มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย คณะหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมใหญ่สภาเลือกตั้งจากผู้แทนสมาชิกสามัญ ให้กรรมการตามวรรคหนึ่ง เลือกกรรมการเป็นประธานสภาคนหนึ่ง รองประธานสภาคนหนึ่งหรือหลายคน เลขาธิการสภาคนหนึ่ง และตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่กำหนดในข้อบังคับ
ให้เลขาธิการสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ จำนวนและสัดส่วนของกรรมการตามประเภทการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลและวิธีการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง และวิธีการเลือกประธานสภา รองประธานสภา เลขาธิการสภา และตำแหน่งอื่น ๆ ตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๑๖ กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี (๒) เป็นผู้แทนสมาชิกสามัญที่เป็นสมาชิกของสภาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๓)
เป็นผู้แทนสมาชิกสามัญที่ได้จัดทำบัญชีนำส่งงบการเงินต่อกระทรวงพาณิชย์หรือกรมสรรพากรมาระยะเวลาสามปีติดต่อกันนับย้อนจากปีปัจจุบัน และมีการจัดทำงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตมาเป็นระยะเวลาสามปีติดต่อกันนับย้อนจากปีปัจจุบันด้วย (๔) ไม่เป็นพนักงาน (๕)
ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๖) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือเป็นพนักงานหรือบุคคลผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น
เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ และให้หมายความรวมถึงลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ และบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ
หรือกิจการอื่นของรัฐ เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๗) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๘) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๙) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๗ กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ ประธานสภาจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๑๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๗ กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ที่ประชุมใหญ่สภามีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม (๔) พ้นจากการเป็นผู้แทนสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกสามัญนั้นพ้นจากสมาชิกภาพ (๕)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖ (๖) รัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๓๖
มาตรา ๑๙ เมื่อกรรมการตามมาตรา ๑๕ พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกสามัญ เป็นกรรมการแทนภายในหกสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้นั้นจะเหลือน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน คณะกรรมการจะจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้
ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแทนตามวรรคหนึ่งอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากับวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
มาตรา ๒๐ ในกรณีที่กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนอกจากการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามมาตรา ๓๖ ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งยังคงรักษาการในตำแหน่งเพื่อดำเนินกิจการของสภาต่อไปเท่าที่จำเป็นจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สภา
เพื่อให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ตามมาตรา ๑๕ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลง จนเหลือจำนวนน้อยกว่าที่จะเป็นองค์ประชุมตามมาตรา ๒๒ ให้กรรมการที่เหลืออยู่ กระทำการต่อไปได้ แต่เฉพาะจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาเพื่อเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕
มาตรา ๒๑ คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจวางนโยบายและดำเนินกิจการของสภาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาตามมาตรา ๖ รวมทั้งให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ประสานงานในนามของผู้ประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลด้านนโยบายและการดำเนินการกับรัฐบาล
หน่วยงานของภาครัฐเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล ตลอดจนศึกษาแนวทาง และร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ (๒) สนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล (๓)
ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำแก่การประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล (๔) ดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การประสานงานด้านธุรกิจ อุตสาหกรรม การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความรู้ด้านดิจิทัล กับทั้งองค์กรในประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ
เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (๕) แต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะอนุกรรมการ เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๖) สรรหาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและเสนอให้ที่ประชุมสามัญพิจารณาอนุมัติแต่งตั้ง และจัดให้มีการตรวจสอบบัญชีรายรับ รายจ่าย งบการเงิน โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
และเสนอให้ที่ประชุมสามัญให้ความเห็นชอบ (๗) ออกข้อบังคับว่าด้วย (ก) การจำแนกกลุ่มสมาชิกตามลักษณะหรือพื้นที่ของการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล การเลือกตั้งกรรมการกลุ่มสมาชิก การประชุมและดำเนินการของสาขาการประกอบกิจการด้านดิจิทัล ตลอดจนกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ข)
การกำหนดรายละเอียดของการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล (ค) การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับสมัคร สิทธิหน้าที่ของสมาชิก คุณสมบัติ วินัยและการลงโทษสมาชิก และการพ้นจากสมาชิกภาพ รวมทั้งการอุทธรณ์ (ง) การกำหนดค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน
และค่าบริการที่จะพึงเรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก (จ) การกำหนดจำนวนและสัดส่วนของกรรมการตามประเภทการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล วิธีการเลือกตั้งกรรมการ และวิธีการเลือกประธานสภา รองประธานสภา เลขาธิการสภา และตำแหน่งอื่น ๆ ตลอดจนตำแหน่งและภาระหน้าที่ของกรรมการเป็นรายตำแหน่ง (ฉ)
การประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่สภา (ช) การจัดตั้งและการดำเนินกิจการของสำนักงานสาขาสภา (ซ) การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินบำเหน็จรางวัลของพนักงาน รวมทั้งวินัย การลงโทษ และการร้องทุกข์ของพนักงาน (ฌ) การเบิกจ่ายเงิน
และการเก็บรักษาเงินทุกประเภท (ญ) การสงเคราะห์พนักงาน ตลอดจนครอบครัวของบุคคลดังกล่าว หรือผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นพนักงาน (ฎ) การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจการของสภา การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับใด ๆ ตาม (๗) ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สภา เมื่อที่ประชุมใหญ่สภาให้ความเห็นชอบแล้ว
ต้องส่งข้อบังคับนั้นให้รัฐมนตรีเพื่อทราบ
มาตรา ๒๒ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานสภาเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานสภาไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้ารองประธานสภาไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือตามเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มาประชุม กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้ามีการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับตัวกรรมการ หรือส่วนได้เสียของกรรมการหรือสมาชิกที่กรรมการเป็นผู้แทน ให้กรรมการผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงในเรื่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
มาตรา ๒๓ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ประธานสภาเป็นผู้แทนของสภา และเพื่อการนี้ ประธานสภาจะมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการกระทำการแทนก็ได้ โดยการมอบอำนาจดังกล่าวจะต้องกำหนดขอบเขต หน้าที่และอำนาจและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน การดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).