ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองหรือหน่วยงานของรัฐ “อายัด” หมายความว่า
การสั่งให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้ชำระหนี้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง แต่ให้ชำระหนี้แก่หน่วยงานของรัฐภายในเวลาหรือภายใต้เงื่อนไข
หรือ ณ สถานที่ซึ่งผู้มีอำนาจออกคำสั่งอายัดกำหนด “ขายทอดตลาด” หมายความว่า การนำทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่ได้ยึดหรืออายัดแล้วออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย ซึ่งอาจดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า
หน่วยงานของรัฐซึ่งออกคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า เจ้าพนักงานบังคับทางปกครองซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองให้ดำเนินการบังคับทางปกครองแก่ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง “คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน” หมายความว่า
คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้บุคคลชำระเงินแก่หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นค่าภาษีอากร ค่าปรับบังคับการ เงินเพิ่ม ค่าสินไหมทดแทน หรือหนี้เงินอื่นที่ต้องชำระตามมาตรการบังคับทางปกครอง
ข้อ ๒ ในกรณีที่กฎกระทรวงนี้ไม่ได้กำหนดเรื่องใดไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาด ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ถือว่า (๑) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หมายถึง หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงิน (๒)
ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หมายถึง ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๓) อำนาจของศาลเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนมิได้ (๔) เจ้าพนักงานบังคับคดี หมายถึง เจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง
ข้อ ๓ คำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน คำสั่งยึดทรัพย์สิน บันทึกรายงานการยึดทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สินที่ยึด บันทึกการเก็บรักษาทรัพย์สิน สัญญาดูแลรักษาทรัพย์สิน คำสั่งอายัดทรัพย์สิน คำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สิน ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน บันทึกเหตุการณ์ขายทอดตลาดทรัพย์สิน สัญญาขายทอดตลาดทรัพย์สิน
รายงานผลการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ประกาศถอนการยึดทรัพย์สิน คำสั่งถอนการอายัดทรัพย์สิน และเอกสารอื่นที่จำเป็นตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่หน่วยงานของรัฐกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ข้อ ๔ บรรดาประกาศ คำสั่ง คำขอ คำร้อง คำร้องคัดค้าน คำเสนอราคา และเอกสารอื่น รวมทั้งการแจ้งและการอื่นที่ต้องทำตามกฎกระทรวงนี้ ให้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่หน่วยงานที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายประกาศกำหนด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอื่นใดที่มิอาจกระทำโดยวิธีการดังกล่าวได้
ข้อ ๕ การแต่งตั้งเจ้าพนักงานอาจแต่งตั้งเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะกรณีได้
ข้อ ๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้าพนักงานแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน และคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการบังคับทางปกครอง ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อบุคคลซึ่งอาจจะเป็นพยานที่อยู่ในสถานที่นั้น
และให้บันทึกไว้ในรายงานการยึดหรืออายัดดังกล่าวด้วย
ข้อ ๗ ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าพนักงานแจ้งต่อผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองถึงแก่ความตาย ให้ตรวจสอบให้ได้ความว่าผู้นั้นตายเมื่อใด ใครเป็นทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก
และให้แจ้งมาตรการบังคับทางปกครองไปยังทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี แล้วดำเนินการบังคับทางปกครองต่อไปได้ (๒) กรณีผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเป็นนิติบุคคลซึ่งสิ้นสภาพ โอนกิจการ หรือควบรวมกิจการ
ให้แจ้งมาตรการบังคับทางปกครองไปยังผู้ชำระบัญชีหรือนิติบุคคลที่รับโอนกิจการหรือเกิดจากการควบรวมกิจการ แล้วแต่กรณี แล้วดำเนินการบังคับทางปกครองต่อไปได้
ข้อ ๘ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐยังไม่อาจยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ เนื่องจากมีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ไม่อาจยึดหรืออายัดได้ทันที ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งห้ามมิให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองโอน ขาย ยักย้าย
จำหน่าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้เป็นการชั่วคราวไว้ก่อนได้เท่าที่จำเป็น และถ้าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่บุคคลภายนอกมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นทราบ หรือหากทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย
ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ ถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไว้ในทะเบียน และให้นำข้อ ๓๕ และข้อ ๔๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีคำขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งตามวรรคหนึ่งหรือในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นเองว่ามีเหตุอันสมควร หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวได้
ในกรณีเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงหรือไม่มีความจำเป็นต้องบังคับทางปกครองต่อไป ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแจ้งยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ
ข้อ ๙ ในกรณีที่เจ้าพนักงานมีเหตุอันควรเชื่อว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียนหรือในหลักฐานอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งห้ามการโอน ขาย ยักย้าย จำหน่าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า
หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้ก่อน และมีหนังสือแจ้งบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่น
และมีหนังสือแจ้งผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไปพร้อมกับคำสั่งห้ามด้วยว่าจะมีการพิจารณาออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าว คำสั่งห้ามของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งให้มีผลใช้บังคับได้ทันที
ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้แจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบด้วย ถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว
ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไว้ในทะเบียนด้วย ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๓๕ และข้อ ๔๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่น
หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะร้องขอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้เพิกถอนคำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งโดยวางเงินหรือจัดหาประกันมาให้แทนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นก็ได้ ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพอใจในเงินหรือประกันที่จัดหามาแทนดังกล่าว
