我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. 2542

法律・公布 1999-10-15・全 167 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ตลาด” หมายความว่า ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย “สินค้าเกษตร” หมายความว่า ผลิตผลทางเกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปผลิตผลทางเกษตรกรรม ซึ่งคณะกรรมการตลาดกำหนดให้มีการซื้อขายล่วงหน้า “การซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า การซื้อขายสินค้าเกษตรโดยวิธีการประมูลโดยเปิดเผยในตลาดเพื่อรับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตรนั้นในวันข้างหน้าตามปริมาณและราคาที่ตกลงกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนด “ข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า คำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายสินค้าเกษตร ซึ่งผู้ซื้อหรือผู้ขายส่งเข้าตลาด และได้รับการยืนยันการซื้อขายเกี่ยวกับปริมาณ ราคา ระยะเวลารับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตรนั้นจากตลาดแล้ว “ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า (๑) การเป็นผู้ค้าล่วงหน้า (๒) การเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า (๓) การเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า (๔) การเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า (๕) การเป็นผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า (๖) การประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด “ผู้ค้าล่วงหน้า” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการให้ทำการซื้อขายล่วงหน้าเพื่อตนเอง “นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการให้จัดหาและรับคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายล่วงหน้าจากลูกค้า “ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการให้ประกอบธุรกิจให้คำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าแก่ผู้ซึ่งประสงค์จะซื้อขายล่วงหน้าในตลาด “ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการให้เป็นตัวแทนของนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ในการจัดหาคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายล่วงหน้าจากลูกค้า “ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการให้บริหารและจัดการธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า “ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า (๑) การจัดการเงินทุนส่วนบุคคล โดยการจัดการเงินทุนให้แก่บุคคลแต่ละราย ตั้งแต่ห้ารายขึ้นไป หรือคณะบุคคลตั้งแต่หนึ่งคณะ เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายล่วงหน้า (๒) การจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า โดยการระดมทุนจากบุคคลหรือคณะบุคคล เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายล่วงหน้า “สมาชิก” หมายความว่า ผู้ค้าล่วงหน้าและนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตลาดให้ซื้อขายล่วงหน้าในตลาด “ลูกค้า” หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ขายซึ่งทำการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโดยผ่านนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า “เงินประกัน” หมายความว่า เงินและทรัพย์สินที่วางไว้เพื่อเป็นหลักประกันการซื้อขายล่วงหน้า “ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ การกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

หมวด ๑
ส่วนที่ ๑

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ก.ส.ล.” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายสินค้าทางการเกษตรซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนห้าคนเป็นกรรมการ โดยในจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านการพาณิชย์ ด้านการเงิน หรือด้านการเกษตรด้านละหนึ่งคน และเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการ ก.ส.ล. จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการตลาดหรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจและหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา ตลอดจนกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้า การประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายล่วงหน้า และให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๓) กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๔) ให้ความเห็นชอบจำนวนเงินอุดหนุนและเงินสมทบที่ตลาดจัดสรรให้สำนักงานและกองทุนพัฒนาตลาดตามมาตรา ๗๔ วรรคสอง (๕) ให้ความเห็นชอบระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกโดยคณะกรรมการตลาดตามมาตรา ๗๘ (๑) (๔) (๕) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) และ (๑๖) (๖) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทของเลขาธิการตามมาตรา ๑๑๖ (๗) สั่งห้ามการซื้อขายล่วงหน้า หรือสั่งให้คณะกรรมการตลาดหรือผู้จัดการกระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามมาตรา ๑๒๕ (๘) สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าหรือตลาดชี้แจงข้อเท็จจริงทำรายงาน ตลอดจนมีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า (๙) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ (๑๐) ออกระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัมพันธ์ การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน วินัย และการลงโทษพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การกำหนดอัตราเงินเดือนและเงินตอบแทนอื่น การสงเคราะห์และสวัสดิการ และการมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนเลขาธิการ (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๘

มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เมื่อครบสองปีนับแต่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ส.ล. ครั้งแรก ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนสามคนออกจากตำแหน่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๗) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการ ก.ส.ล. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา ห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ แล้วรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ประธานกรรมการ ก.ส.ล. กรรมการ ก.ส.ล. และอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด และให้ถือว่าประโยชน์ตอบแทนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

ส่วนที่ ๒

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าขึ้น และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล กิจการของสำนักงานตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ สำนักงานไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และรายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้สำนักงานมีสำนักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่นที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และอำนาจและหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการของคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะอนุกรรมการ (๒) ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สินต่าง ๆ สร้าง ซื้อ จัดหา ขาย จำหน่าย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนำ รับจำนอง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน หรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทั้งในและนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ (๓) กู้ ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์ (๔) กำหนดค่าบริการในการดำเนินงานของสำนักงาน (๕) รับค่าธรรมเนียมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๖) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. มอบหมาย ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสำนักงาน

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้คณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการ ให้เลขาธิการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (๓) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และสามารถปฏิบัติงานให้สำนักงานได้เต็มเวลา (๔) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๕) ไม่ดำรงตำแหน่งหรือมีหน้าที่หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๗) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๘) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ก.ส.ล. เนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะเป็นผู้ถือหุ้น เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจจัดการกิจการ หรือที่ปรึกษาทางการเงินของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ามิได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เลขาธิการมีอำนาจและหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและควบคุมการประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และดำเนินกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ ก.ส.ล. รวมถึงระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน ในการดำเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสำนักงาน และเพื่อการนี้ เลขาธิการจะมอบอำนาจให้พนักงานของสำนักงานคนใดคนหนึ่งกระทำการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้สำนักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสำนักงาน และจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้สำนักงานจัดทำงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่าย ส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของทุกปี รอบระยะเวลาบัญชีปกติให้นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปี เฉพาะในปีแรกให้เริ่มนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีนั้น ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสำนักงานทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. ธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจอื่น

