ข้อ ๓๖ ให้ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร ขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะประกอบด้วย
กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คนหนึ่งเป็นประธานและกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครอีกสองคนเพื่อทำ
หน้าที่เป็นผู้วินิจฉัยอุทธรณ์โดยจะกำหนดให้ประธานกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
หรือกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครหลายคณะพร้อมกันก็ได้และให้มีเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ก.
ที่ได้รับมอบหมายเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น
ในกรณีที่มีความจำเป็น ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานครอาจตั้งให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์กรุงเทพมหานคร
หรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครคนใดทำหน้าที่วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ก็ได้
ข้อ ๓๗ เมื่อได้มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครและได้มีการจ่ายสำนวนแล้ว ให้ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครแจ้งคำสั่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครให้ผู้อุทธรณ์ทราบ
โดยให้ผู้อุทธรณ์ลงลายมือชื่อและวันที่รับทราบไว้เป็นหลักฐานแล้วมอบสำเนาคำสั่งให้ไว้หนึ่งฉบับหรือจะส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้อุทธรณ์
ณ ที่อยู่ซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ หรือหลักฐานที่ปรากฏจากการไต่สวนก็ได้ ในกรณีเช่นนี้
เมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันนับแต่วันส่งสำเนาคำสั่งดังกล่าว
ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ได้รับทราบคำสั่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครแล้ว
ข้อ ๓๘ ในกรณีเรื่องอุทธรณ์ใดมีลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้
ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร จะให้มีการวินิจฉัยปัญหาหรือเรื่องอุทธรณ์ใดโดยองค์คณะวินิจฉัยหลายองค์คณะร่วมกันพิจารณาวินิจฉัย
ตามที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กำหนดก็ได้
(๑) เรื่องที่เกี่ยวกับระบบราชการ หรือประโยชน์สาธารณะ
(๒)
เรื่องที่มีประเด็นวินิจฉัยเกี่ยวกับหลักกฎหมายหรือหลักการที่สำคัญ
(๓) เรื่องที่อาจมีผลเป็นการกลับหรือแก้ไขแนวทางการลงโทษเดิม
(๔) เรื่องที่เป็นโครงการใหญ่และมีงบประมาณสูง
(๕) เรื่องอื่น ๆ ที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นสมควร
การยื่นคำคัดค้าน
และการพิจารณาคำคัดค้านกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร