我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2565

ว0028-2B-0084子法規・公布 2022-04-21・全 76 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และกำหนดอำนาจของศาล ในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๖๓/๑๒ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

หมวด ๑ บททั่วไป

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของเจ้าพนักงานบังคับทางปกครองหรือหน่วยงานของรัฐ “อายัด” หมายความว่า การสั่งให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้ชำระหนี้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง แต่ให้ชำระหนี้แก่หน่วยงานของรัฐภายในเวลาหรือภายใต้เงื่อนไข หรือ ณ สถานที่ซึ่งผู้มีอำนาจออกคำสั่งอายัดกำหนด “ขายทอดตลาด” หมายความว่า การนำทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่ได้ยึดหรืออายัดแล้วออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย ซึ่งอาจดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐซึ่งออกคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า เจ้าพนักงานบังคับทางปกครองซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองให้ดำเนินการบังคับทางปกครองแก่ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง “คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงิน” หมายความว่า คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้บุคคลชำระเงินแก่หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นค่าภาษีอากร ค่าปรับบังคับการ เงินเพิ่ม ค่าสินไหมทดแทน หรือหนี้เงินอื่นที่ต้องชำระตามมาตรการบังคับทางปกครอง

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกรณีที่กฎกระทรวงนี้ไม่ได้กำหนดเรื่องใดไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาด ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ถือว่า (๑) เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หมายถึง หน่วยงานของรัฐที่ออกคำสั่งให้ชำระเงิน (๒) ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หมายถึง ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๓) อำนาจของศาลเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนมิได้ (๔) เจ้าพนักงานบังคับคดี หมายถึง เจ้าพนักงานบังคับทางปกครอง

ข้อ ๓

ข้อ ๓ คำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน คำสั่งยึดทรัพย์สิน บันทึกรายงานการยึดทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สินที่ยึด บันทึกการเก็บรักษาทรัพย์สิน สัญญาดูแลรักษาทรัพย์สิน คำสั่งอายัดทรัพย์สิน คำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สิน ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน บันทึกเหตุการณ์ขายทอดตลาดทรัพย์สิน สัญญาขายทอดตลาดทรัพย์สิน รายงานผลการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ประกาศถอนการยึดทรัพย์สิน คำสั่งถอนการอายัดทรัพย์สิน และเอกสารอื่นที่จำเป็นตามกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่หน่วยงานของรัฐกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาประกาศ คำสั่ง คำขอ คำร้อง คำร้องคัดค้าน คำเสนอราคา และเอกสารอื่น รวมทั้งการแจ้งและการอื่นที่ต้องทำตามกฎกระทรวงนี้ ให้กระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่หน่วยงานที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายประกาศกำหนด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอื่นใดที่มิอาจกระทำโดยวิธีการดังกล่าวได้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การแต่งตั้งเจ้าพนักงานอาจแต่งตั้งเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะกรณีได้

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้าพนักงานแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน และคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการบังคับทางปกครอง ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อบุคคลซึ่งอาจจะเป็นพยานที่อยู่ในสถานที่นั้น และให้บันทึกไว้ในรายงานการยึดหรืออายัดดังกล่าวด้วย

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าพนักงานแจ้งต่อผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองถึงแก่ความตาย ให้ตรวจสอบให้ได้ความว่าผู้นั้นตายเมื่อใด ใครเป็นทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก และให้แจ้งมาตรการบังคับทางปกครองไปยังทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก แล้วแต่กรณี แล้วดำเนินการบังคับทางปกครองต่อไปได้ (๒) กรณีผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเป็นนิติบุคคลซึ่งสิ้นสภาพ โอนกิจการ หรือควบรวมกิจการ ให้แจ้งมาตรการบังคับทางปกครองไปยังผู้ชำระบัญชีหรือนิติบุคคลที่รับโอนกิจการหรือเกิดจากการควบรวมกิจการ แล้วแต่กรณี แล้วดำเนินการบังคับทางปกครองต่อไปได้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐยังไม่อาจยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ เนื่องจากมีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ไม่อาจยึดหรืออายัดได้ทันที ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งห้ามมิให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองโอน ขาย ยักย้าย จำหน่าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้เป็นการชั่วคราวไว้ก่อนได้เท่าที่จำเป็น และถ้าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่บุคคลภายนอกมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นทราบ หรือหากทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ ถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไว้ในทะเบียน และให้นำข้อ ๓๕ และข้อ ๔๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีคำขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งตามวรรคหนึ่งหรือในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นเองว่ามีเหตุอันสมควร หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวได้ ในกรณีเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงหรือไม่มีความจำเป็นต้องบังคับทางปกครองต่อไป ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแจ้งยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่เจ้าพนักงานมีเหตุอันควรเชื่อว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียนหรือในหลักฐานอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งห้ามการโอน ขาย ยักย้าย จำหน่าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้ก่อน และมีหนังสือแจ้งบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่น และมีหนังสือแจ้งผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไปพร้อมกับคำสั่งห้ามด้วยว่าจะมีการพิจารณาออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าว คำสั่งห้ามของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งให้มีผลใช้บังคับได้ทันที ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้แจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบด้วย ถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไว้ในทะเบียนด้วย ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๓๕ และข้อ ๔๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่น หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะร้องขอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้เพิกถอนคำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งโดยวางเงินหรือจัดหาประกันมาให้แทนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นก็ได้ ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพอใจในเงินหรือประกันที่จัดหามาแทนดังกล่าว ก็ให้เพิกถอนคำสั่งห้ามดังกล่าวและรับเงินหรือประกันนั้นไว้ คำสั่งเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนคำสั่งห้ามของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้เป็นที่สุด บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียน หรือหลักฐานอย่างอื่นอาจคัดค้านว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ โดยยื่นคำคัดค้านต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่ง และให้นำข้อ ๓๙ ถึงข้อ ๔๑ หรือข้อ ๔๘ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาคำร้องคัดค้านตามวรรคสี่แล้วเห็นว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น คำสั่งยึดหรืออายัดให้เป็นที่สุด โดยกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่อาจยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ก็อาจดำเนินการบังคับแก่เงินหรือประกันที่รับไว้หรือแก่ผู้ประกันได้ แต่ถ้าเห็นว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ได้เป็นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่ง หรือให้คืนเงินหรือประกันที่รับไว้แก่ผู้วางเงินหรือประกันนั้นหรือยกเลิกการประกันนั้น แล้วแต่กรณี

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองต่อไปนี้ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครองตามกฎกระทรวงนี้ (๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินประเภทละสองหมื่นบาท แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร เจ้าพนักงานจะกำหนดให้ทรัพย์สินแต่ละประเภทดังกล่าวที่มีราคารวมกันเกินสองหมื่นบาทเป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครองก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๒) สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพเท่าที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองราคารวมกันโดยประมาณไม่เกินหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีความจำเป็นในการเลี้ยงชีพอาจร้องขอต่อเจ้าพนักงานเพื่อขออนุญาตใช้สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้เท่าที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพในกิจการดังกล่าวของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอันมีราคารวมกันเกินกว่าจำนวนราคาที่กำหนดนั้นได้ ในกรณีเช่นนี้ เจ้าพนักงานมีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตได้เท่าที่จำเป็นภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๓) สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๔) ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมาย หรือสมุดบัญชีต่าง ๆ (๕) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครอง ทรัพย์สินหรือจำนวนราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานกำหนดตามวรรคหนึ่ง ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอาจร้องขอให้เจ้าพนักงานมีคำสั่งกำหนดใหม่ได้ คำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวนั้น ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอาจร้องคัดค้านต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน ในกรณีเช่นนี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่พฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอาจยื่นคำร้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินหรือจำนวนราคาทรัพย์สินที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดไว้เดิมได้ ประโยชน์แห่งข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ในข้อนี้ ให้ขยายไปถึงทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งอันเป็นของคู่สมรสของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือของบุคคลอื่น ซึ่งทรัพย์สินเช่นว่านี้ตามกฎหมายอาจบังคับทางปกครองได้ คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับทางปกครองตามกฎกระทรวงนี้ (๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น (๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (๒) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๔) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม (๓) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๕) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม (๑) (๓) และ (๔) ให้เจ้าพนักงานคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองด้วย และสำหรับในกรณีตาม (๑) และ (๓) ให้เจ้าพนักงานกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น ทั้งนี้ การกำหนดจำนวนเงินหรือสิทธิเรียกร้องที่เจ้าพนักงานใช้ดุลพินิจกำหนด ให้นำคำสั่งหรือแนวปฏิบัติของกรมบังคับคดีมาใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับทางปกครองไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานกำหนด บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการกำหนดจำนวนเงินเช่นว่านั้น เพื่อขอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้ ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้เปลี่ยนแปลงไป บุคคลตามวรรคสามจะยื่นคำร้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าพนักงาน แล้วแต่กรณี กำหนดจำนวนเงินตาม (๑) และ (๓) ใหม่ก็ได้ คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่หน่วยงานของรัฐได้ยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไว้แล้ว แต่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ฟ้องคดีต่อศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งให้ชำระเงินหรือคำสั่งยึดทรัพย์สิน และมีคำร้องขอให้หน่วยงานของรัฐชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สิน หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งให้ชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สินไว้ก่อนได้ตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงโอกาสในการชนะคดีของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่กฎกระทรวงนี้มิได้มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น หากผู้ใดไม่อาจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ได้เพราะมีพฤติการณ์ที่จำเป็นอันมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้นั้น ถ้าผู้นั้นมีคำขอ เจ้าหน้าที่อาจขยายระยะเวลาและดำเนินการส่วนหนึ่งส่วนใดที่ล่วงมาแล้วเสียใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำสั่งยึดทรัพย์สิน คำสั่งอายัดทรัพย์สิน และคำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้มีผลใช้ได้ทั่วราชอาณาจักร

หมวด ๒ การยึดทรัพย์สิน

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยวิธียึด ได้แก่ (๑) สังหาริมทรัพย์ (๒) อสังหาริมทรัพย์ (๓) สิทธิต่าง ๆ ที่มีมูลค่า เช่น สิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิการเช่าทรัพย์สิน สิทธิตามใบอนุญาต ประทานบัตร อาชญาบัตร หรือสัมปทาน หรือสิทธิอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองให้ยึดได้แต่เพียงประมาณราคาที่ควรจะขายทอดตลาดได้พอชำระหนี้ รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง แต่ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้ และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรากฏด้วยแล้ว ก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ก่อนดำเนินการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานประมาณการค่าใช้จ่ายและภาระในการยึดทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายและความพร้อมในการดูแล การเก็บรักษา และการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นด้วย รวมทั้งพิจารณาถึงโอกาสในการขายทอดตลาดทรัพย์สินได้และเงินที่จะได้จากการขายทอดตลาด เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการยึดทรัพย์สิน

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่เจ้าพนักงานเห็นว่าทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและภาระในการยึด ให้เจ้าพนักงานขออนุมัติยึดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่งยึดทรัพย์สินนั้น เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในคำสั่งยึดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ในกรณีที่เจ้าพนักงานเห็นว่าทรัพย์สินใดไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและภาระในการยึด ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งงดการยึดทรัพย์สินนั้น ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้ยึดทรัพย์สินใดแล้ว แต่ต่อมาเห็นว่าทรัพย์สินนั้นไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายและภาระในการยึดหรือไม่อาจดูแลหรือเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นได้ ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง หากผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่ยอมรับทรัพย์สินนั้นคืน ให้จำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นของบุคคลอื่น เช่น เป็นของผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินตามข้อ ๓๙ หรือเป็นทรัพย์สินที่ไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินนั้น

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการไปตามความจำเป็นและสมควรแห่งพฤติการณ์เพื่อดำเนินการบังคับทางปกครองให้เสร็จสิ้น ในกรณีที่มีผู้ขัดขวางหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีผู้ขัดขวาง ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจแจ้งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเพื่อดำเนินการช่วยเหลือได้

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานดำเนินการในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ถ้ายังไม่แล้วเสร็จประกอบกับมีความจำเป็นและสมควรจะกระทำต่อไปในเวลาหลังพระอาทิตย์ตกก็ได้ แต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีจำเป็นและมิใช่การยึดทรัพย์สินในเคหสถาน ให้เจ้าพนักงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินนั้นได้ทุกเมื่อ

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือมีบัญชีเอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองอยู่ในสถานที่ใด ๆ ที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองครอบครองหรือครอบครองร่วมกับผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๒๘๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้น ให้เจ้าพนักงานดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) นำทรัพย์นั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือฝากทรัพย์นั้นไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควรหรือมอบให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเป็นผู้รักษาทรัพย์นั้นโดยได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (๒) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดไว้ ณ สถานที่ที่กระทำการยึด หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร (๓) แสดงให้เห็นประจักษ์แจ้งโดยการประทับตราหรือโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์นั้นแล้ว โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมราคาลง

