มาตรา ๔๙
มาตรา ๔๙ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด และในเวลาพิจารณาพิพากษาคดีต้องอยู่ใน มารยาทอันดีงาน ผู้ใดฝ่าฝืนจัดต้องได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๓ แห่งลักษณะนี้
มาตรา ๔๙ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด และในเวลาพิจารณาพิพากษาคดีต้องอยู่ใน มารยาทอันดีงาน ผู้ใดฝ่าฝืนจัดต้องได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๓ แห่งลักษณะนี้
มาตรา ๕๐ ข้าราชการตุลาการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
มาตรา ๕๑ ข้าราชการตุลาการจะเป็นกรรมการพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองไม่ได้ ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาหรือผู้แทนทางการเมืองอื่นใด ข้าราชการตุลาการจะเข้าเป็นตัวกระทำการ ร่วมกระทำการ หรือสนับสนุนในการโฆษณา หรือชักชวนใด ๆ ไม่ได้
มาตรา ๕๒ ข้าราชการตุลาการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้ขัดขืนหลีกเลี่ยง ถ้า ไม่เห็นพ้องด้วยคำสั่งนั้นจะเสนอความเห็นทัดทานเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้อง เสนอโดยด่วน และเมื่อได้ทัดทานดังกล่าวแล้วผู้บังคับบัญชามิได้สั่งถอนหรือ แก้คำสั่งที่สั่งไป ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม แต่ให้ผู้บังคับบัญชามี รายงานขึ้นไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมตามลำดับ ในการปฏิบัติราชการ ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
มาตรา ๕๓ ข้าราชการตุลาการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความ ระมัดระวังมิให้เสียหายแก่ราชการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเที่ยงธรรม ข้าราชการตุลาการต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การ รายงานโดยปกปิดข้อความที่ควรต้องบอก ถือว่าเป็นรายงานเท็จด้วย
มาตรา ๕๔ ข้าราชการตุลาการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้ ข้าราชการตุลาการต้องไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือกระทำ กิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสีย ถึงเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ข้าราชการตุลาการต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือที่ปรึกษา กฎหมาย หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วน บริษัท ข้าราชการตุลาการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือ กิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจาก ก.ต.
มาตรา ๕๕ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามมิให้ประพฤติตนเป็นคนเสเพล มีหนี้สินรุงรัง เสพของมึนเมา จนไม่สามารถครองสติได้ เล่นการพนันเป็นอาจิณ กระทำความผิดอาญา หรือกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติ หรือกระทำการดังกล่าวแล้วอาจ ทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ
มาตรา ๕๖ ข้าราชการตุลาการต้องสุภาพเรียบร้อยและช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันในหน้าที่ราชการ ห้ามมิให้ดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคลใด ๆ
มาตรา ๕๗ ข้าราชการตุลาการต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผนของทางราชการ
มาตรา ๕๘ ข้าราชการตุลาการต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุ ให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราชการ
มาตรา ๕๙ ข้าราชการตุลาการต้องอุตสาหะและอำนวยความ สะดวกในหน้าที่ราชการ
มาตรา ๖๐ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาความลับของทางราชการ
มาตรา ๖๑ ผู้บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดรู้ว่าผู้อยู่ใต้ บังคับบัญชากระทำผิดวินัย แล้วไม่จัดการสอบสวนพิจารณาและดำเนินการ ตามความในหมวด ๒ และ ๓ แห่งลักษณะนี้ หรือตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือน แล้วแต่กรณี หรือไม่จัดการลงโทษตามอำนาจ และหน้าที่ หรือจัดการลงโทษโดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้น กระทำผิดวินัย การรักษาวินัย
มาตรา ๖๒ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาหรือมีกรณี เป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการสอบสวนชั้นต้น โดยมิชักช้า วิธีสอบสวนชั้นต้นจะทำโดยให้ผู้ที่กรณีเกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องราว เป็นหนังสือ หรือโดยบันทึกเรื่องราวและความเห็นก็ได้ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สอบสวนชั้นต้นแล้ว ให้รายงานความเห็นไปยัง ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปตามลำดับ เพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี
มาตรา ๖๓ ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย อย่างร้ายแรงที่มีโทษถึงไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ให้รัฐมนตรีแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นอย่างน้อยสามคนเพื่อทำการสอบสวน กรรมการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้าราชการตุลาการ ในกรณีข้าราชการตุลาการถูกฟ้องคดีอาญา จะใช้คำพิพากษา ถึงที่สุดของศาลประกอบการพิจารณาตามมาตรา ๖๔ วรรคสาม โดย ไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้
มาตรา ๖๔ ในการสอบสวนนั้นคณะกรรมการสอบสวนต้องแจ้ง ข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้ โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนให้เสร็จโดยเร็ว กำหนดอย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง ถ้ามีความจำเป็น ที่จะสอบสวนไม่ทันภายในกำหนดนั้น ก็ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน สองครั้ง แต่ละครั้งเป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน และต้องแสดงเหตุที่ต้อง ขยายเวลาไว้ด้วยทุกครั้ง แต่ถ้าขยายเวลาแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จ จะขยายเวลาต่อไปอีกได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้รายงาน เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี โดยให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาตามลำดับ และปลัดกระทรวงยุติธรรมได้แสดงความเห็นเสียก่อน ถ้าคณะกรรมการ ผู้บังคับบัญชา ปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือรัฐมนตรี เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหา กระทำผิดวินัย ก็ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมรายงานไปยัง ก.ต. เมื่อ ก.ต. ได้พิจารณาเห็นสมควรไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ จึงให้ รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการต่อไป
