มาตรา ๕ ให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัย มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความต้องการของท้องถิ่นและผลิตครูถึงระดับปริญญาตรี ทำการวิจัย ส่งเสริมวิทยฐานะของครูบาอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
ให้วิทยาลัยครูเป็นส่วนราชการในกรมการฝึกหัดครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของวิทยาลัยครูร่วมกัน สภาอาจกำหนดให้วิทยาลัยครูหลายแห่งรวมกันเป็นกลุ่มวิทยาลัยครูได้ จำนวนกลุ่ม หลักเกณฑ์และวิธีการแบ่งกลุ่ม การเลือกอธิการเป็นประธานกลุ่ม วาระของการเป็นประธานกลุ่ม การดำเนินงานของกลุ่ม
และกิจการอื่น ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา
มาตรา ๖ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรจัดตั้งวิทยาลัยครูในท้องที่ใด หรือเห็นสมควรยกฐานะสถาบันฝึกหัดครูที่ได้ดำเนินการสอนอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นวิทยาลัยครูตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เสนอเรื่องต่อสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
การจัดตั้งวิทยาลัยครูหรือการยกฐานะสถาบันฝึกหัดครูตามวรรคแรกให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๗ วิทยาลัยครูแต่ละแห่งมีส่วนราชการดังนี้ (๑) สำนักงานอธิการ (๒) คณะวิชา (๓) หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ สำนักงานอธิการ อาจแบ่งเป็นฝ่ายหรือแผนก คณะวิชา อาจแบ่งเป็นภาควิชา หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการอาจแบ่งเป็นฝ่ายหรือแผนก
มาตรา ๘ การแบ่งส่วนราชการของวิทยาลัยครู การแบ่งเป็นฝ่ายหรือแผนกในสำนักงานอธิการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ และการแบ่งเป็นภาควิชาในคณะวิชา หรือการยุบเลิกการแบ่งส่วนราชการหรือฝ่าย แผนกหรือภาควิชาดังกล่าวให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๘ ทวิ ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ วิทยาลัยครูโดยความเห็นชอบของสภาอาจรับสถานศึกษาอื่นเข้าสมทบในวิทยาลัยครูได้ และมีอำนาจให้ปริญญาตรี
อนุปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรชั้นใดชั้นหนึ่งแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษานั้นได้และวิทยาลัยครูโดยความเห็นชอบของสภาอาจเข้าสมทบกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นได้ วิทยาลัยครูโดยความเห็นชอบของสภา มีอำนาจที่จะสั่งให้สถายศึกษาที่รับเข้าสททบพ้นจากการสมทบในวิทยาลัยครู
หรือให้วิทยาลัยครูพ้นจากการสมทบกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นเมื่อใดก็ได้ การรับเข้าสมทบ การเข้าสมทบ หรือการเลิกการสมทบตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมสถานศึกษาที่รับเข้าสมทบในวทยาลัยครูนั้น ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภา
มาตรา ๙ ให้กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรเงินงบประมาณให้แก่กรมการฝึกหัดครูตามที่เห็นสมควรเพื่อดำเนินกิจการวิทยาลัยครู ทั้งนี้ โดยแยกเป็นพิเศษจากงบประมาณเพื่อการอื่นของกรมการฝึกหัดครู เงินงบประมาณ เงินผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมทั้งทรัพย์สินซึ่งมีผู้ให้แก่กรมการฝึกหัดครูเพื่อกิจการวิทยาลัยครูแห่งใด
ให้กรมการฝึกหัดครูจัดสรรเพื่อประโยชน์และวัตถุประสงค์ของวิทยาลัยครูแห่งนั้น รายได้ที่กรมการฝึกหัดครูได้รับจากกิจการวิทยาลัยครูแต่ละแห่งไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).