มาตรา ๒๑ อธิบดีกรมโยธาเทศบาลมีอำนาจที่จะกำหนดมาตรฐานและลักษณะต่าง ๆ ของทางหลวงและงานทางเช่นระยะเขตทางหลวง ส่วนกว้างทางจราจรสำหรับรถและคน อัตราลาด ส่วนโค้งของทาง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสายต่าง ๆ ระดับ สัมพันธ์ของพื้นดิน วัตถุ ประกอบพื้นทาง ลักษณะทางแยก ลักษณะช่องระบายน้ำ
และอุปกรณ์งานทางอื่น ๆ โดยทำเป็นข้อบังคับไว้ ณ สำนักงานของกรมโยธาเทศบาล และส่งมอบสำเนาไว้ประจำสำนักงานผู้อำนวยการทางหลวง ข้อบังคับดังกล่าวในวรรคก่อน ให้ถือปฏิบัติตามในงานทางเสมอไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติอธิบดีกรมโยธาเทศบาลเป็นอย่างอื่น
มาตรา ๒๒ นอกจากทางหลวงสัมปทาน การสร้างทางหลวงประเภทใด ๆ ขึ้นใหม่ หรือขยายเขตทางหลวง ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้อํานวยการทางหลวงประเภทนั้น ๆ ที่ จะทำได้โดยอนุมัติอธิบดีกรมโยธาเทศบาล เว้นแต่การสร้างหรือขยายเขตทางหลวงแผ่นดินจะต้องได้รับอนุมัติกระทรวงมหาดไทย
มาตรา ๒๓ เมื่อมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่งานทาง ผู้อํานวยการทางหลวงมีอำนาจที่จะปิดทางจราจรในทางหลวงนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้และจะวางระเบียบปฏิบัติสำหรับให้เจ้าพนักงานปิดทางจราจรเป็นครั้งคราวเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อประโยชน์ของงานทางก็ได้
มาตรา ๒๔ เมื่อมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่งานทาง ผู้อํานวยการทางหลวงมีอำนาจที่จะใช้พื้นดินซึ่ง ณ ที่นั้นปราศจากสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ ริมทางหลวงเป็นการชั่วคราวเท่าที่จําเป็นแก่การทำงานทางนั้น แต่จะต้องแจ้งให้เจ้าของที่ดิน
หรือผู้ครอบครองที่ดินที่ต้องใช้นั้นทราบล่วงหน้าแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าการใช้ที่ดินนั้นทำให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินเสียหาย ให้ผู้อํานวยการทางหลวงกำหนดค่าเสียหายชดเชยให้ตามสมควร ถ้ามีการโต้แย้งจำนวนเงินอันจะพึงใช้เป็นค่าเสียหาย
ให้ผู้อํานวยการทางหลวงเสนอเพื่อให้คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นเป็นผู้วินิจฉัย คําวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรานี้ คณะหนึ่งให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ในกรณีที่มีการโต้แย้งว่า การใช้ที่ดินตามความในวรรคต้นได้ก่อให้เกิดการเสียหายหรือไม่
ให้นําความในวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๕ ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจที่จะทำงานทางผ่านทับ หรือลอดทางน้ำ หรือทางรถไฟ เมื่อได้แจ้งความประสงค์และให้ส่งสำเนาแบบก่อสร้างล่วงหน้าต่อผู้ควบคุมการรถไฟ หรือทางน้ำนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
มาตรา ๒๖ ผู้อํานวยการทางหลวงมีอำนาจที่จะทำหรือ แก้ทางระบายน้ำที่ไหลผ่านทางหลวงในเขตที่ดินภายในระยะ ๒๐๐ เมตรจากขอบแนวทางหลวง โดยแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบ และให้ส่งสำเนาแบบก่อสร้างต่อเจ้าของที่แล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ถ้าในการนั้นเจ้าของที่ดินได้รับความเสียหาย
ให้ผู้อํานวยการทางหลวงคิดค่าเสียหายชดเชยให้ตามสมควร ถ้าไม่เป็นการตกลงกันได้ ให้นําความในมาตรา ๒๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๒๗ เพื่อบําบัดปัดป้องภยันตราย ซึ่งจะมีมาเป็นสาธารณโดยฉุกเฉิน ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจที่จะใช้วัตถุในที่ดินภายในบริเวณที่เกิด หรือใกล้เคียงกับภยันตรายเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ของงานทาง และมีอำนาจที่จะเกณฑ์จ้างราษฎรตลอดจนเครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ สัตว์
และอุปกรณ์บรรดาที่เป็นประโยชน์แก่งานทางตามอัตราจ้างและวิธีการซึ่งจะได้กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา การใช้วัตถุในที่ดินเพื่อประโยชน์ของงานทางนั้น ให้ผู้อำนวยการทางหลวงคิดค่าเสียหายชดเชยให้แก่เจ้าของวัตถุหรือเจ้าของที่ดิน แล้วแต่กรณี ตามจำนวนที่เห็นสมควร ถ้าไม่เป็นการตกลงกันได้ ให้นำความในมาตรา ๒๔
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).