ข้อ ๑๑
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปในระดับเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๑๒
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
ให้กระทำได้เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปมาก่อน
โดยให้ย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภททั่วไป
และให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
ข้อ ๑๓
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว ทั้งนี้
ให้ย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมได้ไม่เกินหนึ่งระดับ
ข้อ ๑๔
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญลงมา
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๑๕
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่
๑ ตามข้อ ๘ (๑) และในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๘ (๒)
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่
๒ ตามข้อ ๘ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในกลุ่มที่ ๑
ตามข้อ ๘ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑
แล้ว
ข้อ ๑๖
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ
ให้กระทำได้เฉพาะการย้ายไปดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการเท่านั้น
โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุอาจดำเนินการได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑)
ผู้นั้นเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ
และถึงลำดับที่ที่จะบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นตามมาตรา ๓๘
(๒)
ผู้นั้นได้รับการคัดเลือกเข้ารับราชการในกรณีที่มีเหตุพิเศษในตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการตามมาตรา
๔๐
(๓) กรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นเป็นพิเศษตามที่ ก.ร. กำหนด
ข้อ ๑๗
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ หรือประเภทบริหาร
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ
ให้กระทำได้เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการมาก่อน
และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะต้องพิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(๑) การย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ไม่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการ
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร.
กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
(๒) การย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าระดับที่ผู้นั้นเคยดำรงอยู่เดิมในตำแหน่งประเภทวิชาการไม่เกินหนึ่งระดับ
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๑ แล้ว
ข้อ ๑๘
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการในระดับเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๑๙ การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร.
กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร. กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว
ข้อ ๒๐
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๒ แล้ว
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือประเภทวิชาการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๓ แล้ว
ข้อ ๒๑
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๒๒
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าเดิม
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
ข้อ ๒๓
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร.
กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
ประเภทวิชาการ หรือประเภทอำนวยการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๔ แล้ว
ข้อ ๒๔
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่
๑ ตามข้อ ๙ (๑) หรือในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๒)
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มเดียวกัน
ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่
๒ ตามข้อ ๙ (๒) ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ
๙ (๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๖ แล้ว
ข้อ ๒๕
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่
๑ ตามข้อ ๙ (๑) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑
ตามข้อ ๙ (๑) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ ก.ร.
กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นตามข้อ ๕
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ให้ความยินยอมแล้ว
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) มาก่อน ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ ๙
(๑) ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๖ แล้ว
ข้อ ๒๖
การย้ายข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ
หรือประเภทอำนวยการซึ่งไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงมาก่อน
ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
ให้กระทำได้เฉพาะการย้ายไปดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙
(๒) เท่านั้น โดยผู้มีอำนาจสั่งบรรจุจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๕๕
แล้ว
การโอน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).