ก็ให้เพิกถอนคำสั่งห้ามดังกล่าวและรับเงินหรือประกันนั้นไว้ คำสั่งเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนคำสั่งห้ามของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้เป็นที่สุด บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียน
หรือหลักฐานอย่างอื่นอาจคัดค้านว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ โดยยื่นคำคัดค้านต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่ง และให้นำข้อ ๓๙ ถึงข้อ ๔๑ หรือข้อ ๔๘ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาคำร้องคัดค้านตามวรรคสี่แล้วเห็นว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น คำสั่งยึดหรืออายัดให้เป็นที่สุด
โดยกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่อาจยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ก็อาจดำเนินการบังคับแก่เงินหรือประกันที่รับไว้หรือแก่ผู้ประกันได้ แต่ถ้าเห็นว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ได้เป็นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่ง
หรือให้คืนเงินหรือประกันที่รับไว้แก่ผู้วางเงินหรือประกันนั้นหรือยกเลิกการประกันนั้น แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๐ ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองต่อไปนี้ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครองตามกฎกระทรวงนี้ (๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินประเภทละสองหมื่นบาท แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร
เจ้าพนักงานจะกำหนดให้ทรัพย์สินแต่ละประเภทดังกล่าวที่มีราคารวมกันเกินสองหมื่นบาทเป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครองก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๒) สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้
ในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพเท่าที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองราคารวมกันโดยประมาณไม่เกินหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีความจำเป็นในการเลี้ยงชีพอาจร้องขอต่อเจ้าพนักงานเพื่อขออนุญาตใช้สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ
เครื่องใช้เท่าที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพในกิจการดังกล่าวของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอันมีราคารวมกันเกินกว่าจำนวนราคาที่กำหนดนั้นได้ ในกรณีเช่นนี้ เจ้าพนักงานมีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตได้เท่าที่จำเป็นภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๓) สัตว์ สิ่งของ
เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๔) ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมาย หรือสมุดบัญชีต่าง ๆ (๕)
ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครอง ทรัพย์สินหรือจำนวนราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานกำหนดตามวรรคหนึ่ง ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอาจร้องขอให้เจ้าพนักงานมีคำสั่งกำหนดใหม่ได้ คำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวนั้น
ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอาจร้องคัดค้านต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน ในกรณีเช่นนี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่พฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป
ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอาจยื่นคำร้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินหรือจำนวนราคาทรัพย์สินที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดไว้เดิมได้ ประโยชน์แห่งข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ในข้อนี้
ให้ขยายไปถึงทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งอันเป็นของคู่สมรสของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือของบุคคลอื่น ซึ่งทรัพย์สินเช่นว่านี้ตามกฎหมายอาจบังคับทางปกครองได้ คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นที่สุด
ข้อ ๑๑ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครองตามกฎกระทรวงนี้ (๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น
ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการ
รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น (๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (๒) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส
หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๔) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม (๓) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๕)
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม (๑) (๓) และ (๔)
ให้เจ้าพนักงานคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองด้วย และสำหรับในกรณีตาม (๑) และ (๓)
ให้เจ้าพนักงานกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น ทั้งนี้ การกำหนดจำนวนเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่เจ้าพนักงานใช้ดุลพินิจกำหนด ให้นำคำสั่งหรือแนวปฏิบัติของกรมบังคับคดีมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับทางปกครองไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานกำหนด บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนดจำนวนเงินเช่นว่านั้น
เพื่อขอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้ ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตามวรรคสามจะยื่นคำร้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าพนักงาน แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตาม (๑) และ (๓) ใหม่ก็ได้
คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด
ข้อ ๑๒ กรณีที่หน่วยงานของรัฐได้ยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไว้แล้ว แต่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ฟ้องคดีต่อศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ชำระเงินหรือคำสั่งยึดทรัพย์สิน และมีคำร้องขอให้หน่วยงานของรัฐชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สิน
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งให้ชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สินไว้ก่อนได้ตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงโอกาสในการชนะคดีของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่กฎกระทรวงนี้มิได้มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น หากผู้ใดไม่อาจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ได้เพราะมีพฤติการณ์ที่จำเป็นอันมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้นั้น ถ้าผู้นั้นมีคำขอ เจ้าหน้าที่อาจขยายระยะเวลาและดำเนินการส่วนหนึ่งส่วนใดที่ล่วงมาแล้วเสียใหม่ก็ได้
ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง
ข้อ ๑๔ คำสั่งยึดทรัพย์สิน คำสั่งอายัดทรัพย์สิน และคำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้มีผลใช้ได้ทั่วราชอาณาจักร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).