มาตรา ๓๓ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภา (๒) สั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภา และจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการด้วยก็ได้ (๓)
สั่งเป็นหนังสือให้สภาหรือคณะกรรมการระงับหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย นโยบายของรัฐบาล มติของคณะรัฐมนตรี หรือข้อบังคับ เมื่อสั่งการอย่างใดแล้ว ให้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
มาตรา ๓๔ ในการปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๓๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานในสำนักงานของสภาได้ในระหว่างเวลาทำการ หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอ ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๓๕ ในการปฏิบัติการตามมาตรา ๓๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๓๖ เมื่อปรากฏว่าสภาหรือคณะกรรมการ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา ๓๓ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของสภา หรือเป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้กรรมการทั้งคณะหรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง พ้นจากตำแหน่ง กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งไม่มีสิทธิเป็นกรรมการอีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๓๗ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๓๖ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลจากสมาชิกสามัญของสภาจำนวนไม่น้อยกว่าสิบสามคน แต่ไม่เกินยี่สิบคนเป็นคณะกรรมการชั่วคราวภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้คณะกรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง
มีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการสภาเพียงเท่าที่จำเป็นและจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาเพื่อเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว เมื่อกรรมการคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แล้วให้คณะกรรมการชั่วคราวซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).