มาตรา ๑๕ ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าขึ้น และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
กิจการของสำนักงานตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
สำนักงานไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และรายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๑๖ ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่นที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และอำนาจและหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะอนุกรรมการ
(๒) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สินต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(๓) กู้ ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์
(๔) กำหนดค่าบริการในการดำเนินงานของสำนักงาน
(๕) รับค่าธรรมเนียมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. มอบหมาย
ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน
มาตรา ๑๘ ให้คณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการ
ให้เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
มาตรา ๑๙ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๓) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และสามารถปฏิบัติงานให้สำนักงานได้เต็มเวลา
(๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
(๕) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือมีหน้าที่หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๘) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๒๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ก.ส.ล. เนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙
มาตรา ๒๑ ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจจัดการกิจการ หรือที่ปรึกษาทางการเงินของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ามิได้
มาตรา ๒๒ เลขาธิการมีอำนาจและหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและควบคุมการประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และดำเนินกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. รวมถึงระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
ในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล.
มาตรา ๒๓ ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงาน และเพื่อการนี้ เลขาธิการจะมอบอำนาจให้พนักงานของสำนักงานคนใดคนหนึ่งกระทำการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๒๔ ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสำนักงาน และจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ
มาตรา ๒๕ ให้สำนักงานจัดทำงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของทุกปี
รอบระยะเวลาบัญชีปกติให้นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี เฉพาะในปีแรกให้เริ่มนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีนั้น
ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล.
ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
ผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า
ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจอื่น
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).