ข้อ ๘ บุคคลต่อไปนี้อาจยื่นคำร้องหรือดำเนินการอื่นใดที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้แทนผู้เสียหายได้ (๑) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้เยาว์ซึ่งสามารถเข้าใจตามควรเกี่ยวกับสาระสำคัญแห่งการกระทำของตนที่จะดำเนินการด้วยตนเอง (๒) ผู้อนุบาล กรณีผู้เสียหายเป็นคนไร้ความสามารถ
(๓) ทายาทหรือผู้จัดการมรดก กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย เว้นแต่การรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามคำพิพากษานั้น เฉพาะผู้จัดการมรดกเท่านั้นที่ดำเนินการแทนผู้เสียหายได้ (๔) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือสามีหรือภริยา
ในกรณีที่ผู้เสียหายบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองและไม่อาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้
ข้อ ๙ คำร้องต้องระบุข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด และต้องแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สำเนาคำพิพากษาให้ได้รับคืนหรือได้รับชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน (๒)
สำเนาหลักฐานการร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐาน (๓) สำเนาหลักฐานการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน (๔) หลักฐานอื่นใดตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๑๐ การยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการผ่านช่องทางอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานหรือสถานที่อื่นใดตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด (๒) ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนส่งมาที่สำนักงาน ทั้งนี้ ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับที่ซองคำร้องเป็นวันยื่นคำร้อง
(๓) ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑ การยื่นคำร้องหรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๑๒ การมีหนังสือแจ้งผู้เสียหายตามกฎกระทรวงนี้ หากเป็นกรณีที่มิได้ดำเนินการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือมิได้ส่งมอบให้ถึงตัว ให้แจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับตามที่อยู่ที่ผู้เสียหายแจ้งความประสงค์ไว้
และให้ถือว่าผู้เสียหายได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีภายในประเทศ หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการส่งหรือรับดังกล่าว หรือได้รับภายหลังจากวันที่ถือว่าได้รับแล้วนั้น
ข้อ ๑๓ เมื่อได้รับคำร้องที่ยื่นภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำร้อง ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องครบถ้วนให้ออกใบรับตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง แต่หากคำร้องไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด
ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม
พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วย แล้วแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องทราบ ในกรณีการยื่นคำร้องมิได้กระทำด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องลงนามในบันทึกนั้นไว้ด้วย และเมื่อได้รับคำร้องที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว
ให้ออกใบรับตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้องและให้พนักงานเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายต่อไปโดยเร็ว ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำร้องไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องหรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร
หรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงตามเอกสารหรือหลักฐานเท่าที่ปรากฏ
ข้อ ๑๔ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายเสร็จแล้ว ให้เร่งจัดทำรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อเลขาธิการโดยเร็ว เพื่อขอความเห็นชอบในการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาต่อไป
ข้อ ๑๕ เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบให้เสนอคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณามีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีรายการข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นให้ดำเนินการเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหาย ดังต่อไปนี้
(๑) รายการผู้เสียหายและจำนวนความเสียหายที่เห็นควรร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืน ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว (๒)
รายการผู้เสียหายพร้อมด้วยประเภทและจำนวนความเสียหายที่เห็นควรร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายตามสัดส่วนความเสียหาย ในกรณีที่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว (๓)
รายการผู้เสียหายหรือผู้ยื่นคำร้องซึ่งไม่มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมเหตุผลประกอบ (๔) สถานะการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องทรัพย์สินหรือค่าเสียหายตามกฎหมายอื่น
ข้อ ๑๖ เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ให้เลขาธิการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไปโดยเร็ว
แต่หากมีมติไม่เห็นชอบด้วยให้คำร้องหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายนั้นตกไป และให้มีหนังสือแจ้งมติไม่เห็นชอบดังกล่าวแก่ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายใดไม่เห็นด้วยกับมติคณะกรรมการธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง
ให้มีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาทบทวนได้ โดยจัดทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและเหตุผลที่สนับสนุนข้อโต้แย้งนั้นพร้อมด้วยพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งมติดังกล่าว
ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งมติดังกล่าวพร้อมกับแจ้งด้วยว่าหากปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในภายหลังว่าผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘
ได้ดำเนินการตามกฎหมายอื่นเป็นผลให้ได้รับคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายอื่นเต็มจำนวนความเสียหายหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานดังกล่าวแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงนั้นด้วย
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่าเรื่องที่เสนอให้พิจารณานั้นยังมีข้อเท็จจริงไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อไป
ข้อ ๑๘ เมื่อเลขาธิการได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว หากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘
หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภายหลังเกี่ยวกับผลการเรียกร้องทรัพย์สินหรือค่าเสียหายตามกฎหมายอื่น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงดังกล่าวเสนอต่อเลขาธิการโดยเร็วเพื่อขอความเห็นชอบในการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณามีมติให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องที่ยื่นต่อศาลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันต่อไป
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).