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การยึดเรือ แพ สัตว์พาหนะ หรือสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองซึ่งจะต้องจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมตามกฎหมายหรือได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือจดทะเบียนควบคุมไว้แล้วตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๓ (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ ถ้าได้มีการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์หรือทะเบียนควบคุมตามกฎหมายไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การยึดหลักทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) ในกรณีที่ยังไม่มีการออกใบตราสาร ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์นั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ออกหลักทรัพย์ออกใบตราสารส่งให้แก่เจ้าพนักงาน (๒) ในกรณีที่มีการออกใบตราสารแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ และผู้ครอบครองตราสารเท่าที่ทราบ รวมทั้งบุคคลซึ่งต้องชำระหนี้ตามตราสารนั้นทราบ และเมื่อได้ดำเนินการยึดหลักทรัพย์ดังกล่าวเสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานนำตราสารนั้นมาเก็บรักษาไว้หากสามารถนำมาได้ (๓) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ซึ่งฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้ฝากหลักทรัพย์ และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ทราบ เพื่อปฏิบัติตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน (๔) ในกรณีที่เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่มีการออกใบตราสาร ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ออกหลักทรัพย์ทราบ เพื่อปฏิบัติตามที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งบุคคลตามวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการและจำนวนหลักทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลเช่นว่านั้น หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลาที่ประกาศนั้นได้ปิดไว้หรือการแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การยึดตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใดของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้นำความในข้อ ๒๕ วรรคหนึ่ง (๒) และวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้มีผลเป็นการอายัดสิทธิเรียกร้องตามตั๋วเงินหรือตราสารนั้นด้วย ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าพนักงานอาจเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งอนุญาตให้จำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตั๋วเงินหรือตราสารหรือราคาต่ำกว่านั้นตามที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้นำตั๋วเงินหรือตราสารนั้นออกขายทอดตลาด

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การยึดหุ้นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งการยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอยู่ทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การยึดสิทธิในสิทธิบัตร สิทธิในเครื่องหมายการค้า หรือสิทธิอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่าวซึ่งได้จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การยึดสิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งยังมิได้จดทะเบียน ลิขสิทธิ์ สิทธิขอรับสิทธิบัตร สิทธิในชื่อทางการค้าหรือยี่ห้อ หรือสิทธิอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานกระทำโดยแจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การยึดสิทธิการเช่าทรัพย์สินหรือสิทธิที่จะได้ใช้บริการต่าง ๆ ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง เช่น บริการโทรศัพท์หรือโทรคมนาคม หรือบริการอื่นใดที่อาจได้รับจากทรัพย์สินหรือบริการของผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ให้เช่าหรือผู้ให้บริการ แล้วแต่กรณี ทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) ในกรณีที่ได้มีการจดทะเบียนการเช่าทรัพย์สินหรือการให้บริการดังกล่าว ให้แจ้งนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียนด้วย

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การยึดสิทธิของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองตามใบอนุญาต ประทานบัตร อาชญาบัตร สัมปทาน หรือสิทธิอย่างอื่นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือที่เกี่ยวเนื่องกันกับสิทธิดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ ถ้าไม่สามารถกระทำได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๕ วรรคสอง (๒) แจ้งให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นบันทึกการยึดไว้ในทะเบียนด้วย

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การยึดอสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้น ให้เจ้าพนักงานกระทำโดย (๑) นำหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์นั้นมาเก็บรักษาไว้ หรือฝากไว้แก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร เว้นแต่ทรัพย์นั้นยังไม่มีหนังสือสำคัญหรือนำหนังสือสำคัญมาไม่ได้ (๒) แสดงให้เห็นประจักษ์โดยการปิดประกาศไว้ที่ทรัพย์นั้นว่า ได้มีการยึดทรัพย์นั้นแล้ว (๓) แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้บุคคลดังต่อไปนี้ทราบ (ก) ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (ข) บุคคลอื่นซึ่งมีชื่อในทะเบียนว่าเป็นเจ้าของทรัพย์นั้น (ค) เจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น ถ้าทรัพย์นั้นมีทะเบียน ให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการยึดไว้ในทะเบียนด้วย ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งบุคคลตามวรรคหนึ่ง (๓) (ก) หรือ (ข) ได้ ให้ปิดประกาศแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของบุคคลเช่นว่านั้น หรือแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร และให้มีผลใช้ได้นับแต่เวลาที่ได้ปิดประกาศนั้นไว้หรือการแจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควรนั้นได้ทำหรือได้ตั้งต้นแล้ว เมื่อได้แจ้งการยึดให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและเจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นแล้ว ให้ถือว่าเป็นการยึดตามกฎหมาย

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การยึดทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานกระทำโดยดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๒ โดยอนุโลม

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การยึดสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นให้มีผลเป็นการยึดครอบไปถึงดอกผลธรรมดาและดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้นด้วย การยึดอสังหาริมทรัพย์ของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นให้มีผลเป็นการยึดครอบไปถึง (๑) เครื่องอุปกรณ์และดอกผลนิตินัยของทรัพย์นั้น (๒) ดอกผลธรรมดาของทรัพย์นั้นที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีสิทธิเก็บเกี่ยว เมื่อเจ้าพนักงานได้แจ้งหรือปิดประกาศให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์นั้นทราบในขณะทำการยึดว่าได้ยึดดอกผลด้วยแล้ว

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นให้มีผลดังต่อไปนี้ (๑) การที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดภายหลังที่ได้ทำการยึดไว้แล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าพนักงานได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้กับค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง และผู้นั้นได้กระทำการดังกล่าวแก่ทรัพย์สินที่ถูกยึดเพียงส่วนที่มีราคาเกินจำนวนนั้นก็ตาม (๒) ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้รับมอบให้เป็นผู้รักษาทรัพย์สินที่ถูกยึด ผู้นั้นชอบที่จะใช้ทรัพย์สินเช่นว่านั้นได้ตามสมควร แต่ถ้าเจ้าพนักงานเห็นว่าผู้นั้นจะทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายหรือเกรงว่าจะเสียหาย โดยเจ้าพนักงานเห็นเองหรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับทางปกครองแก่ทรัพย์สินนั้นร้องขอ เจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์สินนั้นเสียเองหรือตั้งให้ผู้ใดเป็นผู้รักษาทรัพย์สินนั้นก็ได้