มาตรา ๖๕ ให้กรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพียงเท่าที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของ กรรมการสอบสวน และโดยเฉพาะให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย คือ (๑) เรียกให้กระทรวงทบวงกรม หน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสารและหลักฐาน ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมา ชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน (๒) เรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่ง เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน
มาตรา ๖๖ ข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ดังระบุไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ ก.ต. กำหนด หรือได้ให้ถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา หรือต่อคณะกรรมการสอบสวน รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีจะพิจารณาสั่งลงโทษโดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้ ทั้งนี้ต้องได้รับ ความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา ๖๗ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด วินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ถ้าปลัดกระทรวง ยุติธรรมเห็นว่าจะให้อยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างสอบสวนหรือพิจารณา จะเป็นการเสียหายแก่ราชการ รัฐมนตรีจะสั่งให้พักราชการก็ได้ การให้พักราชการนั้น ให้พักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา หรือ ตลอดเวลาที่คดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้วหรือคดีถึง ที่สุดแล้ว ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้พักมิได้กระทำความผิดและไม่มีมลทิน หรือมัวหมอง ก็ให้ผู้นั้นคงอยู่ในราชการตามเดิม เงินเดือนของผู้ที่ถูกสั่งให้พักราชการดังกล่าว ให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยการนั้น
มาตรา ๖๘ ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย อย่างร้ายแรง หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ แม้ ภายหลังผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว ก็อาจมีการ สอบสวนหรือพิจารณาเพื่อลงโทษหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้เป็นไปตาม ลักษณะนี้ได้ เว้นแต่ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะพ้นตำแหน่งเพราะตาย การลงโทษ
มาตรา ๖๙ โทษผิดวินัยมี ๕ สถาน คือ (๑) ไล่ออก (๒) ปลดออก (๓) ให้ออก (๔) งดบำเหน็จความชอบ (๕) ภาคทัณฑ์ การสั่งลงโทษข้าราชการตุลาการในสถานไล่ออก ปลดออก หรือ ให้ออกนั้น จะกระทำได้เมื่อได้ดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ ในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้แล้ว
มาตรา ๗๐ การไล่ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิด วินัยอย่างร้ายแรง ดังต่อไปนี้ (๑) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ (๒) ทำความผิดอาญา และต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือ ต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย (๓) ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และการ ขัดคำสั่งนั้นอาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง *[๖] (๔) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการหรือรายงานเท็จต่อ ผู้บังคับบัญชาอันเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง (๕) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือ *[๖] (๖) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง โน้มน้าว หรือกระทำการใด ๆ เพื่อ จูงใจให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนเลือกตนเองหรือผู้อื่นเป็นกรรมการ ตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือให้ข้าราชการตุลาการงดเว้นมิให้ลงคะแนนเสียง เลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกระทำด้วย วิธีใด ๆ เพื่อให้ล่วงรู้ถึงการลงคะแนนเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ ของข้าราชการตุลาการอื่น
มาตรา ๗๑ การปลดออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำ ผิดวินัยอย่างร้างแรง แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องถูกไล่ออกจากราชการ หรือถึงขนาดที่จะต้องไล่ออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน
มาตรา ๗๒ การให้ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำ ผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องถูกปลดออก หรือถึงขนาด ที่จะต้องปลดออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกสั่งให้ออกตามมาตรานี้ ให้มีสิทธิ ได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
มาตรา ๗๓ ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ถึงขนาดที่จะต้องไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชา ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษงดบำเหน็จความชอบเป็นเวลา ไม่เกินสามปี หรือถ้ามีเหตุสมควรปรานี จะลงโทษเพียงภาคทัณฑ์และจะ ให้ทำทัณฑ์บนไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา ๗๔ ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้รับโทษนั้นกระทำผิดเรื่องใด ฐานใด ในมาตราใด
มาตรา ๗๕ ถ้าปรากฏว่าคำสั่งลงโทษทางวินัยได้สั่งไปโดยผิดหลง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกลงโทษได้ แต่การ แก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นว่านี้จะต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้ ภายในกำหนดสองปีนับแต่วันสั่งลงโทษ บทเฉพาะกาล
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).