มาตรา ๖๙
โทษผิดวินัยมี ๕ สถาน คือ
(๑) ไล่ออก
(๒) ปลดออก
(๓) ให้ออก
(๔) งดบำเหน็จความชอบ
(๕) ภาคทัณฑ์
การสั่งลงโทษข้าราชการตุลาการในสถานไล่ออก ปลดออก หรือ
ให้ออกนั้น
จะกระทำได้เมื่อได้ดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้
ในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้แล้ว
มาตรา ๗๐
การไล่ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ
มอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิด
วินัยอย่างร้ายแรง ดังต่อไปนี้
(๑) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
(๒) ทำความผิดอาญา และต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก
เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
หรือ
ต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย
(๓) ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย
และการ
ขัดคำสั่งนั้นอาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
*[๖]
(๔) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการหรือรายงานเท็จต่อ
ผู้บังคับบัญชาอันเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
(๕) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือ
*[๖]
(๖) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง โน้มน้าว หรือกระทำการใด ๆ เพื่อ
จูงใจให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนเลือกตนเองหรือผู้อื่นเป็นกรรมการ
ตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือให้ข้าราชการตุลาการงดเว้นมิให้ลงคะแนนเสียง
เลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือกระทำด้วย
วิธีใด ๆ เพื่อให้ล่วงรู้ถึงการลงคะแนนเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ
ของข้าราชการตุลาการอื่น
มาตรา ๗๑
การปลดออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ
มอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำ
ผิดวินัยอย่างร้างแรง
แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องถูกไล่ออกจากราชการ
หรือถึงขนาดที่จะต้องไล่ออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน
มาตรา ๗๒
การให้ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับ
มอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำ
ผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องถูกปลดออก
หรือถึงขนาด
ที่จะต้องปลดออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน
ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกสั่งให้ออกตามมาตรานี้ ให้มีสิทธิ
ได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
มาตรา ๗๓
ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง
ถึงขนาดที่จะต้องไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก
รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชา
ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่งลงโทษงดบำเหน็จความชอบเป็นเวลา
ไม่เกินสามปี หรือถ้ามีเหตุสมควรปรานี
จะลงโทษเพียงภาคทัณฑ์และจะ
ให้ทำทัณฑ์บนไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.ต.
ก่อน
มาตรา ๗๔
ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้รับโทษนั้นกระทำผิดเรื่องใด
ฐานใด ในมาตราใด
มาตรา ๗๕
ถ้าปรากฏว่าคำสั่งลงโทษทางวินัยได้สั่งไปโดยผิดหลง
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกลงโทษได้
แต่การ
แก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นว่านี้จะต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.ต.
ก่อน
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้
ภายในกำหนดสองปีนับแต่วันสั่งลงโทษ
บทเฉพาะกาล
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).