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งบัญชีทรัพย์สินที่ยึดแนบท้ายโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพของทรัพย์สินตามลำดับหมายเลขไว้ หากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้บันทึกไว้ แล้วอ่านบันทึกให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่านก็ได้ แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานไว้ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่อยู่ ณ ที่ยึดนั้น ให้อ่านบันทึกให้บริวารหรือบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่ยึดนั้นฟังหรือนำบันทึกให้ผู้นั้นอ่านก็ได้ แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้นั้นไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกว่าอ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ พร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานไว้ ให้เจ้าพนักงานเสนอบัญชีทรัพย์สินที่ยึดตามวรรคหนึ่งต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐด้วย

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในบันทึกการเก็บรักษาทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่าได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อยึดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแล้ว ให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์สินที่ยึดนั้น โดยจะนำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สินตามที่กำหนดในระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีมาใช้บังคับก็ได้ หรือจะขอให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือภาคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาก็ได้ ให้เจ้าพนักงานรายงานราคาทรัพย์สินที่ประเมินต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมิน หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ หรือมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจขอให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือภาคเอกชนหรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคา เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นด้วยกับราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมิน หรือราคาทรัพย์สินที่มีการประเมินใหม่ตามวรรคสอง แล้วแต่กรณีแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึดและราคาประเมินให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม ให้แจ้งรายการทรัพย์สินที่ยึดและราคาประเมินให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมทราบด้วย ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียไม่เห็นด้วยกับราคาประเมินทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ทบทวนราคาประเมินทรัพย์สินภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับแจ้งราคาประเมิน และให้นำวรรคสองมาใช้บังคับแก่การพิจารณามีคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยอนุโลม คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่มีผู้กล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้ หรือตนเป็นเจ้าของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้แบ่งการครอบครองเป็นส่วนสัด หรือตนเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินนั้นซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์แบ่งได้ หรือตนเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน บุคคลนั้นอาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเฉพาะส่วนของตน แล้วแต่กรณี โดยยื่นคำร้องขอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์สินนั้น แต่ถ้าไม่สามารถยื่นคำร้องขอภายในระยะเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอเมื่อพ้นระยะเวลาเช่นว่านั้นได้ ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและได้ยื่นคำร้องขอไม่ช้ากว่าเจ็ดวันก่อนวันที่เจ้าพนักงานกำหนดไว้เพื่อการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นครั้งแรก เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคำร้องขอในภายหลังก็ได้ แต่จะต้องยื่นเสียก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้รับคำร้องขอตามข้อ ๓๙ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลหรือทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ ให้ยกคำร้องและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป (๒) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นมีมูล ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาต่อไป โดยให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ก่อนในระหว่างรอผลการพิจารณา ในกรณีที่เห็นว่าอาจเป็นการร้องขอเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดได้ ถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐยกคำร้องนั้นเสียและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป คำสั่งยกคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้พิจารณาคำร้องตามข้อ ๔๐ แล้ว ให้ดำเนินการต่อไป ดังนี้ (๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง ให้ยกคำร้องและดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไป โดยกรณีที่มีการวางเงินเพื่อประกันความเสียหายตามข้อ ๔๐ ให้หักค่าเสียหายออกจากเงินประกันที่ผู้ร้องวางไว้ แล้วคืนเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ร้อง ทั้งนี้ คำสั่งยกคำร้อง ให้เป็นที่สุด (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของที่แท้จริง ให้สั่งงดการขายทอดตลาดและสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์สินตามข้อ ๑๙ ต่อไป แต่กรณีที่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจสั่งให้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไปได้ แต่เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินได้เงินเท่าใดแล้ว ให้แบ่งเงินตามสัดส่วนให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ขอกันส่วนไว้ด้วย

หมวด ๓ การอายัดทรัพย์สิน

ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การอายัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้อายัดได้เพียงไม่เกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ รวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง เว้นแต่ทรัพย์สินที่อายัดนั้นไม่อาจแบ่งแยกได้ ให้เจ้าพนักงานขออนุมัติอายัดทรัพย์สินโดยจัดทำคำสั่งอายัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง และแนบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปยังหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้ว ให้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและบุคคลภายนอกซึ่งต้องชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่างอื่นนั้น พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงจำนวนหนี้ที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองจะต้องชําระแก่หน่วยงานของรัฐด้วย คำสั่งอายัดตามวรรคสอง ต้องมีข้อห้ามผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองไม่ให้จำหน่ายสิทธิเรียกร้องและมีข้อห้ามบุคคลภายนอกไม่ให้ปฏิบัติการชำระหนี้นั้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง แต่ให้ชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินหรือชำระหนี้อย่างอื่นนั้นให้แก่เจ้าพนักงาน หรือให้ดำเนินการโดยวิธีอื่นใดตามที่เจ้าพนักงานเห็นสมควร ทั้งนี้ ตามเวลาหรือเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานกำหนด

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การอายัดสิทธิเรียกร้อง ให้กระทำได้ไม่ว่าหนี้ที่เรียกร้องนั้นจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด เงื่อนไข หรือไม่ว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ก็ตาม

ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การอายัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้เป็นคราว ๆ ให้มีผลเป็นการอายัดสิทธิเรียกร้องของผู้นั้นซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ภายหลังการอายัดนั้นด้วย

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การอายัดสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่มีจำนองหรือจำนำเป็นประกัน หรือที่นำทรัพย์อิงสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์อิงสิทธิเป็นประกัน ให้มีผลรวมตลอดถึงการจำนอง การจำนำ หรือทรัพย์อิงสิทธินั้นด้วย ถ้าทรัพย์สินที่จำนองนั้นมีทะเบียนให้เจ้าพนักงานแจ้งคำสั่งอายัดไปยังผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อให้จดแจ้งไว้ในทะเบียน ในกรณีผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิมิใช่ลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง เมื่อได้ดำเนินการอายัดแล้ว ให้แจ้งผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิเพื่อทราบด้วย

