มาตรา ๒๘ บุคคลใดประสงค์จะปลูกสร้างสิ่งใด ๆ ในเขตทางหลวงเป็นการชั่วคราวหรือเป็นการถาวร ให้ขออนุญาตต่อผู้อำนวยการทางหลวง แต่ผู้อำนวยการทางหลวงจะอนุญาตให้บุคคลใดกระทำการเช่นนั้นได้ต่อเมื่อการกระทำนั้นไม่กีดกั้นขัดขวางการจราจรตามปกติ
และไม่ขัดแย้งกับกำหนดมาตรฐานตามข้อบังคับของอธิบดีกรมโยธาเทศบาลซึ่งออกตามมาตรา ๒๑ การอนุญาตซึ่งได้ให้ตามมาตรานี้ ผู้อํานวยการทางหลวงจะเพิกถอนเสียก็ได้ เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตได้กระทำการใด ๆ ผิดต่อเงื่อนไขที่กำหนดเมื่อให้อนุญาต หรือกระทำการใด ๆ ให้เป็นที่เสียหายต่อทางหลวง
มาตรา ๒๙ ผู้ได้รับสัมปทานการสาธารณูปโภค เมื่อมีการจำเป็นต้องปักเสาพาดสายหรือวางท่อในเขตทางหลวง ให้ขออนุญาตและทำความตกลงกับผู้อำนวยการทางหลวงเสียก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะทำการนั้น ๆ ได้ ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ในเหตุลักษณะของงาน หรือในเรื่องเงินค่าเช่า ให้เสนอรัฐมนตรีขาด
คําชี้ขาดของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
มาตรา ๓๐ ผู้ใดประสงค์จะทำทางในเขตทางหลวงเพื่อเชื่อมกับที่ดินริมเขตทางหลวง ให้ขออนุญาตต่อผู้อำนวยการทางหลวง แต่ผู้อํานวยการทางหลวงจะอนุญาตให้ผู้นั้นทำทางได้ เมื่อการทำทางนั้นไม่ขัดต่อข้อบังคับที่อธิบดีกรมโยธาเทศบาลได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้ใดกีดกันหรือเปลี่ยนทางน้ำซึ่งไหลผ่านทางหลวงในเขตที่ดินภายในระยะ ๕๐๐ เมตรจากแนวกลางทางหลวง หรือทางน้ำซึ่งติดต่อกับเขตทางหลวงเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการทางหลวงเป็นหนังสือ
มาตรา ๓๒ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ยานพาหนะในทางหลวงซึ่งยังมิได้เปิดอนุญาตให้ใช้เป็นทางสาธารณะ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ควบคุมการสร้างทางนั้น หรือผู้รับสัมปทาน แล้วแต่กรณี
มาตรา ๓๓ เพื่อรักษาทางหลวง ผู้อำนวยการทางหลวงโดยอนุมัติอธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดิน มีอำนาจที่จะประกาศห้ามไม่ให้ใช้ยานพาหนะบนทางหลวง โดยที่ยานพาหนะนั้น ๆ มีน้ำหนักรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่ได้กำหนด หรือยานพาหนะชนิดใด ๆ อันอาจจะทำให้ทางหลวงเสียหายได้
มาตรา ๓๔ เจ้าของที่ดิน หรือผู้ครอบครองที่ดินอันอยู่ริมทางหลวงมีหน้าที่ต้องรักษาต้นไม้ เหมืองฝาย และอาคารอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในครอบครองของตน มิให้กีดขวางต่อทางจราจรหรือทำความเสียหายต่อทางหลวงนั้น
ถ้าผู้อำนวยการทางหลวงหรือเจ้าพนักงานที่ผู้อำนวยการทางหลวงแต่งตั้งไว้ให้ดูแลทางหลวงตักเตือนเป็นหนังสือให้เจ้าของที่ดินหรือผู้ปกครองที่ดินดังกล่าวแล้วแก้ไขสิ่งบกพร่องแล้ว ไม่จัดการให้เรียบร้อยภายในเวลาเจ็ดวัน นับแต่วันรับคําตักเตือน อํานวยการทางหลวงหรือเจ้าพนักงานนั้น ๆ
มีอำนาจที่จะเข้าจัดการแก้ไขเสียเอง แล้วคิดค่าใช้จ่ายเอาจากเจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้น
มาตรา ๓๕ รัฐมนตรีอำนาจอนุญาตเป็นหนังสือมีอายุฉบับละไม่เกินหนึ่งปี ให้ผู้อำนวยการทางหลวงหรือบุคคลที่สมควรเก็บค่าใช้ท่าเรือ หรือค่าเรือสำหรับขนส่งรถข้ามฟาก หรือใช้อาคารในทางหลวงแห่งใดซึ่งได้จัดสร้างขึ้นเพื่อความสะดวกแก่การจราจร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).