ข้อ ๓๙ ผู้อุทธรณ์อาจคัดค้านกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครได้ ถ้ากรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครผู้นั้นมีกรณีดังต่อไปนี้
(๑)
รู้เห็นเหตุการณ์ในการกระทำผิดวินัยที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษหรือการกระทำที่ผู้อุทธรณ์ถูกสั่งให้ออกจากราชการ
(๒) มีส่วนได้เสียในการกระทำผิดวินัยที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษหรือการกระทำที่ผู้อุทธรณ์ถูกสั่งให้ออกจากราชการ
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้อุทธรณ์
(๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษ
หรือสั่งให้ออกจากราชการ
(๕) เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัยหรือการสั่งให้ออกจากราชการที่ผู้อุทธรณ์ถูกลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ
(๖) มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติหรือทางการสมรสกับบุคคลตาม (๑) (๒)
(๓) หรือ (๔) อันอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้อุทธรณ์
คำคัดค้านผู้ได้รับการตั้งเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร
ต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานครภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานคร
โดยต้องแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในคำคัดค้านด้วยว่าจะทำให้การพิจารณาอุทธรณ์ไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมอย่างไร
ก่อนที่จะมีการพิจารณาอุทธรณ์แต่อาจให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครผู้ที่ถูกคัดค้านทำคำชี้แจงประกอบการพิจารณาของประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ได้
ข้อ ๔๐ เมื่อมีการยื่นคำคัดค้านกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครคนใด ให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร
ผู้ที่ถูกคัดค้านงดการปฏิบัติหน้าที่ไว้จนกว่าประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร จะได้มีการชี้ขาดในเรื่องการคัดค้านนั้นแล้ว
หากประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เห็นว่ามิได้เป็นไปตามคำคัดค้านและมีเหตุผลสมควรที่จะให้ผู้ที่ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร นำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณามีมติให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ถ้าที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่ไม่ถูกคัดค้านก็ให้กรรมการผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับแล้วให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เห็นว่าคำคัดค้านฟังขึ้นหรือมีเหตุผลเพียงพอที่จะฟังได้ว่าหากให้ผู้ที่ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจทำให้การพิจารณาไม่ได้ความจริง
และความยุติธรรมให้มีคำสั่งให้ผู้ที่ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานคร ในเรื่องนั้นแล้วแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ
ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร สั่งให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครผู้ที่ถูกคัดค้านถอนตัวจากการพิจารณา ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
แต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครจากคณะหนึ่งคณะใดหรือตนเองปฏิบัติหน้าที่แทนตามความจำเป็น
ข้อ ๔๑ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครผู้ใดเห็นว่าตนมีกรณีอันอาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ ๓๙
หรือเห็นว่ามีเหตุอื่นที่อาจจะมีการกล่าวอ้างในภายหลังได้ว่าตนไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรม
ให้แจ้งต่อประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร และถอนตัวจากการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์
ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครแต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร จากคณะหนึ่งคณะใดหรือตนเองปฏิบัติหน้าที่แทนตามความจำเป็น
ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เห็นว่าควรให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร
ผู้ที่ขอถอนตัวปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้นำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เพื่อพิจารณามีมติให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ถ้าที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่ไม่ถูกคัดค้าน
ก็ให้กรรมการผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับแล้วให้เป็นที่สุด
ข้อ ๔๒ การที่กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครผู้ที่ถูกสั่งให้งดการปฏิบัติหน้าที่หรือกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
กรุงเทพมหานครผู้ที่ขอถอนตัวเพราะมีกรณีอันอาจถูกคัดค้านนั้นย่อมไม่กระทบถึงการกระทำใด
ๆ ที่ได้กระทำไปแล้ว แม้ว่าจะได้ดำเนินการหลังจากที่ได้มีการยื่นคำคัดค้านนั้น
การจ่ายสำนวนและการสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา