ข้อ ๑๙
ข้อ ๑๙ เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้สำนักงานดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลโดยเร็ว
ข้อ ๑๙ เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้สำนักงานดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลโดยเร็ว
ข้อ ๒๐ การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในระหว่างรอการนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามข้อ ๑๙ ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นเงินสด ให้นำเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่เลขาธิการกำหนด (๒) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอัญมณี เครื่องทองรูปพรรณ หรือของมีค่าอื่น หรือเป็นสังหาริมทรัพย์ ให้เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยตามที่เลขาธิการกำหนด (๓) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สะดวกต่อการขนย้ายหรือจะเป็นภาระแก่ทางราชการในการเก็บรักษา อาจจัดให้ผู้อื่นหรือส่วนราชการอื่นดูแลรักษาทรัพย์สินหรือจะจ้างคนเฝ้าทรัพย์สินก็ได้ (๔) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ให้นำเข้าฝากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามที่เลขาธิการกำหนด ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินเห็นว่าการเก็บรักษาและจัดการโดยวิธีการอื่นจะเหมาะสมและเกิดประโยชน์แก่ราชการมากกว่าวิธีการที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินรายงานเลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการให้เก็บรักษาและจัดการได้ตามที่เห็นสมควร ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาและจัดการทรัพย์สินให้ใช้เงินจากงบประมาณ ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๒๑ การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินหรือการเปลี่ยนสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเลขาธิการ
ข้อ ๒๒ ในกรณีที่จะต้องนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้สำนักงานนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นใดตามที่สำนักงานเห็นสมควร และนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือการจำหน่ายดังกล่าวไปชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งนี้ ให้นำระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๕๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่สำนักงานไม่อาจนำทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามวรรคหนึ่งได้ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ต้องห้ามตามกฎหมายมิให้บุคคลทั่วไปถือครองหรือเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ ให้สำนักงานส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ส่วนราชการที่มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นหรือดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข้อ ๒๓ การนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายที่ยื่นคำร้องตามข้อ ๓ ให้สำนักงานมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ มารับทรัพย์สิน ณ สำนักงานหรือสถานที่อื่นใดตามที่สำนักงานกำหนด หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ ตามที่ได้รับแจ้งความประสงค์ไว้ โดยผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ นั้นเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการโอนเงินดังกล่าว (๒) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานหรือบริการที่สำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียหายนั้นจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สำนักงานส่งทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และเลขาธิการตกลงกัน (๓) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรซึ่งสำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียหายนั้นจากหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ ให้สำนักงานส่งทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นใดให้หน่วยงานดังกล่าวเพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๒๔ ให้สำนักงานจัดทำบัญชีการนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายไว้เป็นฐานข้อมูล โดยจะจัดเก็บโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ให้เลขาธิการจัดให้มีการตรวจทานความถูกต้องของบัญชีตามวรรคหนึ่งเป็นระยะ
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ มีหนังสือสละสิทธิการได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล หรือไม่มารับคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายภายในสองปีนับแต่ได้รับแจ้งจากสำนักงานแล้ว ให้สำนักงานดำเนินการนำทรัพย์สินนั้นส่งเข้ากองทุน และในกรณีที่มีผู้มาขอรับคืนโดยใช้สิทธิขอรับคืนตามกฎหมายอื่นซึ่งสามารถทำได้ถึงแม้จะเกินสองปีไปแล้ว ก็ให้สำนักงานส่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้มาขอรับคืนนั้น หากไม่อาจส่งคืนทรัพย์สินได้ ให้คืนเป็นเงินจากกองทุนแทน แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด หากไม่มีผู้มารับคืนเมื่อล่วงพ้นห้าปี ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของกองทุน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๙/๑ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหาย คำร้องและการยื่นคำร้อง และการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สิน เพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามมาตรา ๔๙/๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).