ข้อ ๒๗
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภา
จะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนประสงค์จะรับโอนผู้นั้น
และต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ผู้นั้นสังกัดอยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ร. นี้
ข้อ ๒๘
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในต่างส่วนราชการสังกัดรัฐสภาในกรณีดังต่อไปนี้
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่ผู้นั้นสังกัดอยู่จะไม่ให้ความยินยอมมิได้
(๑) การโอนผู้สอบแข่งขันได้และถึงลำดับที่ที่จะบรรจุตามมาตรา ๓๘
(๒)
การโอนผู้ได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการในกรณีที่มีเหตุพิเศษไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จัดให้มีการคัดเลือกตามมาตรา
๔๐
(๓) การโอนผู้ได้รับการเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปตามข้อ
๓๐ ประเภทวิชาการตามข้อ ๓๔ หรือข้อ ๓๖ วรรคสอง ประเภทอำนวยการตามข้อ ๓๘ ข้อ ๓๙
วรรคสี่ หรือข้อ ๔๐ หรือประเภทบริหารตามข้อ ๔๓ ข้อ ๔๔ วรรคสอง ข้อ ๔๕ วรรคสอง
หรือข้อ ๔๖ วรรคสามหรือวรรคสี่
(๔) การโอนในกรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษตามที่ ก.ร.
กำหนด
ข้อ ๒๙
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปในระดับเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๓๐
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปในระดับที่สูงกว่าเดิม
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๐ แล้ว
ข้อ ๓๑
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
ให้กระทำได้เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปมาแล้ว
และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะต้องแต่งตั้งให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภททั่วไป
ข้อ ๓๒ การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญลงมา
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๓๓
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่
๑ ตามข้อ ๘ (๑) และในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒)
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่
๒ ตามข้อ ๘ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑
ตามข้อ ๘ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๑ แล้ว
ข้อ ๓๔
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่สูงกว่าเดิม
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๑ แล้ว
ข้อ ๓๕
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ
ให้กระทำได้เฉพาะการโอนไปดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการเท่านั้น
โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนอาจดำเนินการได้
ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ผู้นั้นเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและถึงลำดับที่ที่จะบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นตามมาตรา
๓๘
(๒)
ผู้นั้นได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการในกรณีที่มีเหตุพิเศษในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการตามมาตรา
๔๐
(๓) กรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษตามที่ ก.ร. กำหนด
ข้อ ๓๖
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทอำนวยการ
หรือประเภทบริหาร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะต้องแต่งตั้งผู้นั้นให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
ประเภทอำนวยการ หรือประเภทบริหาร ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการไม่เกินหนึ่งระดับ
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว
ข้อ ๓๗
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการในระดับเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๓๘
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๓ แล้ว
ข้อ ๓๙
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๓ แล้ว
ข้อ ๔๐
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๒ แล้ว
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๓ แล้ว
ข้อ ๔๑
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๔๒
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๔๓
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
ให้กระทำได้เฉพาะการโอนไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๕ แล้ว
ข้อ ๔๔
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการ ซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๔ แล้ว
ข้อ ๔๕
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑
ตามข้อ ๙ (๑) หรือกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒)
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่
๒ ตามข้อ ๙ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ
๙ (๑)
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๖ แล้ว
ข้อ ๔๖
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่
๑ ตามข้อ ๙ (๑) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑
ตามข้อ ๙ (๑) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอน
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙
(๑)
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๖ แล้ว
การโอนข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงให้กระทำได้เฉพาะการโอนไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่
๒ ตามข้อ ๙ (๒) โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาที่จะรับโอนจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ
๕๕ แล้ว
การเลื่อน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).