มาตรา ๒๔
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาปีละหนึ่งครั้ง การประชุมใหญ่เช่นนี้เรียกว่า ประชุมสามัญ การประชุมใหญ่สภาคราวอื่น นอกจากการประชุมตามวรรคหนึ่ง เรียกว่า ประชุมวิสามัญ
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาปีละหนึ่งครั้ง การประชุมใหญ่เช่นนี้เรียกว่า ประชุมสามัญ การประชุมใหญ่สภาคราวอื่น นอกจากการประชุมตามวรรคหนึ่ง เรียกว่า ประชุมวิสามัญ
มาตรา ๒๕ ในการประชุมสามัญอย่างน้อยต้องมีระเบียบวาระการประชุมในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาให้ความเห็นรายงานแสดงสถานภาพเศรษฐกิจ และผลผลิตด้านดิจิทัลของประเทศไทยเปรียบเทียบกับสากล (๒) รับรองรายงานประจำปีแสดงผลงานของสภาในปีที่ล่วงมา (๓) พิจารณารายงานประเมินผลงานของสภาในปีที่ล่วงมา (๔) พิจารณาอนุมัติงบการเงินประจำปีของสภาที่ได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (๕) พิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายของคณะกรรมการ แผนดำเนินงาน และงบประมาณประจำปีของสภา (๖) แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
มาตรา ๒๖ เมื่อมีเหตุจำเป็น คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้ สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกสามัญจะทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญก็ได้ ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด ในกรณีที่สมาชิกสามัญเป็นผู้ร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตามวรรคสอง ให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับหนังสือร้องขอ
มาตรา ๒๗ ในการประชุมใหญ่สภา ต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานสภาเป็นประธานที่ประชุม กรณีประธานสภาไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาเป็นประธานที่ประชุม หากรองประธานสภาไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สมาชิกที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม สมาชิกสามัญอาจมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนและออกเสียงลงคะแนนได้ตามที่กำหนดในข้อบังคับ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญที่มาประชุม โดยสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๒๘ สมาชิกวิสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่สภาได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และอาจมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนและแสดงความคิดเห็นได้ตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๒๙ ในการประชุมสามัญ ถ้าสมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมนั้นออกไปอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ประธานสภาแจ้งวันประชุมครั้งใหม่ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน การประชุมสามัญครั้งใหม่นี้ ไม่ว่าจะมีสมาชิกสามัญมาประชุมจำนวนเท่าใดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ แต่การประชุมในครั้งนี้ ให้ดำเนินการได้เฉพาะกิจกรรมอันพึงกระทำตามระบุในมาตรา ๒๕ เท่านั้น เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายของคณะกรรมการ แผนดำเนินงานประจำปี และงบประมาณเฉพาะที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามนโยบายของสภาตามมาตรา ๒๕ (๕) จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมครบองค์ประชุมตามมาตรา ๒๗
มาตรา ๓๐ ในการประชุมวิสามัญ ถ้าสมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม หากการประชุมวิสามัญนั้นได้เรียกตามคำร้องขอของสมาชิกสามัญ ให้งดประชุม หากเป็นการประชุมวิสามัญที่สมาชิกสามัญมิได้ร้องขอ ให้เลื่อนการประชุมวิสามัญนั้นออกไป โดยให้ประธานสภาเรียกประชุมวิสามัญอีกครั้งภายในสี่สิบห้าวัน การประชุมวิสามัญครั้งหลังนี้ ไม่ว่าจะมีสมาชิกสามัญมาประชุมจำนวนเท่าใดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ เว้นแต่การดำเนินการดังต่อไปนี้จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมครบองค์ประชุมตามมาตรา ๒๗ (๑) การมีมติให้กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๘ (๓) (๒) การพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อบังคับตามมาตรา ๒๑ (๗) (๓) การพิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายของคณะกรรมการ แผนดำเนินงานประจำปี และงบประมาณเฉพาะที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามนโยบายของสภาตามมาตรา ๒๕ (๕)
มาตรา ๓๑ ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานคณะกรรมการและสภาในปีที่ล่วงมา และคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบาย พร้อมด้วยงบการเงินประจำปี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองเสนอต่อที่ประชุมสามัญภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และให้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวไปยังรัฐมนตรีเพื่อรับทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมสามัญรับรองแล้ว
มาตรา ๓๒ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๓๑ นั้น ให้ที่ประชุมสามัญแต่งตั้งจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี และต้องไม่เป็นกรรมการ พนักงาน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานของสภา และขอคำชี้แจงจากประธานสภา กรรมการ พนักงาน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ให้ผู้สอบบัญชีได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสามัญกำหนด
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).