我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด) หมวด ๑

มาตรา ๕–มาตรา ๒๕共 21 條

ส่วนที่ ๑

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ก.ส.ล.” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายสินค้าทางการเกษตรซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนห้าคนเป็นกรรมการ โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านการพาณิชย์ ด้านการเงิน หรือด้านการเกษตรด้านละหนึ่งคน และเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการ ก.ส.ล. จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการตลาดหรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจและหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา ตลอดจนกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้า การประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายล่วงหน้า และให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๓) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๔) ให้ความเห็นชอบจำนวนเงินอุดหนุนและเงินสมทบที่ตลาดจัดสรรให้สำนักงานและกองทุนพัฒนาตลาดตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง (๕) ให้ความเห็นชอบระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกโดยคณะกรรมการตลาดตามมาตรา ๗๘ (๑) (๔) (๕) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) และ (๑๖) (๖) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทของเลขาธิการตามมาตรา ๑๑๖ (๗) สั่งห้ามการซื้อขายล่วงหน้า หรือสั่งให้คณะกรรมการตลาดหรือผู้จัดการกระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามมาตรา ๑๒๕ (๘) สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าหรือตลาดชี้แจงข้อเท็จจริงทำรายงาน ตลอดจนมีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า (๙) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ (๑๐) ออกระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัมพันธ์ การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน วินัย และการลงโทษพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดอัตราเงินเดือนและเงินตอบแทนอื่น การสงเคราะห์และสวัสดิการ และการมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนเลขาธิการ (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๘

มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เมื่อครบสองปีนับแต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ส.ล. ครั้งแรก ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสามคนออกจากตำแหน่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๗) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการ ก.ส.ล. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา ห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ แล้วรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ประธานกรรมการ ก.ส.ล. กรรมการ ก.ส.ล. และอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด และให้ถือว่าประโยชน์ตอบแทนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

ส่วนที่ ๒

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าขึ้น และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล กิจการของสำนักงานตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ สำนักงานไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และรายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่นที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และอำนาจและหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะอนุกรรมการ (๒) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สินต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ (๓) กู้ ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์ (๔) กำหนดค่าบริการในการดำเนินงานของสำนักงาน (๕) รับค่าธรรมเนียมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. มอบหมาย ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้คณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการ ให้เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๓) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และสามารถปฏิบัติงานให้สำนักงานได้เต็มเวลา (๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๕) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือมีหน้าที่หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๗) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๘) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ก.ส.ล. เนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจจัดการกิจการ หรือที่ปรึกษาทางการเงินของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ามิได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เลขาธิการมีอำนาจและหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและควบคุมการประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และดำเนินกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. รวมถึงระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน ในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงาน และเพื่อการนี้ เลขาธิการจะมอบอำนาจให้พนักงานของสำนักงานคนใดคนหนึ่งกระทำการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสำนักงาน และจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้สำนักงานจัดทำงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของทุกปี รอบระยะเวลาบัญชีปกติให้นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี เฉพาะในปีแรกให้เริ่มนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีนั้น ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจอื่น

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).