มาตรา ๑๐ ให้มีสภาการฝึกหัดครู ประกอบด้วย (๑) นายกสภา ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (๒) อุปนายกสภา ได้แก่ อธิบดีกรมการฝึกหัดครู (๓) กรรมการสภาโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมวิชาการ อธิบดีกรมสามัญศึกษา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนทบวงมหาวิทยาลัย (๔) กรรมการสภาซึ่งเป็นประธานกลุ่มวิทยาลัยครู (๕) กรรมการสภา ซึ่งได้เลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของแต่ละกลุ่มวิทยาลัยครู จำนวนกลุ่มวิทยาลัยครูละหนึ่งคน (๖) กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก โดยคำแนะนำของนายกสภา อุปนายกสภาและกรรมการสภาตาม (๓) (๔) และ (๕) มีจำนวนไม่เกินกรรมการตาม (๓) ให้รองอธิบดีกรมการฝึกหัดครูเป็นเลขานุการสภา ในกรณีที่มีรองอธิบดีหลายคน ให้รองอธิบดีผู้ที่อธิบดีมอบหมายเป็นเลขานุการสภา
และให้ผู้อำนวยการกองกองการฝึกหัดครู กรมการฝึกหัดครูเป็นผู้ช่วยเลขานุการสภา ให้กรมการฝึกหัดครูทำหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของสภา
มาตรา ๑๑ การเลือกตั้งกรรมการสภาตามมาตรา ๑๐ (๕) ให้บรรดาคณาจารย์ประจำของแต่ละกลุ่มวิทยาลัยครูเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้วกรรมการสภาตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของสภา ให้กรรมการสภาตามมาตรา ๑๐ (๕) ดำรงตำแหน่งสองปี แต่อาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๑๒ ให้กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งสองปี แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกก็ได้ ในกรณีที่กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว หรือในกรณีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการสภาซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
มาตรา ๑๓ สภามีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของวิทยาลัยครู และมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (๑) ออกข้อบังคับและวางระเบียบของวิทยาลัยครู ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติและฟื้นความรู้ของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในวิทยาลัยครู และวางระเบียบการบริหารภายในวิทยาลัยครู (๒) อนุมัติหลักสูตรต่าง ๆ (๓)
ส่งเสริมการศึกษาอบรมและการวิจัยของวิทยาลัยครูให้เจริญยิ่งขึ้น (๔) อนุมัติการให้ปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตร (๕) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการศึกษา การฝึกหัดครู และปัญหาทางการศึกษาอื่น ๆ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการหารือ (๖) พิจารณาจัดตั้ง ยุบ รวมและเลิกคณะวิชา
หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ และภาควิชา (๗) พิจารณาการแต่งตั้ง โยกย้าย และถอดถอนอธิการ รองอธิการ หัวหน้าสำนักงานอธิการ รองหัวหน้าสำนักงานอธิการ หัวหน้าคณะวิชา รองหัวหัวหน้าคณะวิชา หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ
รองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ (๘) วางระเบียบเกี่ยวกับการจัดทำและการพิจารณางบประมาณ การเงิน และทรัพย์สินของวิทยาลัยครู (๙)
แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมให้คำแนะนำหรือดำเนินกิจการของวิทยาลัยครู (๑๐) พิจารณาการรับสถานศึกษาอื่นเข้าสมทบในวิทยาลัยครู การให้สถานศึกษาที่รับเข้าสมทบพ้นจากการสมทบในวิทยาลัยครู และการเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบของวิทยาลัยครูกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น (๑๑)
กำหนดเครื่องหมายของสภาและเครื่องหมายของวิทยาลัยครู
มาตรา ๑๔ ให้นายกสภาเป็นผู้เรียกประชุมสภา ถ้ากรรมการสภาตั้งแต่สามคนขึ้นไปร้องขอให้สภาประชุมเพื่อกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้นายกสภาเรียกประชุม ในการประชุม ต้องมีกรรมการสภามาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นายกสภาเป็นประธานในที่ประชุม
ในกรณีที่นายกสภาไม่อาจมาประชุมได้ ให้อุปนายกสภาเป็นประธาน ในกรณีที่นายกสภาและอุปนายกสภาไม่อาจมาประชุมได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการสภาคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
มาตรา ๑๕ การลงมติให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๖ วิทยาลัยครูแต่ละแห่งให้มีอธิการคนหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในการบริหารงานของวิทยาลัยครู และจะให้มีรองอธิการคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการจะมอบหมาย อธิการนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภาและให้ดำรงตำแหน่งสี่ปี
แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกก็ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ การถอดถอนอธิการก่อนครบวาระต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงถอดถอน รองอธิการนั้นให้สภาแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการจากคณาจารย์ประจำของวิทยาลัยครู และให้ดำรงตำแหน่งชั่วระยะเวลาที่อธิการนั้นดำรงตำแหน่งอยู่
เว้นแต่จะได้มีการถอดถอนในระยะเวลาดังกล่าว
มาตรา ๑๗ อธิการและรองอธิการต้องได้รับปริญญาจากวิทยาลัยครูหรือได้รับปริญญาหรือเทียบเท่าในวิชาที่มีการสอนในวิทยาลัยครูจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอื่นหรือสถาบันศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภารับรอง