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การอายัดสิทธิเรียกร้องนั้นให้มีผล ดังต่อไปนี้ (๑) การที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้ก่อให้เกิดสิทธิแก่บุคคลภายนอกเหนือสิทธิเรียกร้องที่ได้ถูกอายัด โอน เปลี่ยนแปลง หรือระงับซึ่งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายหลังที่ได้ทำการอายัดไว้แล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าพนักงานได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งสิทธิเรียกร้องนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินกับค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง และผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองได้กระทำการดังกล่าวแก่สิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดเพียงส่วนที่มีราคาเกินจำนวนนั้นก็ตาม (๒) ถ้าค่าแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอายัดไว้นั้นต้องเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองเพื่อความเสียหายใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๓) การชำระหนี้โดยบุคคลภายนอกตามที่ระบุไว้ในคำสั่งอายัดนั้นให้ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามกฎหมาย ความใน (๑) มิให้ใช้บังคับแก่ผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิซึ่งมิใช่ลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องตามข้อ ๔๕ วรรคสอง หากผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิพิสูจน์ได้ว่าความระงับสิ้นไปแห่งการจำนอง การจำนำ หรือการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิเกิดขึ้นโดยผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิกระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนมีการแจ้งการอายัดไปยังผู้จำนอง ผู้จำนำ หรือผู้จำนองด้วยทรัพย์อิงสิทธิเพื่อทราบ

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลภายนอก หรือสถาบันการเงินชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่ตน หากถึงกำหนดเวลาที่บุคคลภายนอก หรือสถาบันการเงินต้องชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองแล้ว ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งบุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงิน ว่าให้ดำเนินการชำระเงินหรือส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้แก่หน่วยงานของรัฐภายในสิบห้าวันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง ภายใต้บังคับข้อ ๔๘ หากบุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่งภายในกำหนดเวลา หัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยอนุมัติของผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมการปฏิบัติงานชั้นเหนือขึ้นไป อาจบังคับทางปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองตามมาตรา ๓๒๕ วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งนี้ โดยไม่กระทบถึงสิทธิในการดำเนินคดีอาญาฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงาน

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เพื่อโต้แย้งหนี้ที่เรียกให้ชำระต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งอายัด บุคคลผู้จะต้องเสียหายเพราะคำสั่งอายัดอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่งอายัด (๑) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ชำระเงิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนวันที่บุคคลภายนอกจะชำระเงินให้แก่หน่วยงานของรัฐ (๒) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพย์สินนั้น (๓) ถ้าสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นการให้ชำระหนี้อย่างอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนที่บุคคลภายนอกจะปฏิบัติการชำระหนี้ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งรับคำร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและเจ้าพนักงาน และให้เจ้าพนักงานงดการบังคับตามคำสั่งอายัดไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทำการไต่สวนแล้ว หากเห็นว่าสิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีอยู่จริงและอาจบังคับได้ก็ให้ยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินปฏิบัติตามคำสั่งอายัด แต่หากเห็นว่าคำร้องคัดค้านรับฟังได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งถอนการอายัดสิทธิเรียกร้อง ในระหว่างการพิจารณาคำร้องคัดค้านตามวรรคสาม หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องคัดค้านนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องคัดค้านวางเงินหรือจัดหาประกันมาวางต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามจำนวนและภายในเวลาที่กำหนดเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับจากการยื่นคำร้องคัดค้านนั้น ถ้าผู้ร้องคัดค้านไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐยกคำร้องคัดค้านนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป ส่วนเงินหรือประกันที่วางไว้ต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าว เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต่อไปจะสั่งคืนเงินหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ ในกรณีที่สิทธิเรียกร้องของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองนั้นมีอยู่จริงและอาจบังคับได้ ให้เจ้าพนักงานมีคำเตือนให้บุคคลภายนอกหรือสถาบันการเงินปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือน ให้เจ้าพนักงานรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยการอนุมัติของผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมการปฏิบัติงานชั้นเหนือขึ้นไปของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบังคับทางปกครองแก่ผู้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง รวมทั้งให้ชดใช้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินพร้อมกันไปด้วย ถ้าไม่มีการคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์สิน แต่บุคคลผู้ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สินมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตามวรรคห้า คำสั่งยกคำร้องตามวรรคสามและวรรคสี่ ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ทรัพย์สินที่อายัดแล้ว ให้จัดการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีเป็นพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ที่เป็นประกัน ซึ่งเป็นของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ออกให้แก่ผู้ถือหรือออกในนามของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง เจ้าพนักงานอาจเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้มีคำสั่งให้ไถ่ถอนและรับคืนเงินต้นพันธบัตร หรือจำหน่าย ณ สถานแลกเปลี่ยน แล้วแต่กรณี แต่ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร ให้ขายทอดตลาด ก็ให้ขายสิ่งเหล่านั้นโดยวิธีขายทอดตลาด (๒) กรณีเป็นตราสารเปลี่ยนมือ เช่น ตั๋วเงิน เจ้าพนักงานอาจเสนอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งอนุญาตจำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตราสาร หรือราคาต่ำกว่านั้นตามที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร แต่ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควรให้ขายทอดตลาด ก็ให้นำตราสารนั้นออกขายทอดตลาด (๓) กรณีเป็นทรัพย์สินอื่นที่ส่งมอบหรือโอนตามสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดนั้น ให้นำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ หากการจำหน่ายสิทธิเรียกร้องที่ถูกอายัดจะเป็นการยุ่งยากเนื่องจากการชำระหนี้นั้น ต้องอาศัยการชำระหนี้ตอบแทน หรือด้วยเหตุอื่นใดอันจะทำให้การชำระหนี้นั้นล่าช้าออกไปอีกและอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ เมื่อบุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งให้จำหน่ายโดยวิธีอื่นนอกเหนือจากการขายทอดตลาดได้

หมวด ๔ การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ข้อ ๕๑

ข้อ ๕๑ ภายใต้บังคับข้อ ๑๒ ให้เจ้าพนักงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อมีคำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นโดยยึดราคาประเมินทรัพย์สินตามข้อ ๓๘ เป็นราคาเริ่มต้นในการขายทอดตลาด ในกรณีที่มีการร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินตามข้อ ๓๙ หรือขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึดเป็นเหตุให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ไม่คุ้มค่าที่จะขายทอดตลาด เจ้าพนักงานอาจเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อมีคำสั่งงดการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น และให้จำหน่ายโดยวิธีอื่นนอกเหนือจากการขายทอดตลาดได้

ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๒ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว ให้จัดทำประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขาย เช่น ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน วัน เวลา สถานที่ที่จะขาย วิธีการขาย ชื่อ ประเภท ลักษณะ จำนวน ขนาด และน้ำหนักแห่งทรัพย์นั้น ๆ รวมทั้งราคาเริ่มต้นในการขายทอดตลาด ถ้าเป็นที่ดินให้แจ้งเนื้อที่ เขตกว้างยาว สถานที่ตั้ง ถ้ามีคำเตือนอย่างไรก็ให้ระบุไว้โดยชัดเจน และกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาแห่งการชำระเงินไว้ด้วย และให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าพนักงานจัดการส่งประกาศดังกล่าวให้แก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและผู้ที่เจ้าพนักงานเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่จะขาย และสถานที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ก่อนกำหนดวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าสามวัน และให้โฆษณาประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินในเว็บไซต์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่แพร่หลายหรือเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปก่อนวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าห้าวันด้วย ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควร จะลงประกาศโฆษณาการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นในหนังสือพิมพ์รายวัน หรือทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ด้วยก็ได้

ข้อ ๕๓

ข้อ ๕๓ การกำหนดวันขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้กำหนดไม่น้อยกว่าสามสิบวันและไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน เมื่อประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว หากมีความจำเป็น หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจเลื่อนหรืองดการขายทอดตลาดทรัพย์สินได้

ข้อ ๕๔

ข้อ ๕๔ ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหากมีทรัพย์สินหลายสิ่งด้วยกัน ให้เจ้าพนักงานจัดลำดับทรัพย์สินที่จะขายโดยแยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกันไป ในการขายทรัพย์สินที่มีหลายสิ่งด้วยกัน เจ้าพนักงานอาจจัดทรัพย์สินซึ่งมีราคาเล็กน้อยรวมขายเป็นกองได้ ในการขายสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจแบ่งแยกออกได้เป็นส่วน ๆ เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะรวมขายหรือแยกขายทรัพย์สินนั้นได้ ในเมื่อเป็นที่คาดหมายได้ว่าเงินรายได้ในการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับทางปกครองแก่ทรัพย์สินซึ่งจะต้องขาย อาจร้องขอให้เจ้าพนักงานรวมหรือแยกทรัพย์สิน หรือขอให้ขายทรัพย์สินนั้นตามลำดับที่กำหนดไว้ หรือจะร้องคัดค้านวิธีการขายของเจ้าพนักงานตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสามได้ การยื่นคำร้องขอหรือคำคัดค้านนั้นต้องกระทำก่อนวันทำการขายทอดตลาดแต่ต้องไม่ช้ากว่าสามวันนับแต่ทราบวิธีการขาย ในกรณีที่เจ้าพนักงานไม่ยอมปฏิบัติตามคำร้องขอหรือคำคัดค้านเช่นว่านั้น ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในสองวันนับแต่วันปฏิเสธ เพื่อขอให้มีคำสั่งชี้ขาดในเรื่องนั้นก็ได้ และให้เจ้าพนักงานเลื่อนการขายไปจนกว่าจะพ้นระยะเวลาสองวัน ซึ่งกำหนดให้ยื่นคำร้องหรือจนกว่าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะได้มีคำสั่ง แล้วแต่กรณี คำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้เป็นที่สุด

ข้อ ๕๕

ข้อ ๕๕ การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ติดจำนอง อาจขายโดยปลอดจำนองหรือจำนองติดไป การขายทรัพย์โดยปลอดจำนองนั้น เจ้าพนักงานต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้รับจำนอง และเมื่อได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้เจ้าพนักงานดำเนินการขายทอดตลาดอย่างการขายทรัพย์ธรรมดา เมื่อได้เงินจากการขายทอดตลาดมาแล้วให้นำไปชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองตามจำนวนหนี้ที่ผู้รับจำนองแจ้งไว้ในความเห็นชอบดังกล่าว เว้นแต่จะมีเจ้าหนี้บุริมสิทธิอื่นที่มีสิทธิดีกว่า การขายทรัพย์อย่างการจำนองติดไป ให้ประกาศแสดงชื่อผู้รับจำนอง พร้อมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยที่ยังค้างชำระจนถึงวันขาย และข้อความว่าผู้ใดซื้อทรัพย์นั้น ต้องรับภาระจำนองติดไปด้วยโดยชัดเจน

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖ การขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยในหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ ให้เจ้าพนักงานกันเงินส่วนได้ของผู้นั้นไว้เพื่อจ่ายแก่ผู้ควรจะได้รับต่อไป

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ การขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทซึ่งผู้ยึดถือครอบครองจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจอนุญาตตามกฎหมายนั้นเสียก่อน ถ้าผู้ซื้อมิได้วางหลักประกันไว้ตามข้อ ๖๐ ให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำไว้ไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของราคาซื้อ และจัดการนำใบอนุญาตมาแสดงภายในสามสิบวันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาขายทอดตลาดตามข้อ ๖๖ (๒) แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งใช้เงินที่ค้างชำระให้ครบถ้วน ถ้าพ้นกำหนดนี้แล้ว ผู้ซื้อนำใบอนุญาตมาแสดงไม่ได้ ให้เจ้าพนักงานริบเงินมัดจำและให้นำทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาดใหม่

ข้อ ๕๘

ข้อ ๕๘ เมื่อทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่มีกฎหมายกำหนดไว้ให้จดทะเบียน ให้เจ้าพนักงานแจ้งนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายให้ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเป็นห้องชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด หรือเป็นที่ดินจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน ให้นำมาตรา ๓๓๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ

ข้อ ๕๙

ข้อ ๕๙ ผู้ใดประสงค์จะเข้าเสนอราคา ให้ผู้นั้นยื่นแสดงความจำนงเข้าเสนอราคาต่อเจ้าพนักงานก่อนหรือในวันขายทอดตลาดทรัพย์สิน พร้อมด้วยข้อมูลและเอกสาร ดังต่อไปนี้ (๑) เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทาง ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา (๒) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคลและข้อมูลตาม (๑) ของผู้แทนนิติบุคคลในกรณีที่เป็นนิติบุคคล (๓) หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่เข้าเสนอราคาแทนบุคคลอื่น

