我的書籤免費註冊

กฎ ก.ร. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญ พ.ศ. 2556

子法規・公布 2013-10-17・全 61 條

附則

อารัมภบท附則

กฎ ก กฎ ก.ร. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญ พ.ศ. ๒๕๕๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๓) และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ก.ร. จึงออกกฎ ก.ร. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑附則

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ร. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒附則

ข้อ ๒ ในกฎ ก.ร. นี้ “ย้าย” หมายความว่า การแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งอื่นในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเดียวกัน ซึ่งจะเป็นตำแหน่งประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันก็ได้ “โอน” หมายความว่า การแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอื่น ซึ่งจะเป็นตำแหน่งประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันก็ได้ “เลื่อน” หมายความว่า การแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทเดียวกันในระดับที่สูงกว่าเดิม “ระดับที่ต่ำกว่าเดิม” หมายความรวมถึง ตำแหน่งในประเภทและระดับที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ร. นี้ว่าการย้ายหรือโอนไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในประเภทและระดับดังกล่าวจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ที่จะย้ายหรือโอน หรือตำแหน่งในประเภทและระดับที่ ก.ร. กำหนดไว้ตามข้อ ๕ “ตำแหน่งระดับควบ” หมายความว่า ตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการที่ ก.ร. กำหนดให้เป็นตำแหน่งที่สามารถปรับให้เป็นตำแหน่งที่มีระดับสูงขึ้นหรือต่ำลงได้ภายในกรอบระดับตำแหน่งที่กำหนดตามมาตรา ๒๘

ข้อ ๓附則

ข้อ ๓ การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงระบบคุณธรรม ลักษณะของงานในตำแหน่งนั้น ผลสัมฤทธิ์ของงาน และประสิทธิภาพขององค์กร รวมทั้งเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ตลอดจนศักยภาพ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้นั้น

ข้อ ๔附則

ข้อ ๔ การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดตามกฎ ก.ร. นี้ จะกระทำได้ต่อเมื่อข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งนั้น เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๔๕ วรรคสอง ในกรณีที่เป็นการย้าย การโอน หรือการเลื่อนตามข้อ ๕๐ ข้อ ๕๑ ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๓附則

ข้อ ๕๓ ข้อ ๕๔ ข้อ ๕๕ และข้อ ๕๖ นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งแล้ว การกำหนดให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญที่เข้ารับการพิจารณาย้าย โอน หรือเลื่อนต้องได้รับเงินเดือนและมีคุณสมบัติเพิ่มเติม อาจทำได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก.ร. อาจกำหนดให้ตำแหน่งประเภทและระดับใดจะต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการรัฐสภาสามัญที่จะย้ายหรือโอนไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในประเภทและระดับดังกล่าวได้

ข้อ ๖

ข้อ ๖ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ถูกย้ายหรือโอนนั้น การให้ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญที่ถูกย้ายหรือโอนตามวรรคหนึ่ง ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในประเภท สายงาน และระดับเดียวกับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมก่อนมีการย้ายหรือการโอนตามวรรคหนึ่ง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นหรือประเภทบริหารระดับต้น ให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ย้ายหรือโอนผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือประเภทบริหาร แล้วแต่กรณี ตามกฎ ก.ร. นี้ (๒) ย้ายหรือโอนผู้ซึ่งได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นหรือประเภทบริหารระดับต้น แล้วแต่กรณี ตามกฎ ก.ร. นี้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ให้จัดแบ่งตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิออกเป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้ (๑) กลุ่มที่ ๑ ได้แก่ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา ๑๕,๖๐๐ บาท (๒) กลุ่มที่ ๒ ได้แก่ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตรา ๑๓,๐๐๐ บาท การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๒ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์ในการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ให้จัดแบ่งตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงออกเป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้ (๑) กลุ่มที่ ๑ ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา และตำแหน่งอื่นที่ ก.ร. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงและได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเดียวกับตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา (๒) กลุ่มที่ ๒ ได้แก่ ตำแหน่งรองหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา และตำแหน่งอื่นที่ ก.ร. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงและได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเดียวกับตำแหน่งรองหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษที่ไม่อาจดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎ ก.ร. นี้ การดำเนินการในเรื่องนั้นจะสมควรดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ร. กำหนด การย้าย

หมวด ๑

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปในระดับเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ให้กระทำได้เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปมาก่อน โดยให้ย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภททั่วไป และให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว ทั้งนี้ ให้ย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมได้ไม่เกินหนึ่งระดับ

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญลงมา ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๘ (๑) และในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๘ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ให้กระทำได้เฉพาะการย้ายไปดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการเท่านั้น โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุอาจดำเนินการได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้นั้นเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ และถึงลำดับที่ที่จะบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นตามมาตรา ๓๘ (๒) ผู้นั้นได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการในกรณีที่มีเหตุพิเศษในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการตามมาตรา ๔๐ (๓) กรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษตามที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ หรือประเภทบริหาร ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ให้กระทำได้เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะต้องพิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) การย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว (๒) การย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการไม่เกินหนึ่งระดับ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการในระดับเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๒ แล้ว การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๔ แล้ว

