我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2568 หมวด ๒ การดำเนินการ

มาตรา ๒๒–มาตรา ๕๑共 30 條

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย (๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบสี่คน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย (๓) อธิการบดี (๔) ประธานสภาบุคลากรและประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสี่คน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีจำนวนหนึ่งคน และจากคณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสถาบันหรือสำนักจำนวนสามคน (๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนไม่เกินสี่คน ซึ่งเลือกจากพนักงานมหาวิทยาลัยหรือข้าราชการของมหาวิทยาลัยซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารหรือประธานสภาบุคลากร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (๕) และ (๖) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ให้สรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอจำนวนหนึ่งคน สภามหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง ต้องมีจำนวนของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าจำนวนของกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยทั้งหมด ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยเมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ในกรณีที่ไม่มีอุปนายกสภามหาวิทยาลัยหรืออุปนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง และจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัยด้วยก็ได้

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้มีสำนักงานสภามหาวิทยาลัยในสำนักงานมหาวิทยาลัยรับผิดชอบงานธุรการของสภามหาวิทยาลัย มีผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบขึ้นตรงต่อนายกสภามหาวิทยาลัย คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การโยกย้าย และการดำเนินการทางวินัยต่อผู้อำนวยการสำนักงานตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกสภามหาวิทยาลัยก่อน จึงจะดำเนินการได้ ให้อธิการบดีติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานตามวรรคหนึ่ง โดยให้นายกสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรืออาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๔ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพราะฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยว่างลงก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่จำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดที่จะพึงมีได้ตามมาตรา ๒๒ ในกรณีเช่นนี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่าง และให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หรือได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือยังมิได้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะถึงวันที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือวันที่ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทอื่นขึ้นใหม่แล้ว

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ เมื่อมีกรณีที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ (๖) โดยวิธีการสรรหาหรือเลือกบุคคล แล้วแต่กรณี ในการดำเนินการดังกล่าวให้สภามหาวิทยาลัยประกาศกำหนดจำนวนของกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ต้องสรรหาหรือเลือก และต้องระบุเหตุผลของการกำหนดจำนวนไว้ในประกาศนั้นด้วย โดยหลักเกณฑ์และวิธีการประกาศให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ สภามหาวิทยาลัยมีหน้าที่และอำนาจกำกับและอภิบาลให้มหาวิทยาลัยดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ ปฏิบัติภารกิจอุดมศึกษาด้วยปัญญาและวิทยาการที่มีคุณค่าต่อมนุษย์อย่างสมดุลและสมบูรณ์ เป็นไปตามหลักการของการจัดการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา โดยหน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) กำหนดเป้าหมาย วางนโยบาย แนวทาง และแผนในการพัฒนามหาวิทยาลัย แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย ตลอดจนนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการจัดหารายได้ แหล่งทุน และทรัพยากรอื่น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย (๒) ให้ความเห็นชอบพันธกิจที่มหาวิทยาลัยมีต่อผู้เรียน บุคลากร สังคม และประเทศ เพื่อประกาศต่อสาธารณะให้รับทราบกันอย่างกว้างขวาง (๓) ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของมหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย และอาจมอบหมายให้มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกระเบียบหรือประกาศสำหรับมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้ (๔) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การบริหารการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย (๕) จัดให้มีประมวลจริยธรรมของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และผู้เรียน (๖) อนุมัติการดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้ (ก) การจัดตั้งหรือยุบเลิกวิทยาเขต (ข) การจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๙ และการจัดตั้ง การรวม การแบ่ง หรือการยุบเลิกหน่วยงานภายในของส่วนงานตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ค) หลักสูตรการศึกษาและการเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวม หรือการยกเลิกหลักสูตรการศึกษา (ง) การรับเข้าสมทบ การจัดการศึกษาร่วม หรือการยกเลิกการสมทบ หรือการยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่น (จ) การจัดการศึกษาในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือประเทศอื่น (ฉ) การให้และการเพิกถอนปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตร หรือการร่วมให้หรือการร่วมเพิกถอนปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรกับสถานศึกษาชั้นสูงที่ร่วมจัดการศึกษา รวมทั้งการให้และการเพิกถอนปริญญากิตติมศักดิ์ (ช) งบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายของมหาวิทยาลัย (ซ) การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน การลงทุน การร่วมลงทุน หรือการออกพันธบัตรหรือตราสารใดเพื่อการลงทุน (ฌ) การจัดตั้งหรือการร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิติบุคคลหรือยกเลิกนิติบุคคล (๗) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และพิจารณาถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ (๘) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น (๙) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ (๑๐) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลมหาวิทยาลัยและอธิการบดี และแต่งตั้งบุคคลซึ่งเป็นกลางและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางประกอบกันเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (๑๑) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลดังกล่าวทำการแทน แล้วรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ (๑๒) ติดตามและประเมินผลมหาวิทยาลัยและอธิการบดี และพิจารณารายงานการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ ที่อธิการบดีเสนอ (๑๓) รับรองรายงานประจำปีของมหาวิทยาลัยและเสนอรายงานนั้นต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบ (๑๔) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย (๑๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของส่วนงานใดหรือของผู้ใดโดยเฉพาะ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ การประชุมและวิธีดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติประการใดแล้ว ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรับรองรายงานการประชุมของสภามหาวิทยาลัยก่อน เว้นแต่สภามหาวิทยาลัยจะมีมติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง มีพันธกิจรักษามาตรฐานและพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการของมหาวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ รวมทั้งหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ องค์ประกอบของสภาวิชาการต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภาวิชาการทั้งหมด