ข้อ ๖๐

ข้อ ๖๐ การขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ ให้ผู้เข้าเสนอราคาวางหลักประกันก่อนเข้าเสนอราคาโดยพิจารณาจากราคาประเมินทรัพย์สินซึ่งจะต้องนำไปกำหนดเป็นราคาเริ่มต้นในการขายทอดตลาดตามตารางท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การขายทอดตลาดสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิต่าง ๆ ที่มีราคาประเมินหรือมูลค่าตั้งแต่ห้าแสนบาทขึ้นไปด้วย แต่เจ้าพนักงานอาจให้ผู้เข้าเสนอราคาวางหลักประกันทั้งที่ราคาประเมินหรือมูลค่าต่ำกว่าห้าแสนบาทได้ หลักประกันตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คืนแก่ผู้เสนอราคาเมื่อสิ้นสุดการขายทอดตลาดแต่ถ้ามีการเคาะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุด ให้ถือเอาหลักประกันของผู้นั้นเป็นมัดจำตามสัญญาและเป็นการชำระราคาบางส่วน

ข้อ ๖๑

ข้อ ๖๑ ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง ให้เจ้าพนักงานปิดประกาศวาระการขายทอดตลาดไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในสถานที่ขายทอดตลาด และแจ้งให้ผู้เข้าเสนอราคาทราบถึงรายละเอียดของทรัพย์ที่จะขายทอดตลาด ตำแหน่งที่ตั้งหรือที่อยู่ และภาระติดพันของทรัพย์นั้น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับทางปกครองแก่ทรัพย์ที่ขายทอดตลาด แล้วจึงให้ผู้เข้าเสนอราคาเสนอราคา เมื่อเจ้าพนักงานได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้ว ให้รายงานผลการขายทอดตลาดต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาด กรณีที่ไม่อาจขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดได้ ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

ข้อ ๖๒

ข้อ ๖๒ ก่อนตั้งต้นขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานผู้ขายปักธงเครื่องหมายการขายทอดตลาดของหน่วยงานของรัฐ และอ่านประกาศหลักเกณฑ์การขายทอดตลาด ณ สถานที่ขายทรัพย์โดยเปิดเผย

ข้อ ๖๓

ข้อ ๖๓ การขายทอดตลาดทรัพย์สิน ตามปกติให้เจ้าพนักงานแสดงความตกลงขายด้วยวิธีเคาะไม้

ข้อ ๖๔

ข้อ ๖๔ ตามปกติให้เจ้าพนักงานผู้ขายร้องขานจำนวนเงินที่มีผู้สู้ราคาครั้งที่หนึ่งจำนวนสามถึงสี่หน ถ้าไม่มีผู้สู้ราคาสูงขึ้นให้เปลี่ยนร้องขานเป็นครั้งที่สองอีกสามถึงสี่หน เมื่อไม่มีผู้สู้ราคาสูงกว่านั้นและได้ราคาพอสมควรก็ให้ลงคำสามพร้อมกับเคาะไม้ แต่ถ้าก่อนเคาะไม้มีผู้สู้ราคาสูงขึ้นไปอีกให้ร้องขานราคานั้นตั้งต้นใหม่ตามลำดับดังกล่าวแล้ว

ข้อ ๖๕

ข้อ ๖๕ ถ้าผู้สู้ราคาถอนคำสู้ราคาของตนเสียก่อนเจ้าพนักงานเคาะไม้ ให้เจ้าพนักงานผู้ขายตั้งต้นร้องขายใหม่ตั้งแต่ต้น

ข้อ ๖๖

ข้อ ๖๖ เมื่อเจ้าพนักงานเคาะไม้ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุดแล้ว ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) กรณีสังหาริมทรัพย์ เมื่อผู้เสนอราคาสูงสุดชำระราคาครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานมอบทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุดโดยไม่ต้องทำสัญญาขายทอดตลาด แต่หากทรัพย์ที่ขายมีราคาสูงมากหรือมีเหตุผลพิเศษประการอื่น เจ้าพนักงานอาจอนุญาตให้เลื่อนการชำระราคาส่วนที่เหลือได้ แต่ไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันขายทอดตลาดก็ได้ เว้นแต่สังหาริมทรัพย์นั้นเป็นสิทธิต่าง ๆ ที่เจ้าพนักงานเห็นว่ามีมูลค่าสูง ให้ทำสัญญาขายทอดตลาดตาม (๒) (๒) กรณีสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย หรือสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสิทธิต่าง ๆ ที่เจ้าพนักงานเห็นว่ามีมูลค่าสูง หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้ผู้เสนอราคาสูงสุดทำสัญญาขายทอดตลาดและเมื่อชำระราคาครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนจดทะเบียนโอนทรัพย์นั้นให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุด ทั้งนี้ ให้ผู้เสนอราคาสูงสุดชำระราคาส่วนที่เหลือภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาขายทอดตลาด

ข้อ ๖๗

ข้อ ๖๗ ในกรณีที่ผู้เสนอราคาสูงสุดไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือตามข้อ ๖๖ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ริบหลักประกันและให้นำทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาดใหม่ ในการขายทอดตลาดครั้งใหม่ หากราคาสูงสุดมีจำนวนต่ำกว่าราคาสูงสุดที่ผู้เสนอราคาสูงสุดเดิมเสนอไว้ ให้เจ้าพนักงานใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้เสนอราคาสูงสุดเดิมชำระค่าเสียหายเท่ากับส่วนต่างของราคาสูงสุดเดิมและราคาสูงสุดใหม่ และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขายทอดตลาดครั้งใหม่ภายในเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด หากไม่ชำระภายในกำหนดเวลา ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีกับผู้เสนอราคาสูงสุดเดิมเพื่อเรียกให้ชำระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายดังกล่าว เว้นแต่หลักประกันที่ริบไว้จะคุ้มกับราคาส่วนต่างและค่าใช้จ่ายแล้ว

ข้อ ๖๘

ข้อ ๖๘ ในกรณีที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าเจ้าพนักงานได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงและการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องนั้นมีผลต่อการขายทอดตลาดทรัพย์สินอย่างมีนัยสำคัญและเกิดความเสียหายแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองห รือผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อให้สั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินภายในสิบห้าวันนับแต่ได้ทราบถึงการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น แต่ต้องยื่นก่อนมีการชำระเงินครบถ้วนและมีการส่งมอบ จดทะเบียน หรือแก้ทะเบียนทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดนั้นตามข้อ ๖๖ แล้ว ในการยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่ง หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำร้องวางเงินหรือหาประกันตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นสมควรเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่อาจได้รับความเสียหายจากการยื่นคำร้องนั้น ถ้าผู้ยื่นคำร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย ส่วนเงินหรือประกันที่วางไว้ต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าว เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต่อไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได้ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้มีคำสั่งยกคำร้องที่ยื่นไว้ ถ้าบุคคลที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวเห็นว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า บุคคลดังกล่าวอาจยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งยกคำร้อง เพื่อขอให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้นำเงินประกันที่ผู้ยื่นคำร้องได้วางไว้มาชดใช้เป็นค่าสินไหมทดแทนให้แก่ตนได้ ในระหว่างที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาคำร้องตามวรรคหนึ่ง หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจสั่งระงับการส่งมอบ จดทะเบียน หรือแก้ทะเบียนทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดนั้นไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งก็ได้ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับคำร้อง หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดหรือสั่งให้แก้ไขการดำเนินการขายทอดตลาด หรือมีคำสั่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร คำสั่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามวรรคสอง วรรคสาม และวรรคห้า ให้เป็นที่สุด