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) หรือในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๖ แล้ว

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๖ แล้ว

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ให้กระทำได้เฉพาะการย้ายไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) เท่านั้น โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๕ แล้ว การโอน

หมวด ๒

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภา จะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนประสงค์จะรับโอนผู้นั้น และต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ผู้นั้นสังกัดอยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ร. นี้

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ผู้นั้นสังกัดอยู่จะไม่ให้ความยินยอมมิได้ (๑) การโอนผู้สอบแข่งขันได้และถึงลำดับที่ที่จะบรรจุตามมาตรา ๓๘ (๒) การโอนผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการในกรณีที่มีเหตุพิเศษไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จัดให้มีการคัดเลือกตามมาตรา ๔๐ (๓) การโอนผู้ได้รับการเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปตามข้อ ๓๐ ประเภทวิชาการตามข้อ ๓๔ หรือข้อ ๓๖ วรรคสอง ประเภทอำนวยการตามข้อ ๓๘ ข้อ ๓๙ วรรคสี่ หรือข้อ ๔๐ หรือประเภทบริหารตามข้อ ๔๓ ข้อ ๔๔ วรรคสอง ข้อ ๔๕ วรรคสอง หรือข้อ ๔๖ วรรคสามหรือวรรคสี่ (๔) การโอนในกรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษตามที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปในระดับเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปในระดับที่สูงกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๐ แล้ว

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ให้กระทำได้เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปมาแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะต้องแต่งตั้งให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภททั่วไป

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญลงมา ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๘ (๑) และในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๘ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่สูงกว่าเดิม ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ให้กระทำได้เฉพาะการโอนไปดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการเท่านั้น โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนอาจดำเนินการได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้นั้นเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและถึงลำดับที่ที่จะบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นตามมาตรา ๓๘ (๒) ผู้นั้นได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการในกรณีที่มีเหตุพิเศษในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการตามมาตรา ๔๐ (๓) กรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษตามที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทอำนวยการ หรือประเภทบริหาร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะต้องแต่งตั้งผู้นั้นให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทอำนวยการ หรือประเภทบริหาร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการไม่เกินหนึ่งระดับ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว

ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการในระดับเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว

ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว

ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๒ แล้ว การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว

ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ให้กระทำได้เฉพาะการโอนไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๕ แล้ว

ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการ ซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๔ แล้ว

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) หรือกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๖ แล้ว

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๖ แล้ว การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงมาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงให้กระทำได้เฉพาะการโอนไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๕ แล้ว การเลื่อน

หมวด ๓

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ การเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ ประเภทอำนวยการ และประเภทบริหารไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นในประเภทเดียวกัน ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในหมวด ๔ การดำเนินการเพื่อย้าย โอน หรือเลื่อน ทั้งนี้ ให้เลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นดำรงอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งระดับ

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ให้กระทำได้เฉพาะการเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒) และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ให้กระทำได้เฉพาะการเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๕ แล้ว การดำเนินการเพื่อย้าย โอน หรือเลื่อน

หมวด ๔

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงานตามข้อ ๓๐ และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญงาน ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมาะสมกับตำแหน่งระดับชำนาญงาน และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมิน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสตามข้อ ๓๐ และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับอาวุโส ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความชำนาญงาน และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งระดับอาวุโส โดยให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมิน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษตามข้อ ๓๐ และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับทักษะพิเศษ ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งระดับทักษะพิเศษ โดยให้ประเมินบุคคลและประเมินผลงานโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้ง การประเมินผลงานจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ผ่านการประเมินบุคคลแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินผลงานแล้ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๕๑

