มาตรา ๓๘ สภากระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๗ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองแสนบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่สภากระทำความผิดและถูกลงโทษ ถ้าการกระทำความผิดของสภาเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการผู้ใด หรือในกรณีที่กรรมการผู้ใดมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้สภากระทำความผิด
กรรมการผู้นั้นมีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งแสนบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
มาตรา ๔๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะเลิกใช้
มาตรา ๔๑ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ชี้แจง หรือไม่อำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๓๔ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าพันบาท* [*มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕ บัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย
และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย]
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๒ เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว ให้สมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นอันยกเลิก และให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ
และหนี้ของสมาคมดังกล่าวที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเป็นของสภานับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๔๓ ให้พนักงานและลูกจ้างของสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นพนักงานของสภา
กับให้ถือว่าเวลาทำงานของบุคคลดังกล่าวในสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นเวลาทำงานในสภานับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๔๔ ให้คณะกรรมการสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหกคน ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสภา ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์ ด้านสังคม
ด้านกฎหมายดิจิทัล ด้านธุรกิจการดูแลด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านส่งเสริมสิทธิประชาชนอย่างทั่วถึง ด้านละหนึ่งคน ตามที่คณะกรรมการสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยเสนอและรัฐมนตรีแต่งตั้ง ประกอบเป็นคณะกรรมการคณะแรกของสภา มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการตามมาตรา ๒๑ (๑) (๒) (๓) (๔)
และ (๖) และออกข้อบังคับตาม (๗) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) และ (ฌ) เพื่อใช้บังคับเป็นการชั่วคราวและปฏิบัติการอย่างอื่นเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ดำเนินการรับสมัครสมาชิกและเรียกประชุมใหญ่สภาเพื่อเลือกตั้งกรรมการคณะใหม่ตามมาตรา ๑๕
ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีความจำเป็น รัฐมนตรีจะขยายระยะเวลาให้ก็ได้ การขยายระยะเวลาดังกล่าวให้ขยายได้ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ทั้งนี้ รวมกันไม่เกินหกสิบวัน เมื่อเลือกตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่งแล้ว
กรรมการคณะใหม่ต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการตามมาตรา ๑๕ วรรคสอง เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคสามแล้ว ให้คณะกรรมการคณะแรกพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๔๕ ในการเลือกตั้งกรรมการคณะใหม่ตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง มิให้นำระยะเวลาการเป็นสมาชิกของสภาตามมาตรา ๑๖ (๒) มาใช้บังคับกับผู้แทนสมาชิกสามัญซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
มาตรา ๔๖ ให้สมาชิกสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยที่ดำรงสมาชิกภาพอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสมาชิกสภาตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลมีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพ ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และนวัตกรรมดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและสังคม
สมควรที่ประเทศไทยจะมีการจัดตั้งสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย อันเป็นการรวมตัวของภาคเอกชนในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านกำลังคน ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์โดยตรง รวมทั้งมีความใกล้ชิดและความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค
เพื่อให้เป็นองค์กรสำคัญในการทำงานร่วมกับรัฐบาลและภาคเอกชนอื่น ๆ ในการสนับสนุนการผลิตและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และการนำนวัตกรรมดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในประเทศไทยเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).