我的書籤免費註冊

กฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ. 2555 หมวด ๖

ข้อ ๔๓–ข้อ ๕๐共 8 條

ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ภายใต้บังคับข้อ ๙๐ เมื่อประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครได้รับหนังสืออุทธรณ์ ตามข้อ ๓๒ แล้ว ให้พิจารณาจ่ายสำนวนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔๔ ถึงข้อ ๔๗ ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครมีอำนาจสั่งการให้รวมเรื่องอุทธรณ์ที่มีมูลกรณีเดียวกันหรือเกี่ยวข้องกัน เพื่อพิจารณาเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้

ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าอุทธรณ์เรื่องใดมีปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญหรือผลการวินิจฉัยอาจกระทบต่อการปฏิบัติราชการ หรือจะเป็นการวางบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการ หรือกรณีเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณธรรมที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร สมควรเป็นผู้วินิจฉัยเองก็ให้จ่ายสำนวนนั้นให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เป็นองค์คณะวินิจฉัย ในกรณีนี้ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร แต่งตั้งกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครคนหนึ่งเป็นกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เจ้าของสำนวน โดยมีนิติกรผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นผู้ช่วย

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าอุทธรณ์เรื่องใดเป็นกรณีทั่วไปที่ไม่มีลักษณะตามข้อ ๔๔ ก็ให้จ่ายสำนวนอุทธรณ์นั้นให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร คณะหนึ่งคณะใดเป็นองค์คณะวินิจฉัย ในกรณีนี้ให้ประธานกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครแต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครคนหนึ่งเป็นเจ้าของสำนวน เมื่อองค์คณะวินิจฉัยได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ให้เสนอ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าอุทธรณ์เรื่องใดเป็นอุทธรณ์ที่ไม่อาจรับไว้พิจารณาได้ ก็ให้จ่ายสำนวนอุทธรณ์นั้นให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เป็นองค์คณะวินิจฉัยหรือให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครคณะหนึ่งคณะใดเป็นองค์คณะวินิจฉัย ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครเป็นองค์คณะวินิจฉัย เมื่อพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นแล้ว ให้เสนอ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร พิจารณาวินิจฉัยต่อไป

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่าอุทธรณ์เรื่องใด เป็นอุทธรณ์ที่พิจารณาได้ก็ให้จ่ายสำนวนให้แก่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร เป็นองค์คณะวินิจฉัย ในกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครขึ้นหลายคณะ ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร จ่ายสำนวนตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครแยกตามความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ ให้จ่ายสำนวนให้ตรงกับความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครที่ตั้งไว้ (๒) ในกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครแยกตามกลุ่มของหน่วยงาน หรือพื้นที่ตั้งของหน่วยงานใด ให้จ่ายสำนวนให้ตรงกับกลุ่มหรือพื้นที่ตั้งของหน่วยงานนั้น (๓) ในกรณีที่ไม่มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครตาม (๑) หรือ (๒) หรือมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยในลักษณะเดียวกันหลายคณะ หรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบเรื่องอุทธรณ์ดังกล่าวมีเรื่องอุทธรณ์ค้างการพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งหากจ่ายสำนวนเรื่องอุทธรณ์ให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครนั้นจะทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือกระทบต่อความยุติธรรม ให้จ่ายสำนวนอุทธรณ์ตามที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นสมควรว่าจะจ่ายสำนวนเรื่องอุทธรณ์ให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครคณะใด ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครเป็นองค์คณะวินิจฉัย เมื่อวินิจฉัยแล้วให้เสนอ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร พิจารณาวินิจฉัยต่อไป

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ กรรมการเจ้าของสำนวน อาจกำหนดประเด็นให้นิติกรผู้รับผิดชอบสำนวนวิเคราะห์และพิจารณาทำความเห็นเสนอองค์คณะวินิจฉัยเพื่อพิจารณาสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ไว้พิจารณา ดังนี้ (๑) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่มีการดำเนินการโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ และเป็นอุทธรณ์ที่รับไว้พิจารณาได้ ก็ให้องค์คณะวินิจฉัยมีคำสั่งรับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (๒) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ยังไม่ชัดเจนหรือที่ยังมีการดำเนินการโดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ ก็ให้มีคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาเจ็ดวันหากไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็ให้เสนอองค์คณะวินิจฉัยเพื่อพิจารณามีคำวินิจฉัย (๓) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ห้ามรับไว้พิจารณาตามข้อ ๔๙ ก็ให้เสนอองค์คณะวินิจฉัยเพื่อพิจารณามีคำวินิจฉัย

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ อุทธรณ์ดังต่อไปนี้ เป็นอุทธรณ์ที่ห้ามรับไว้พิจารณา (๑) เป็นเรื่องที่ไม่อาจอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ได้ตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง (๒) ผู้อุทธรณ์มิใช่เป็นผู้มีสิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง (๓) เป็นอุทธรณ์ที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๐ วรรคหนึ่ง (๔) เป็นเรื่องที่ได้เคยมีการอุทธรณ์และได้มีคำวินิจฉัยหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว (๕) เป็นกรณีตามข้อ ๔๘ (๒) และ (๓) สำหรับทายาทผู้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์แทน ตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒ หากมีกรณีตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง (๑) ถึง (๕) ให้ถือว่าเป็นอุทธรณ์ที่ห้ามรับไว้พิจารณาเช่นกัน

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ เมื่อองค์คณะวินิจฉัยได้รับความเห็นของกรรมการเจ้าของสำนวนตามข้อ ๔๘ (๒) หรือ (๓) แล้ว ให้องค์คณะวินิจฉัยพิจารณามีคำวินิจฉัย ดังนี้ (๑) ในกรณีที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เป็นองค์คณะวินิจฉัย (ก) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ห้ามรับไว้พิจารณาตามข้อ ๔๙ ก็ให้มีคำวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณา และสั่งจำหน่ายอุทธรณ์นั้นออกจากสารบบ (ข) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่รับไว้พิจารณาได้ ก็ให้สั่งรับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณา และให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เจ้าของสำนวนดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (๒) ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานครเป็นองค์คณะวินิจฉัย (ก) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ห้ามรับไว้พิจารณาตามข้อ ๔๙ ก็ให้มีคำวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาและเสนอ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร พิจารณาวินิจฉัย เมื่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครวินิจฉัยแล้ว ให้จำหน่ายอุทธรณ์นั้นออกจากสารบบ (ข) ถ้าเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่รับไว้พิจารณาได้ ก็ให้สั่งรับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาและให้กรรมการเจ้าของสำนวนดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป การแสวงหาข้อเท็จจริง การแสวงหาข้อเท็จจริงจากคำอุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ คำคัดค้านคำแก้อุทธรณ์ และคำแก้อุทธรณ์เพิ่มเติม

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).