มาตรา ๒๖ ผู้ใดจะประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ
การขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
ในการออกใบอนุญาต เลขาธิการจะกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจไว้ด้วยก็ได้
มาตรา ๒๗[๒] ในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ให้เลขาธิการตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
(ข) กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(ค) ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๒) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
(ข) กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(ค) ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๓) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตมีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า และมีความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับสินค้าเกษตร
(ข) ในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล จะต้องมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติตาม (ก) และคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๔) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า
(ก) ผู้ขออนุญาตมีความประพฤติดี และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(ข) ผู้ขออนุญาตสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว
มาตรา ๒๘ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรเพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๔ ปฏิบัติ
เมื่อความจำเป็นตามวรรคหนึ่งหมดหรือเปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ก.ส.ล. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้นั้นได้
มาตรา ๒๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้าด้วย
มาตรา ๓๐ ในการเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ให้นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าทำสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าเพื่อทำการซื้อขายล่วงหน้าแทนลูกค้า โดยมีรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
ค่าตอบแทนในการเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามอัตราที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๓๑ ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าจะดำเนินการจัดหาคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายล่วงหน้าจากลูกค้าได้ เมื่อมีการแจ้งชื่อตัวแทนซื้อขายล่วงหน้านั้นต่อเลขาธิการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนด
ให้เลขาธิการแจ้งชื่อตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้ตลาดทราบ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก
มาตรา ๓๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ต้องประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๓๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ อาจมีสำนักงานสาขา หรือย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ สำนักงานสาขาหรือสถานที่ทำการได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๓๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ต้องดำรงฐานะทางการเงินตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๓๕ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๒)[๓] เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
(๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.
(๔) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการของสถาบันการเงินใด เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.
(๖) เคยถูกถอดถอนตามมาตรา ๖๐
(๗) เป็นบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน หรือคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๘) ลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๓๖ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จะแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการที่ได้รับอนุญาตได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ
ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ ให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ให้ไว้แล้วได้ และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ เสนอชื่อบุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากเลขาธิการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนความเห็นชอบ
กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการซึ่งถูกเพิกถอนความเห็นชอบตามวรรคสองจะดำเนินการหรือเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกเพิกถอนความเห็นชอบไม่ได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน
มาตรา ๓๗ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบ และข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๓๘ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จัดทำงบการเงินตามแบบ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด
งบการเงินตามวรรคหนึ่งต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น
ผู้สอบบัญชีตามวรรคสองต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.
มาตรา ๓๙ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จัดให้มีการเปิดเผยงบการเงินเพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้ ณ สถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจนั้น และจัดส่งให้เลขาธิการภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด
มาตรา ๔๐ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๓๘ ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีตรวจพบว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือความเห็นดังกล่าวพร้อมทั้งผลกระทบที่เป็นสาระสำคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น
ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้
มาตรา ๔๑ เงินที่นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าได้รับจากลูกค้า มิให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินของนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้านั้น
มาตรา ๔๒ ให้นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าฝากเงินที่ได้รับจากลูกค้าเพื่อใช้ในการซื้อหรือขายล่วงหน้าไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด โดยให้แยกบัญชีของลูกค้าแต่ละรายและบัญชีของนายหน้าหรือตัวแทนดังกล่าวออกจากกัน
มาตรา ๔๓ นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าจะจ่ายเงินจากบัญชีลูกค้าได้เฉพาะเพื่อการซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า หรือจ่ายตามคำสั่งของลูกค้าเจ้าของบัญชีเท่านั้น
ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๔๔ ผู้ใดจะประกอบธุรกิจเป็นผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ในการนี้คณะกรรมการ ก.ส.ล. จะกำหนดลักษณะการจัดการเงินทุนที่ไม่ต้องขอรับอนุญาตด้วยก็ได้
การขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
ในการออกใบอนุญาต เลขาธิการจะกำหนดเงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าไว้ด้วยก็ได้
การจัดตั้งและการบริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าตามส่วนนี้ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๔๕ ในการออกใบอนุญาตตามมาตรา ๔๔ ให้เลขาธิการตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ผู้ขออนุญาตเป็นบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และมีฐานะทางการเงินมั่นคง
(๒) ผู้ขออนุญาตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕
(๓) ประวัติและลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาของผู้ขออนุญาตไม่มีข้อบกพร่องหรือขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบในการบริหารงาน
(๔) ความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๔๖ ในการรับจัดการเงินทุนส่วนบุคคล ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๔๗ ในการจัดตั้งและจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าจะจัดตั้งและจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้ เมื่อคำขอจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๔๘ ในการยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามมาตรา ๔๗ ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) โครงการและแผนงาน การจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามรายการที่เลขาธิการกำหนด
(๒) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งต้องไม่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุน
(๓) ร่างสัญญาจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า
มาตรา ๔๙ ข้อผูกพันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าตามมาตรา ๔๘ (๒) อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนาจและหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า
(๒) การแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า รวมทั้งเงื่อนไขการเปลี่ยนตัว และค่าตอบแทน
(๓) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า
(๔) สิทธิของผู้ลงทุน
(๕) การเลิกกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า
ข้อผูกพันตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิดของผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าและผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุน
ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคสองให้ตกเป็นโมฆะ
มาตรา ๕๐ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้องมีคุณสมบัติและให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้ามีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดี เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนทั้งปวงหรือตามคำสั่งของเลขาธิการ เมื่อมีการกระทำการหรืองดเว้นการกระทำการจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า
ในกรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า กระทำการ งดเว้นกระทำการ หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุน ให้ผู้ลงทุนหรือสำนักงานมีสิทธิร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือฟ้องร้องบังคับคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีใด ๆ กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนทั้งปวงได้
ในกรณีที่มีการร้องทุกข์ และพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้พนักงานอัยการมีอำนาจเรียกทรัพย์สินหรือราคา หรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหายด้วย ในการนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีตามมาตรานี้เพื่อประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าใด ให้เรียกร้องได้จากทรัพย์สินของกองทุนนั้น
มาตรา ๕๑ การระดมทุน โดยการชี้ชวนหรือชักชวนประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้นำเงินมาลงทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภทหุ้น และให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการออกหลักทรัพย์ของบริษัทและการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
มาตรา ๕๒ ทุนที่ระดมได้ตามโครงการของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าใด ให้รวมเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้น และให้จดทะเบียนกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าดังกล่าวกับเลขาธิการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด
กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าเมื่อได้จดทะเบียนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๕๓ ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องดำเนินการตามโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เสนอต่อเลขาธิการตามมาตรา ๔๘ (๑)
การแก้ไขหรือเพิ่มเติมโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือการแก้ไขวิธีจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้องกระทำตามมติเสียงข้างมากของผู้ลงทุนซึ่งได้ลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดที่ได้ลงไว้ และแจ้งต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไข
ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าแจ้งการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือการแก้ไขวิธีการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปยังผู้ลงทุนทุกคนและประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติม
มาตรา ๕๔ ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ห้ามมิให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้ากระทำการ ดังต่อไปนี้
(๑) นำสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปรวมกับทรัพย์สินของตนหรือของบุคคลอื่น
(๒) นำสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปลงทุนในธุรกิจอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. ทั้งนี้ หากมีการนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวให้เป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(๓) กู้ยืมเงินในนามของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่สินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.
