我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2565 หมวด ๓ การอายัดทรัพย์สิน

ข้อ ๔๒–ข้อ ๕๐共 9 條

ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การอายัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้อายัดได้เพียงไม่เกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง เว้นแต่ทรัพย์สินที่อายัดนั้นไม่อาจแบ่งแยกได้ ให้เจ้าพนักงานขออนุมัติอายัดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่งอายัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง และแนบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปยังหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและบุคคลภายนอกซึ่งต้องชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่างอื่นนั้น พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงจำนวนหนี้ที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองจะต้องชําระแก่หน่วยงานของรัฐด้วย คำสั่งอายัดตามวรรคสอง ต้องมีข้อห้ามผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่ให้จำหน่ายสิทธิเรียกร้องและมีข้อห้ามบุคคลภายนอกไม่ให้ปฏิบัติการชำระหนี้นั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง แต่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่างอื่นนั้นให้แก่เจ้าพนักงาน หรือให้ดำเนินการโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร ทั้งนี้ ตามเวลาหรือเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานกำหนด

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การอายัดสิทธิเรียกร้อง ให้กระทำได้ไม่ว่าหนี้ที่เรียกร้องนั้นจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด เงื่อนไข หรือไม่ว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ก็ตาม

ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การอายัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้เป็นคราว ๆ ให้มีผลเป็นการอายัดสิทธิเรียกร้องของผู้นั้นซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ภายหลังการอายัดนั้นด้วย

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การอายัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีจำนองหรือจำนำเป็นประกัน หรือที่นำทรัพย์อิงสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์อิงสิทธิเป็นประกัน ให้มีผลรวมตลอดถึงการจำนอง การจำนำ หรือทรัพย์อิงสิทธินั้นด้วย ถ้าทรัพย์สินที่จำนองนั้นมีทะเบียนให้เจ้าพนักงานแจ้งคำสั่งอายัดไปยังผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อให้จดแจ้งไว้ในทะเบียน ในกรณีผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิมิใช่ลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง เมื่อได้ดำเนินการอายัดแล้ว ให้แจ้งผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิเพื่อทราบด้วย

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การอายัดสิทธิเรียกร้องนั้นให้มีผล ดังต่อไปนี้ (๑) การที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ก่อให้เกิดสิทธิแก่บุคคลภายนอกเหนือสิทธิเรียกร้องที่ได้ถูกอายัด โอน เปลี่ยนแปลง หรือระงับซึ่งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายหลังที่ได้ทำการอายัดไว้แล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าพนักงานได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งสิทธิเรียกร้องนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินกับค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง และผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้กระทำการดังกล่าวแก่สิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดเพียงส่วนที่มีราคาเกินจำนวนนั้นก็ตาม (๒) ถ้าค่าแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอายัดไว้นั้นต้องเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อความเสียหายใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๓) การชำระหนี้โดยบุคคลภายนอกตามที่ระบุไว้ในคำสั่งอายัดนั้นให้ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามกฎหมาย ความใน (๑) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิซึ่งมิใช่ลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องตามข้อ ๔๕ วรรคสอง หากผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิพิสูจน์ได้ว่าความระงับสิ้นไปแห่งการจำนอง การจำนำ หรือการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิเกิดขึ้นโดยผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิกระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนมีการแจ้งการอายัดไปยังผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิเพื่อทราบ

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลภายนอก หรือสถาบันการเงินชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่ตน หากถึงกำหนดเวลาที่บุคคลภายนอก หรือสถาบันการเงินต้องชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งบุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงิน ว่าให้ดำเนินการชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่หน่วยงานของรัฐภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง ภายใต้บังคับข้อ ๔๘ หากบุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่งภายในกำหนดเวลา หัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยอนุมัติของผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมการปฏิบัติงานชั้นเหนือขึ้นไป อาจบังคับทางปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองตามมาตรา ๓๒๕ วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งนี้ โดยไม่กระทบถึงสิทธิในการดำเนินคดีอาญาฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงาน

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เพื่อโต้แย้งหนี้ที่เรียกให้ชำระต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งอายัด บุคคลผู้จะต้องเสียหายเพราะคำสั่งอายัดอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่งอายัด (๑) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ชำระเงิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนวันที่บุคคลภายนอกจะชำระเงินให้แก่หน่วยงานของรัฐ (๒) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น (๓) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ชำระหนี้อย่างอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนที่บุคคลภายนอกจะปฏิบัติการชำระหนี้ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งรับคำร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและเจ้าพนักงาน และให้เจ้าพนักงานงดการบังคับตามคำสั่งอายัดไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทำการไต่สวนแล้ว หากเห็นว่าสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีอยู่จริงและอาจบังคับได้ก็ให้ยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินปฏิบัติตามคำสั่งอายัด แต่หากเห็นว่าคำร้องคัดค้านรับฟังได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งถอนการอายัดสิทธิเรียกร้อง ในระหว่างการพิจารณาคำร้องคัดค้านตามวรรคสาม หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องคัดค้านนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องคัดค้านวางเงินหรือจัดหาประกันมาวางต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามจำนวนและภายในเวลาที่กำหนดเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับจากการยื่นคำร้องคัดค้านนั้น ถ้าผู้ร้องคัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐยกคำร้องคัดค้านนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป ส่วนเงินหรือประกันที่วางไว้ต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าว เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต่อไปจะสั่งคืนเงินหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ ในกรณีที่สิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีอยู่จริงและอาจบังคับได้ ให้เจ้าพนักงานมีคำเตือนให้บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้เจ้าพนักงานรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยการอนุมัติของผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมการปฏิบัติงานชั้นเหนือขึ้นไปของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบังคับทางปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง รวมทั้งให้ชดใช้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินพร้อมกันไปด้วย ถ้าไม่มีการคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์สิน แต่บุคคลผู้ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สินมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามวรรคห้า คำสั่งยกคำร้องตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ทรัพย์สินที่อายัดแล้ว ให้จัดการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเป็นพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ที่เป็นประกัน ซึ่งเป็นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ออกให้แก่ผู้ถือหรือออกในนามของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง เจ้าพนักงานอาจเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้มีคำสั่งให้ไถ่ถอนและรับคืนเงินต้นพันธบัตร หรือจำหน่าย ณ สถานแลกเปลี่ยน แล้วแต่กรณี แต่ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร ให้ขายทอดตลาด ก็ให้ขายสิ่งเหล่านั้นโดยวิธีขายทอดตลาด (๒) กรณีเป็นตราสารเปลี่ยนมือ เช่น ตั๋วเงิน เจ้าพนักงานอาจเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งอนุญาตจำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตราสาร หรือราคาต่ำกว่านั้นตามที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร แต่ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควรให้ขายทอดตลาด ก็ให้นำตราสารนั้นออกขายทอดตลาด (๓) กรณีเป็นทรัพย์สินอื่นที่ส่งมอบหรือโอนตามสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดนั้น ให้นำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ หากการจำหน่ายสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดจะเป็นการยุ่งยากเนื่องจากการชำระหนี้นั้น ต้องอาศัยการชำระหนี้ตอบแทน หรือด้วยเหตุอื่นใดอันจะทำให้การชำระหนี้นั้นล่าช้าออกไปอีกและอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ เมื่อบุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งให้จำหน่ายโดยวิธีอื่นนอกเหนือจากการขายทอดตลาดได้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).