ข้อ ๖๙

ข้อ ๖๙ ภายใต้บังคับข้อ ๗๑ วรรคสอง เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้หักเป็นเงินที่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง ตลอดจนดอกเบี้ย และเงินที่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองต้องชำระ ตามลำดับ กรณีที่มีเงินเหลือจากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานสั่งคืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอายัดนั้นหรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ

ข้อ ๗๐

ข้อ ๗๐ การรับเงิน การนำส่งเงิน การเก็บรักษาเงิน และการเบิกจ่ายเงินที่ได้รับชำระหนี้จากการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ให้ดำเนินการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

หมวด ๕ การขอมีสิทธิได้รับชำระเงินส่วนที่เหลือภายหลังการขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น

ข้อ ๗๑

ข้อ ๗๑ กรณีที่หน่วยงานของรัฐแห่งใดประสงค์จะยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองที่หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นได้ยึดหรืออายัดไว้แล้ว ให้แจ้งต่อหน่วยงานของรัฐที่ได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ เพื่อขอรับชำระเงินส่วนที่เหลือภายหลังจากหน่วยงานของรัฐที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว โดยการแจ้งดังกล่าวจะต้องกระทำก่อนการคืนเงินที่เหลือให้ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอายัดนั้น หรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ เมื่อหน่วยงานของรัฐที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินและหักเงินที่ต้องชำระค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าใช้จ่ายอื่นในการบังคับทางปกครอง และได้รับชำระเงิน รวมทั้งดอกเบี้ยโดยครบถ้วนแล้ว ยังมีเงินเหลือจากการชำระ ให้หน่วยงานของรัฐชำระเงินที่เหลือนั้นให้แก่หน่วยงานของรัฐที่ขอรับชำระเงินตามวรรคหนึ่ง กรณีที่มีหน่วยงานของรัฐขอรับชำระเงินส่วนที่เหลือมากกว่าหนึ่งแห่ง การชำระเงินส่วนที่เหลือ ให้ดำเนินการตามวรรคสองโดยอนุโลม ตามลำดับก่อนหลังของการแจ้งต่อหน่วยงานของรัฐที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน กรณีที่ยังเหลือเงินภายหลังการชำระแก่หน่วยงานของรัฐตามวรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานสั่งคืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่ผู้ถูกยึดหรืออายัดหรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มิให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการขอเฉลี่ยทรัพย์ ตามมาตรา ๓๒๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับ

หมวด ๖ การถอนการบังคับทางปกครอง

ข้อ ๗๒

ข้อ ๗๒ ให้เจ้าพนักงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามในประกาศถอนการยึดทรัพย์สิน คำสั่งถอนการอายัดทรัพย์สิน และยุติการขายทอดตลาด แล้วแต่กรณี ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองชำระเงินครบถ้วนหรือวางประกันเป็นจำนวนพอชำระหนี้ (๒) ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินด้วยเหตุที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคดีถึงที่สุดแล้ว เว้นแต่เป็นการเพิกถอนคำสั่งเนื่องจากไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอาจดำเนินการพิจารณาออกคำสั่งใหม่ให้ถูกต้องได้ ในกรณีเช่นนี้ หน่วยงานของรัฐไม่ต้องถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

ข้อ ๗๓

ข้อ ๗๓ ในกรณีที่จะมีการถอนการบังคับทางปกครองตามข้อ ๗๒ (๑) ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานโดยนำตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองชำระเงินครบถ้วนแล้ว จึงถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ถูกยึดหรือผู้ถูกอายัด หรือบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับ เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะสั่งเป็นอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานแจ้งการถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแก่ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองและบุคคลภายนอกด้วย แล้วรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบ

หมวด ๗ การกำหนดอำนาจของศาล ในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ

ข้อ ๗๔

ข้อ ๗๔ ในการดำเนินการที่เกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน เรื่องใดที่มิได้มีการกำหนดไว้ในหมวด ๑ ถึงหมวด ๖ แห่งกฎกระทรวงนี้ ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ถือว่าอำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่อำนาจของศาลตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในเรื่องดังต่อไปนี้ ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ โดยการอนุมัติของผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล หรือผู้ควบคุมการปฏิบัติงานชั้นเหนือขึ้นไปของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (๑) การมีหนังสือเรียกบุคคลอื่นซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองมาเพื่อการไต่สวนและการสั่งให้ส่งเอกสารหรือวัตถุพยานเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครอง (๒) การเข้าไปในสถานที่ที่บุคคลอื่นครอบครองอยู่ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีทรัพย์สินของผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือวัตถุอื่นใดที่เกี่ยวข้องอยู่ในสถานที่นั้น (๓) การออกคำสั่งให้ผู้อยู่ในบังคับของมาตรการบังคับทางปกครองหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ขายและโอนให้แก่ผู้ซื้อ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๗๕

ข้อ ๗๕ บรรดาการใดที่เกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้นำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จนกว่าการขายทอดตลาดทรัพย์สินจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตารางกำหนดหลักประกันการเข้าเสนอราคา ราคาประเมิน (บาท) หลักประกัน (บาท) ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของราคาประเมิน เกิน ๑๐๐,๐๐๐ - ๒๐๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ เกิน ๒๐๐,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ เกิน ๕๐๐,๐๐๐ - ๑,๐๐๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ - ๓,๐๐๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ - ๕,๐๐๐,๐๐๐ ๒๕๐,๐๐๐ เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เกิน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ ๒,๕๐๐,๐๐๐ เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ - ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ๕,๐๐๐,๐๐๐ เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ - ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ เกิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้พิจารณา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๓/๑๒ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สิน รวมถึงการกำหนดให้อำนาจของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查