我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2565 หมวด ๒ การยึดทรัพย์สิน

ข้อ ๑๕–ข้อ ๔๑共 27 條

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธียึด ได้แก่ (๑) สังหาริมทรัพย์ (๒) อสังหาริมทรัพย์ (๓) สิทธิต่าง ๆ ที่มีมูลค่า เช่น สิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิการเช่าทรัพย์สิน สิทธิตามใบอนุญาต ประทานบัตร อาชญาบัตร หรือสัมปทาน หรือสิทธิอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองให้ยึดได้แต่เพียงประมาณราคาที่ควรจะขายทอดตลาดได้พอชำระหนี้ รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง แต่ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้ และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรากฏด้วยแล้ว ก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ก่อนดำเนินการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานประมาณการค่าใช้จ่ายและภาระในการยึดทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายและความพร้อมในการดูแล การเก็บรักษา และการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นด้วย รวมทั้งพิจารณาถึงโอกาสในการขายทอดตลาดทรัพย์สินได้และเงินที่จะได้จากการขายทอดตลาด เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการยึดทรัพย์สิน

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่เจ้าพนักงานเห็นว่าทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและภาระในการยึด ให้เจ้าพนักงานขออนุมัติยึดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่งยึดทรัพย์สินนั้น เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในคำสั่งยึดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ในกรณีที่เจ้าพนักงานเห็นว่าทรัพย์สินใดไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและภาระในการยึด ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งงดการยึดทรัพย์สินนั้น ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้ยึดทรัพย์สินใดแล้ว แต่ต่อมาเห็นว่าทรัพย์สินนั้นไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและภาระในการยึดหรือไม่อาจดูแลหรือเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นได้ ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง หากผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่ยอมรับทรัพย์สินนั้นคืน ให้จำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นของบุคคลอื่น เช่น เป็นของผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินตามข้อ ๓๙ หรือเป็นทรัพย์สินที่ไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินนั้น

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการไปตามความจำเป็นและสมควรแห่งพฤติการณ์เพื่อดำเนินการบังคับทางปกครองให้เสร็จสิ้น ในกรณีที่มีผู้ขัดขวางหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีผู้ขัดขวาง ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจแจ้งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเพื่อดำเนินการช่วยเหลือได้

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานดำเนินการในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ถ้ายังไม่แล้วเสร็จประกอบกับมีความจำเป็นและสมควรจะกระทำต่อไปในเวลาหลังพระอาทิตย์ตกก็ได้ แต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีจำเป็นและมิใช่การยึดทรัพย์สินในเคหสถาน ให้เจ้าพนักงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินนั้นได้ทุกเมื่อ

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือมีบัญชีเอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอยู่ในสถานที่ใด ๆ ที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองครอบครองหรือครอบครองร่วมกับผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๒๘๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้น ให้เจ้าพนักงานดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) นำทรัพย์นั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือฝากทรัพย์นั้นไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควรหรือมอบให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเป็นผู้รักษาทรัพย์นั้นโดยได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (๒) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดไว้ ณ สถานที่ที่กระทำการยึด หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๓) แสดงให้เห็นประจักษ์แจ้งโดยการประทับตราหรือโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์นั้นแล้ว โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมราคาลง

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การยึดเรือ แพ สัตว์พาหนะ หรือสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองซึ่งจะต้องจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมตามกฎหมายหรือได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมไว้แล้วตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๓ (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ ถ้าได้มีการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนควบคุมตามกฎหมายไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การยึดหลักทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) ในกรณีที่ยังไม่มีการออกใบตราสาร ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์นั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ออกหลักทรัพย์ออกใบตราสารส่งให้แก่เจ้าพนักงาน (๒) ในกรณีที่มีการออกใบตราสารแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ และผู้ครอบครองตราสารเท่าที่ทราบ รวมทั้งบุคคลซึ่งต้องชำระหนี้ตามตราสารนั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานนำตราสารนั้นมาเก็บรักษาไว้หากสามารถนำมาได้ (๓) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ซึ่งฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้ฝากหลักทรัพย์ และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ทราบ เพื่อปฏิบัติตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน (๔) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่มีการออกใบตราสาร ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์ทราบ เพื่อปฏิบัติตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งบุคคลตามวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลเช่นว่านั้น หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลาที่ประกาศนั้นได้ปิดไว้หรือการแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การยึดตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใดของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้นำความในข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง (๒) และวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้มีผลเป็นการอายัดสิทธิเรียกร้องตามตั๋วเงินหรือตราสารนั้นด้วย ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าพนักงานอาจเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งอนุญาตให้จำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตั๋วเงินหรือตราสารหรือราคาต่ำกว่านั้นตามที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้นำตั๋วเงินหรือตราสารนั้นออกขายทอดตลาด

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การยึดหุ้นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งการยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอยู่ทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การยึดสิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการค้า หรือสิทธิอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่าวซึ่งได้จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การยึดสิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งยังมิได้จดทะเบียน ลิขสิทธิ์ สิทธิขอรับสิทธิบัตร สิทธิในชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อ หรือสิทธิอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานกระทำโดยแจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การยึดสิทธิการเช่าทรัพย์สินหรือสิทธิที่จะได้ใช้บริการต่าง ๆ ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง เช่น บริการโทรศัพท์หรือโทรคมนาคม หรือบริการอื่นใดที่อาจได้รับจากทรัพย์สินหรือบริการของผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ให้เช่าหรือผู้ให้บริการ แล้วแต่กรณี ทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) ในกรณีที่ได้มีการจดทะเบียนการเช่าทรัพย์สินหรือการให้บริการดังกล่าว ให้แจ้งนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียนด้วย

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การยึดสิทธิของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองตามใบอนุญาต ประทานบัตร อาชญาบัตร สัมปทาน หรือสิทธิอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียนด้วย