(๔) ให้การรับรองแก่ผู้ลงทุนว่าจะมีกำไรในอัตราที่แน่นอน หรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กำหนดไว้โดยแน่นอน
(๕) กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๖) กิจการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๕๕ ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้ามีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำและรายงานงบดุลการเงิน บัญชีรายรับรายจ่าย การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ให้ผู้ลงทุนและเลขาธิการทราบ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
(๒) จัดทำรายงานประจำปีให้แก่ผู้ลงทุนและเลขาธิการภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชีตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
(๓) จัดทำและจัดเก็บข้อมูลรายงานการซื้อขายสินค้าเกษตรแต่ละชนิดในแต่ละวันให้ถูกต้องและเป็นระเบียบเก็บไว้ที่สำนักงานแห่งใหญ่ และต้องอนุญาตให้ผู้ลงทุนตรวจสอบได้
(๔) จัดให้มีทะเบียนผู้ลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด
(๕) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๕๖ การจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน การจัดทำงบการเงินและการแสดงความเห็นต่องบการเงินของผู้สอบบัญชี สำหรับกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้นำมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับ
การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต
และการเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๕๗ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใด
(๑) ขาดคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๗ (๑) (ก) และ (ค) (๒) (ก) และ (ค) และ (๓) (ก) และ (ข)
(๒) ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๓๒
(๓) ไม่ดำรงฐานะทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดตามมาตรา ๓๔
(๔) จัดทำบัญชีตามมาตรา ๓๗ หรืองบการเงินตามมาตรา ๓๘ ไม่เรียบร้อย หรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด
มาตรา ๕๘ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดมีฐานะหรือมีการดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นดำเนินการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นด้วยก็ได้
มาตรา ๕๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ
มาตรา ๖๐ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการดังกล่าว ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้อื่นซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ โดยความเห็นชอบของเลขาธิการ เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันถอดถอน
ให้ถือว่าคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัด แล้วแต่กรณี
บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกถอดถอนไม่ได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน
มาตรา ๖๑ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๕ หรือจัดทำบัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินหรืองบการเงินตามมาตรา ๕๖ ไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด
ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ
มาตรา ๖๒ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๕ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้านั้นแก้ไขการกระทำหรืองดเว้นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ดังกล่าว
ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้น และสั่งเลิกธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๖๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๔๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นไว้จนกว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๖๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใด ไม่แก้ไขหรือแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๘ ไม่ได้ และเลขาธิการเห็นว่าฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น
มาตรา ๖๕ ในกรณีปรากฏหลักฐานต่อเลขาธิการว่าผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดต้องโทษหรือเคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ การภาษีอากร หรือการฉ้อโกงประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจนั้น
มาตรา ๖๖ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้เลขาธิการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าที่ยังค้างอยู่ในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
มาตรา ๖๗ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา ๖๙ วรรคสอง
มาตรา ๖๘ ในการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามส่วนนี้ ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าทราบ และให้ปิดประกาศหนังสือแจ้งการพักใช้หรือเพิกถอนดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
ให้เลขาธิการแจ้งการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้าหรือนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ตลาดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
มาตรา ๖๙ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าต่อเลขาธิการ
เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองลูกค้าหรือผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการซื้อขายล่วงหน้า การชำระราคา และการรับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตร ที่ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้แล้วเสร็จก่อนที่เลขาธิการจะอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจเช่นว่านั้น
มาตรา ๗๐ กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าย่อมเลิกด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้
(๑) ครบกำหนดอายุของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือเป็นกรณีอันเป็นเหตุที่จะเลิกกิจการตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า
(๒) ที่ประชุมผู้ลงทุนมีมติตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้เลิกประกอบกิจการซึ่งจะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ
(๓) ล้มละลาย
(๔) เลขาธิการสั่งให้เลิกตามมาตรา ๖๒ วรรคสอง
ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกกิจการตาม (๑) หรือ (๓) แจ้งให้เลขาธิการทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันมีเหตุที่ทำให้เลิก
มาตรา ๗๑ ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกประกอบกิจการแล้วจัดให้มีการชำระบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด และเมื่อได้มีการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ความเป็นนิติบุคคลของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นเป็นอันสิ้นสุดลง
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
การจัดตั้ง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).