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้มีสภาบุคลากร ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งเลือกตั้งจากพนักงานมหาวิทยาลัยและข้าราชการของมหาวิทยาลัย โดยให้กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเลือกกันเองเพื่อแต่งตั้งให้คนหนึ่งเป็นประธาน จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาบุคลากร ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ สภาบุคลากรมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่อธิการบดีในการบริหารกิจการทั้งปวงของมหาวิทยาลัย (๒) ส่งเสริมจริยธรรมและผดุงเกียรติของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย (๓) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัยในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยในการจัดหารายได้ ทุน และทรัพยากรอื่นจากแหล่งต่าง ๆ ให้มหาวิทยาลัย และสนับสนุนการดำเนินกิจการอื่นของมหาวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัยคณะหนึ่งหรือหลายคณะตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด ประกอบด้วยประธานและกรรมการ ทำหน้าที่พิจารณาการขอเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ รวมทั้งหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัยขึ้นตรงต่อสภามหาวิทยาลัย และจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้ ให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๖ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือรองอธิการบดีเป็นคณาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ผู้นั้นอาจแสดงความจำนงขอพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาการหรือลดภาระงานทางวิชาการได้ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี (๓) เป็นหรือเคยเป็นคณบดีในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งและวรรคสองอาจกำหนดให้สภามหาวิทยาลัยรับรองคุณวุฒิ ตำแหน่ง หรือประสบการณ์ตาม (๑) (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี เพิ่มเติมได้

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ อธิการบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๓) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๔) เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ได้กระทำความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากสถาบันอุดมศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ (๖) เคยถูกวินิจฉัยว่ากระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง นอกจากลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ จะแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก็ได้ รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ซึ่งแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกต้องมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดไว้ หรือจำนวนหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่งที่พึงมี แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม (๕) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่โดยไม่นับรวมกับตำแหน่งอธิการบดี เพราะฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ (๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะไม่ผ่านการประเมินผลตามเกณฑ์ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ อธิการบดีเป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั้งปวง มีหน้าที่บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัย และมติของสภามหาวิทยาลัย และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ และพันธกิจของมหาวิทยาลัย (๒) จัดทำพันธกิจของมหาวิทยาลัย แผนพัฒนามหาวิทยาลัย แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย และแผนปฏิบัติการประจำปีเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย (๓) บริหารการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย (๔) จัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย (๕) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน ดำเนินการทางวินัย และบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย (๖) ดำเนินการให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ และการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย (๗) กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ (๘) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดี รองหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ ผู้ช่วยคณบดี และอาจารย์พิเศษ (๙) จัดหารายได้ ทุน และทรัพยากรอื่นจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย (๑๐) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย (๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ในกรณีที่อธิการบดีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีลำดับตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบเป็นผู้รักษาการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี หรือไม่มีผู้รักษาการแทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๖ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ เป็นผู้รักษาการแทน

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ในกรณีที่มีการจัดตั้งวิทยาเขต ให้มีรองอธิการบดีคนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาเขตให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของมหาวิทยาลัย และปฏิบัติหน้าที่อื่น ทั้งนี้ ตามที่อธิการบดีมอบหมาย การบริหารและการดำเนินงานภายในวิทยาเขต ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการประสานงานประจำวิทยาเขตประกอบด้วยรองอธิการบดีตามวรรคหนึ่งเป็นประธาน หัวหน้าส่วนงานในวิทยาเขตเป็นกรรมการ และกรรมการอื่นตามที่จำเป็น เพื่อประโยชน์แก่การประสานงานและการบริหารงานของวิทยาเขต

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ในคณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือวิทยาลัย ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของส่วนงานนั้น และจะให้มีรองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดี หรือจะมีทั้งรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดเพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมายก็ได้

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ คณบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี ให้นำความในมาตรา ๓๖ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับแก่คณบดีด้วยโดยอนุโลม คณบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาคณบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ และให้นำความในมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระของคณบดีด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองคณบดีโดยคำแนะนำของคณบดีจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยคณบดีตามคำแนะนำของคณบดีจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย ให้นำความในมาตรา ๔๒ มาใช้บังคับแก่การรักษาการแทนคณบดีด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ในคณะ วิทยาลัย และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือวิทยาลัย ให้มีคณะกรรมการประจำส่วนงานนั้น และให้คณบดีเป็นประธานกรรมการ องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ รวมทั้งหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการประจำส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ในสำนักงานมหาวิทยาลัย ให้มีผู้อำนวยการสำนักงานมหาวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของสำนักงานมหาวิทยาลัย และจะให้มีรองผู้อำนวยการตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็ได้ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการบริหารส่วนงานดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ เมื่อผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ในสถาบัน สำนัก หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสถาบันหรือสำนัก ให้มีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของส่วนงานนั้น และจะให้มีรองผู้อำนวยการตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็ได้ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา และการพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการบริหารส่วนงานดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ เมื่อผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา และจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว ให้รักษาการแทนตำแหน่งอื่นได้อีกเพียงหนึ่งตำแหน่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การรักษาการแทน การมอบอำนาจให้ปฏิบัติการแทน ตลอดจนการมอบอำนาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่มีกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหรือกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ อนุกรรมการ หรือมีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนทำหน้าที่กรรมการ อนุกรรมการ หรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการแทนด้วย แล้วแต่กรณี

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).