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การยึดอสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้น ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) นำหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์นั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือฝากไว้แก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร เว้นแต่ทรัพย์นั้นยังไม่มีหนังสือสำคัญหรือนำหนังสือสำคัญมาไม่ได้ (๒) แสดงให้เห็นประจักษ์โดยการปิดประกาศไว้ที่ทรัพย์นั้นว่า ได้มีการยึดทรัพย์นั้นแล้ว (๓) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้บุคคลดังต่อไปนี้ทราบ (ก) ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (ข) บุคคลอื่นซึ่งมีชื่อในทะเบียนว่าเป็นเจ้าของทรัพย์นั้น (ค) เจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น ถ้าทรัพย์นั้นมีทะเบียน ให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการยึดไว้ในทะเบียนด้วย ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งบุคคลตามวรรคหนึ่ง (๓) (ก) หรือ (ข) ได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลเช่นว่านั้น หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลาที่ได้ปิดประกาศนั้นไว้หรือการแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว เมื่อได้แจ้งการยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและเจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นแล้ว ให้ถือว่าเป็นการยึดตามกฎหมาย

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การยึดทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานกระทำโดยดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๒ โดยอนุโลม

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การยึดสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นให้มีผลเป็นการยึดครอบไปถึงดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้นด้วย การยึดอสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นให้มีผลเป็นการยึดครอบไปถึง (๑) เครื่องอุปกรณ์และดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้น (๒) ดอกผลธรรมดาของทรัพย์นั้นที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีสิทธิเก็บเกี่ยว เมื่อเจ้าพนักงานได้แจ้งหรือปิดประกาศให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทราบในขณะทำการยึดว่าได้ยึดดอกผลด้วยแล้ว

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นให้มีผลดังต่อไปนี้ (๑) การที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้ทำการยึดไว้แล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าพนักงานได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้กับค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง และผู้นั้นได้กระทำการดังกล่าวแก่ทรัพย์สินที่ถูกยึดเพียงส่วนที่มีราคาเกินจำนวนนั้นก็ตาม (๒) ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้รับมอบให้เป็นผู้รักษาทรัพย์สินที่ถูกยึด ผู้นั้นชอบที่จะใช้ทรัพย์สินเช่นว่านั้นได้ตามสมควร แต่ถ้าเจ้าพนักงานเห็นว่าผู้นั้นจะทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายหรือเกรงว่าจะเสียหาย โดยเจ้าพนักงานเห็นเองหรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับทางปกครองแก่ทรัพย์สินนั้นร้องขอ เจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์สินนั้นเสียเองหรือตั้งให้ผู้ใดเป็นผู้รักษาทรัพย์สินนั้นก็ได้

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งบัญชีทรัพย์สินที่ยึดแนบท้ายโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพของทรัพย์สินตามลำดับหมายเลขไว้ หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่านบันทึกให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่านก็ได้ แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานไว้ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่อยู่ ณ ที่ยึดนั้น ให้อ่านบันทึกให้บริวารหรือบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่ยึดนั้นฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่านก็ได้ แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้นั้นไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานไว้ ให้เจ้าพนักงานเสนอบัญชีทรัพย์สินที่ยึดตามวรรคหนึ่งต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐด้วย

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในบันทึกการเก็บรักษาทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแล้ว ให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์สินที่ยึดนั้น โดยจะนำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สินตามที่กำหนดในระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาใช้บังคับก็ได้ หรือจะขอให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือภาคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาก็ได้ ให้เจ้าพนักงานรายงานราคาทรัพย์สินที่ประเมินต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมิน หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ หรือมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจขอให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือภาคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคา เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นด้วยกับราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมิน หรือราคาทรัพย์สินที่มีการประเมินใหม่ตามวรรคสอง แล้วแต่กรณีแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึดและราคาประเมินให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม ให้แจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึดและราคาประเมินให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียไม่เห็นด้วยกับราคาประเมินทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ทบทวนราคาประเมินทรัพย์สินภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้งราคาประเมิน และให้นำวรรคสองมาใช้บังคับแก่การพิจารณามีคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยอนุโลม คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่มีผู้กล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ หรือตนเป็นเจ้าของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัด หรือตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์แบ่งได้ หรือตนเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน บุคคลนั้นอาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเฉพาะส่วนของตน แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่สามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่านั้นได้ ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและได้ยื่นคำร้องขอไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนวันที่เจ้าพนักงานกำหนดไว้เพื่อการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นครั้งแรก เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอในภายหลังก็ได้ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้รับคำร้องขอตามข้อ ๓๙ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลหรือทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ ให้ยกคำร้องและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป (๒) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นมีมูล ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาต่อไป โดยให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ก่อนในระหว่างรอผลการพิจารณา ในกรณีที่เห็นว่าอาจเป็นการร้องขอเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดได้ ถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐยกคำร้องนั้นเสียและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป คำสั่งยกคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้พิจารณาคำร้องตามข้อ ๔๐ แล้ว ให้ดำเนินการต่อไป ดังนี้ (๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง ให้ยกคำร้องและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป โดยกรณีที่มีการวางเงินเพื่อประกันความเสียหายตามข้อ ๔๐ ให้หักค่าเสียหายออกจากเงินประกันที่ผู้ร้องวางไว้ แล้วคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ร้อง ทั้งนี้ คำสั่งยกคำร้อง ให้เป็นที่สุด (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของที่แท้จริง ให้สั่งงดการขายทอดตลาดและสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามข้อ ๑๙ ต่อไป แต่กรณีที่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจสั่งให้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไปได้ แต่เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินได้เงินเท่าใดแล้ว ให้แบ่งเงินตามสัดส่วนให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ขอกันส่วนไว้ด้วย

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).