันธบัตรออมสิน ก็ให้คืนใบรับดังกล่าวในข้อ ๑๖
ผู้ฝากมีสิทธิสอบถาม
ข้อ ๑๘ ถ้าบุคคลที่ขอฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสินไม่ได้รับพันธบัตรออมสินก็ดี หรือผู้ฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสินขอถอนเงินคืนไม่ได้รับเงินคืนก็ดี หรือผู้ฝากขอใบแทนพันธบัตรออมสินแทนต้นฉบับที่ชำรุดหรือสูญหายไม่ได้รับใบแทนพันธบัตรออมสินก็ดี ภายในเวลาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ได้แสดงความจำนงขอฝาก ขอถอนเงินคืน
หรือขอใบแทน ผู้นั้นจะสอบถาม ณ สำนักงานธนาคารออมสิน หรือสำนักงานตัวแทนของธนาคารออมสินที่ตนได้แสดงความจำนงไว้ หรือจะสอบถามตรงไปยังสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินก็ได้
การโอน
ข้อ ๑๙ การโอนพันธบัตรออมสินให้แก่กัน ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้รับโอนต่อเมื่อผู้ฝากได้แจ้งการโอนต่อธนาคารออมสิน และธนาคารออมสินได้ตรวจสอบลายมือชื่อผู้โอนถูกต้องแล้ว
พันธบัตรออมสินที่ถูกสั่งคืนเงิน
ข้อ ๒๐ พันธบัตรออมสินฉบับใดออกให้ไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎกระทรวงนี้อันเป็นความผิดของผู้ฝากเอง ผู้อำนวยการธนาคารออมสินมีอำนาจสั่งจ่ายคืนเงินแก่ผู้ฝากได้ เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่าเงินต้น
การรับมรดก
ข้อ ๒๑ ถ้าผู้ฝากตายลงในระหว่างที่พันธบัตรออมสินมีอายุยังไม่ครบกำหนดและผู้ใดพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ว่าตนเป็นผู้จัดการมรดก หรือผู้รับมรดกของผู้ฝาก ผู้อำนวยการธนาคารออมสินมีอำนาจสั่งจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ผู้นั้นได้
แม้พันธบัตรออมสินฉบับนั้นจะมีอายุไม่ครบกำหนดหนึ่งเดือนก็ดี หรือจะสั่งโอนพันธบัตรออมสินฉบับนั้นเป็นของผู้รับมรดกต่อไปก็ได้ การคำนวณอายุของพันธบัตรออมสินในกรณีที่ผู้อำนวยการธนาคารออมสินสั่งจ่ายเงินเช่นว่านี้ ให้ถือวันที่ผู้ฝากถึงแก่ความตาย
เป็นวันพันธบัตรออมสินฉบับนั้นสิ้นอายุและเป็นวันที่ได้ขอถอนเงินคืน
ข้อ ๒๒ เมื่อพันธบัตรออมสินมีอายุครบกำหนดแล้ว ผู้ฝากจะได้ขอถอนเงินคืนไว้หรือไม่ก็ตาม หรือพันธบัตรออมสินที่มีอายุยังไม่ครบกำหนดแต่ผู้ฝากได้ขอถอนเงินคืนไว้ หากผู้ฝากตายลง เมื่อผู้ใดพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจผู้อำนวยการธนาคารออมสินว่าตนเป็นผู้จัดการมรดก หรือผู้รับมรดกของผู้ฝาก
ผู้อำนวยการธนาคารออมสินมีอำนาจสั่งจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ผู้นั้นได้
ทอดทิ้ง
ข้อ ๒๓ พันธบัตรออมสินที่มีอายุครบกำหนด ผู้ฝากไม่ไปรับเงินถอนคืนจนพ้นเวลาสิบปี นับตั้งแต่วันที่พันธบัตรออมสินนั้นครบอายุก็ดี หรือนับตั้งแต่วันที่ขอถอนเงินคืนก็ดี หรือพันธบัตรออมสินที่มีอายุยังไม่ครบกำหนด แต่ผู้ฝากได้ขอถอนเงินคืนไว้แล้ว ถ้าผู้ฝากไม่ไปรับเงินถอนคืนจนพ้นเวลาสิบปี
นับแต่วันขอถอนเงินคืนก็ดี ให้ถือว่าผู้ฝากทอดทิ้ง ให้ธนาคารออมสินแยกลงบัญชีไว้ต่างหาก
อนุโลมใช้กฎกระทรวง ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน
ข้อ ๒๔ นอกจากที่ระบุไว้แล้ว ให้นำกฎกระทรวงว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินมาใช้บังคับแก่การรับฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน โดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ วิวัฒนไชย ไชยันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน
附則
ข้อ ๓ (ยกเลิก)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อเพิ่มพูนความนิยมและความเลื่อมใสของประชาชนให้มากยิ่งขึ้นต่อกิจการของธนาคารออมสิน
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทพันธบัตรออมสิน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อเป็นการอำนวยประโยชน์แก่ราษฎรผู้ซื้อพันธบัตรออมสินได้โอนกรรมสิทธิ์กันได้ทุกงวดตามความประสงค์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).