มาตรา ๑๘ ในกรณีที่อธิการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการเป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรองอธิการหลายคนให้รองอธิการที่อธิการมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าอธิการไม่ได้มอบหมาย ให้รองอธิการที่มีอาวุโสเป็นผู้รักษาการแทน ในกรณีที่ตำแหน่งอธิการว่างลงหรือกรณีที่อธิการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
และไม่มีรองอธิการหรือรองอธิการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้หัวหน้าสำนักงานอธิการเป็นผู้รักษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการเป็นกรรมการหรือให้มีอำนานหน้าที่อย่างใด
ให้ผู้รักษาการแทนทำหน้าที่กรรมการหรือมีผู้อำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการแทนด้วย
มาตรา ๑๙ ในวิทยาลัยครูแต่ละแห่งให้มีคณะกรรมการประจำวิทยาลัยครูประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการ (๒) รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองอธิการ ในกรณีที่มีรองอธิการหลายคน ให้สภาแต่งตั้งรองอธิการคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการโดยคำแนะนำของประธานกรรมการ ส่วนรองอธิการอื่นให้เป็นกรรมการ (๔)
กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ หัวหน้าสำนักงานอธิการ หัวหน้าคณะวิชาและหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ (๕) กรรมการ ซึ่งจะได้เลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำในวิทยาลัยครูจำนวนเท่ากับกรรมการตาม (๓) (๖) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งสภาแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของประธานกรรมการและกรรมการตาม (๒) กรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้ดำรงตำแหน่งสองปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ ในกรณีกรรมการตาม (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว หรือในกรณีที่เลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการตาม (๔)
และ (๕) เพิ่มขึ้นในระหว่างที่คณะกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งไว้แล้ว ให้หัวหน้าสำนักงานอธิการเป็นเลขานุการคณะกรรมการประจำวิทยาลัยครู
มาตรา ๒๐ การเลือกตั้งกรรมการประจำวิทยาลัยครูตามมาตรา ๑๙ (๔) ให้บรรดาคณาจารย์ประจำในวิทยาลัยครูเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดเป็นข้อบังคับของสภา
มาตรา ๒๑ คณะกรรมการประจำวิทยาลัยครูตามมาตรา ๑๙ มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้ (๑) วางระเบียนของวิทยาลัยครูด้วยความเห็นชอบของสภา (๒) พิจารณากำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรเพื่อเสนอต่อสภา (๓) จัดการวัดผลการศึกษา (๔) รับปรึกษาและให้ความเห็นแก่อธิการ (๕)
จัดทำงบประมาณประจำปีเสนอกรรมการฝึกหัดครูโดยได้รับความเห็นชอบจากสภา (๖) จัดทำรายงานแสดงผลงานและการรับจ่ายเงินในรอบปี
มาตรา ๒๒ ในการประชุมคณะกรรมการประจำวิทยาลัยครูตามมาตรา ๑๙ ให้นำมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๓ ในสำนักงานอธิการ ให้มีหัวหน้าสำนักงานอธิการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ในคณะวิชา ให้มีหัวหน้าคณะวิชาคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ในหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ ให้มีหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการคนหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ในภาควิชา ให้มีหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ และจะให้มีรองหัวหน้าสำนักงานอธิการ รองหัวหน้าคณะวิชา รองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ หรือรองหัวหน้าภาควิชา แล้วแต่กรณี คนหนึ่งหนึ่งหรือหลายคนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยก็ได้ หัวหน้าสำนักงานอธิการ
รองหัวหน้าสำนักงานอธิการ ให้สภาแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำวิทยาลัยครูและถอดถอนโดยคำแนะนำของอธิการ หัวหน้าคณะวิชา รองหัวหน้าคณะวิชา หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่อย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ รองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ หัวหน้าภาควิชาและรองหัวหน้าภาควิชา
ให้สภาแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำวิทยาลัยครู โดยคำแนะนำของอธิการและให้อยู่ในตำแหน่งสี่ปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๒๔ คณาจารย์ในวิทยาลัยครู มีดังนี้ (๑) ศาสตราจารย์ซึ่งอาจเป็นศาสตราจารย์ประจำหรือศาสตราจารย์พิเศษ (๒) รองศาสตราจารย์ (๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (๔) อาจารย์ซึ่งอาจเป็นอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ การเข้าดำรงตำแหน่งทางวิชาการของศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการครู
มาตรา ๒๕ ศาสตราจารย์พิเศษนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมิได้เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของวิทยาลัยครู
มาตรา ๒๖ ศาสตราจารย์ประจำซึ่งพ้นตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด ให้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ
มาตรา ๒๗ (ยกเลิก)
มาตรา ๒๘ (ยกเลิก)
มาตรา ๒๙ (ยกเลิก)
มาตรา ๓๐ อาจารย์ประจำต้องมีคุณวุฒิได้ปริญญาตรีจากวิทยาลัยครู หรือได้ปริญญาหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นซึ่งสภารับรอว หรือเป็นผู้มีความชำนาญในสาขาวิชาที่มีการสอนในวิทยาลัยครู อาจารย์พิเศษนั้น
อธิการจะได้แต่งตั้งขึ้นแต่ละปีการศึกษาตามความเห็นชอบของสภาจากบุคคลซึ่งมีคุณวุฒิเช่นเดียวกับอาจารย์ประจำ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).