ข้อ ๕๑ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ข้อ ๑๗ (๒) ข้อ ๓๔ และข้อ ๓๖ วรรคสอง และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการ ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความชำนาญงานและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งระดับชำนาญการ โดยให้ประเมินบุคคลและประเมินผลงานโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้ง การประเมินผลงานจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินบุคคลแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินผลงานแล้ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ข้อ ๑๗ (๒) ข้อ ๓๔ และข้อ ๓๖ วรรคสอง และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความชำนาญงาน และประสบการณ์สูงเหมาะสมกับตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ โดยให้ประเมินบุคคลและประเมินผลงานโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้ง การประเมินผลงานจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินบุคคลแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินผลงานแล้ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ข้อ ๑๗ (๒) ข้อ ๓๔ และข้อ ๓๖ วรรคสอง และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงมากเหมาะสมกับตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ โดยให้คณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งเป็นผู้ประเมินบุคคลและประเมินผลงานการประเมินผลงานจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินบุคคลแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินผลงานแล้ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่ ก.ร. กำหนด การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ข้อ ๑๕ วรรคสอง ข้อ ๑๗ (๒) ข้อ ๓๓ วรรคสอง ข้อ ๓๔ และข้อ ๓๖ วรรคสอง และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับทรงคุณวุฒิที่ว่าง ให้ใช้วิธีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง เพื่อให้ได้รายชื่อผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงมากเป็นพิเศษเหมาะสมกับตำแหน่งระดับทรงคุณวุฒิ และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เลือกผู้นั้นจากรายชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับทรงคุณวุฒิซึ่ง ก.ร. กำหนดให้เป็นตำแหน่งระดับควบและมีผู้ครองอยู่ ให้ดำเนินการโดยการประเมินซึ่งต้องสะท้อนให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงมากเป็นพิเศษเหมาะสมกับตำแหน่งระดับทรงคุณวุฒิ โดยให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุเป็นผู้ประเมินบุคคล และให้คณะกรรมการที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งเป็นผู้ประเมินผลงาน การประเมินผลงานจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินบุคคลแล้ว และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นผ่านการประเมินผลงานแล้ว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด การเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ถ้าตำแหน่งที่ผู้นั้นครองอยู่เป็นตำแหน่งระดับควบและเป็นการเลื่อนผู้นั้นขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้นเองในระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษหรือระดับเชี่ยวชาญ การประเมินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี แต่ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุเป็นผู้ประเมินบุคคล

ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๒ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นตามข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง และข้อ ๔๐ วรรคหนึ่ง ให้ใช้วิธีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งเพื่อให้ได้รายชื่อผู้อยู่ในเกณฑ์เข้าสู่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เลือกผู้นั้นจากรายชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๕๓

ข้อ ๕๓ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงตามข้อ ๑๙ วรรคสี่ ข้อ ๒๐ วรรคสอง ข้อ ๓๘ ข้อ ๓๙ วรรคสี่ และข้อ ๔๐ วรรคสอง และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ให้ใช้วิธีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งเพื่อให้ได้รายชื่อผู้อยู่ในเกณฑ์เข้าสู่ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เลือกผู้นั้นจากรายชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๕๔

ข้อ ๕๔ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นตามข้อ ๒๓ วรรคสอง และข้อ ๔๔ วรรคสอง ให้ใช้วิธีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งเพื่อให้ได้รายชื่อผู้อยู่ในเกณฑ์เข้าสู่ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เลือกผู้นั้นจากรายชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๕๕

ข้อ ๕๕ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒) ตามข้อ ๒๖ ข้อ ๔๓ และข้อ ๔๖ วรรคสี่ และการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงตามข้อ ๔๙ ให้ใช้วิธีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เลือกผู้นั้นจากผลการเลือกสรรดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖ การย้ายหรือการโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙ (๑) ตามข้อ ๒๔ วรรคสอง ข้อ ๒๕ วรรคสาม ข้อ ๔๕ วรรคสอง และข้อ ๔๖ วรรคสาม ให้ใช้วิธีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้เลือกผู้นั้นจากผลการเลือกสรรดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ร. กำหนด บทเฉพาะกาล

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ ข้าราชการรัฐสภาสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการภายในระดับสำนักอยู่ก่อนวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ให้ถือว่าเป็นผู้เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญตามกฎ ก.ร. นี้ ในกรณีที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญตามวรรคหนึ่ง ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงให้ถือว่าเป็นผู้เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิตามกฎ ก.ร. นี้ ข้าราชการรัฐสภาสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งระดับ ๑๐ หรือระดับ ๑๑ อยู่ก่อนวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ให้ถือว่าเป็นผู้เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิตามกฎ ก.ร. นี้

ข้อ ๕๘

ข้อ ๕๘ การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญตามมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ใช้อยู่ก่อนวันที่กฎ ก.ร. นี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการนั้นจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ข้อ ๕๙

ข้อ ๕๙ ในระหว่างที่ยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎ ก.ร. นี้ ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ใช้อยู่ในวันที่กฎ ก.ร. นี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับไปพลางก่อนเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎ ก.ร. นี้ ในกรณีที่ไม่อาจนำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ใช้อยู่ในวันที่กฎ ก.ร. นี้ใช้บังคับมาใช้กับกรณีใดได้ การจะดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ร. กำหนด ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ประธาน ก.ร. หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ร. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ บัญญัติว่า การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการรัฐสภาสามัญในหรือต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภา แล้วแต่กรณี ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ร. สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการรัฐสภาสามัญในหรือต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภา จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ร. นี้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ ปณตภร/ผู้ตรวจ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๙๔ ก/หน้า ๔/๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查