หมวด ๒
ส่วนที่ ๑

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ผู้ใดจะประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้าล่วงหน้า นายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ การขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ในการออกใบอนุญาต เลขาธิการจะกำหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗[๒] ในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ให้เลขาธิการตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้า (ก) ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (ข) กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ (ค) ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๒) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า (ก) ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (ข) กรรมการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ (ค) ผู้ขออนุญาตมีพนักงานซึ่งสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๓) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นที่ปรึกษาการซื้อขายล่วงหน้า (ก) ผู้ขออนุญาตมีประสบการณ์เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้า และมีความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับสินค้าเกษตร (ข) ในกรณีผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล จะต้องมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติตาม (ก) และคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๔) ในกรณีเป็นการขออนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้า (ก) ผู้ขออนุญาตมีความประพฤติดี และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ (ข) ผู้ขออนุญาตสำเร็จการอบรมเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าจากสถาบันที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้การรับรองแล้ว

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรเพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๔ ปฏิบัติ เมื่อความจำเป็นตามวรรคหนึ่งหมดหรือเปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ก.ส.ล. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้นั้นได้

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ถือว่าได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้าด้วย

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ในการเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า ให้นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าทำสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าเพื่อทำการซื้อขายล่วงหน้าแทนลูกค้า โดยมีรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ค่าตอบแทนในการเป็นนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามอัตราที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าจะดำเนินการจัดหาคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายล่วงหน้าจากลูกค้าได้ เมื่อมีการแจ้งชื่อตัวแทนซื้อขายล่วงหน้านั้นต่อเลขาธิการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนด ให้เลขาธิการแจ้งชื่อตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้ตลาดทราบ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ต้องประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ อาจมีสำนักงานสาขา หรือย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ สำนักงานสาขาหรือสถานที่ทำการได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ต้องดำรงฐานะทางการเงินตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นบุคคลล้มละลาย (๒)[๓] เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. (๔) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการของสถาบันการเงินใด เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. (๖) เคยถูกถอดถอนตามมาตรา ๖๐ (๗) เป็นบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน หรือคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๘) ลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จะแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการที่ได้รับอนุญาตได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ ให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ให้ไว้แล้วได้ และให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ เสนอชื่อบุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากเลขาธิการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนความเห็นชอบ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการซึ่งถูกเพิกถอนความเห็นชอบตามวรรคสองจะดำเนินการหรือเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกเพิกถอนความเห็นชอบไม่ได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบ และข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จัดทำงบการเงินตามแบบ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด งบการเงินตามวรรคหนึ่งต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ผู้สอบบัญชีตามวรรคสองต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ จัดให้มีการเปิดเผยงบการเงินเพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้ ณ สถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจนั้น และจัดส่งให้เลขาธิการภายในระยะเวลาที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๓๘ ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีตรวจพบว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ได้ทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือความเห็นดังกล่าวพร้อมทั้งผลกระทบที่เป็นสาระสำคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ เงินที่นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าได้รับจากลูกค้า มิให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินของนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้านั้น

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ให้นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าหรือตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าฝากเงินที่ได้รับจากลูกค้าเพื่อใช้ในการซื้อหรือขายล่วงหน้าไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด โดยให้แยกบัญชีของลูกค้าแต่ละรายและบัญชีของนายหน้าหรือตัวแทนดังกล่าวออกจากกัน

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ นายหน้าซื้อขายล่วงหน้าจะจ่ายเงินจากบัญชีลูกค้าได้เฉพาะเพื่อการซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า หรือจ่ายตามคำสั่งของลูกค้าเจ้าของบัญชีเท่านั้น ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า

ส่วนที่ ๒

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ผู้ใดจะประกอบธุรกิจเป็นผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ในการนี้คณะกรรมการ ก.ส.ล. จะกำหนดลักษณะการจัดการเงินทุนที่ไม่ต้องขอรับอนุญาตด้วยก็ได้ การขออนุญาตและการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ในการออกใบอนุญาต เลขาธิการจะกำหนดเงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าไว้ด้วยก็ได้ การจัดตั้งและการบริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าตามส่วนนี้ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ในการออกใบอนุญาตตามมาตรา ๔๔ ให้เลขาธิการตรวจสอบหลักฐานของผู้ขออนุญาตในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ผู้ขออนุญาตเป็นบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า และมีฐานะทางการเงินมั่นคง (๒) ผู้ขออนุญาตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ขออนุญาตไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ (๓) ประวัติและลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาของผู้ขออนุญาตไม่มีข้อบกพร่องหรือขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบในการบริหารงาน (๔) ความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ในการรับจัดการเงินทุนส่วนบุคคล ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ในการจัดตั้งและจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าจะจัดตั้งและจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้ เมื่อคำขอจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ในการยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามมาตรา ๔๗ ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย (๑) โครงการและแผนงาน การจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามรายการที่เลขาธิการกำหนด (๒) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งต้องไม่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุน (๓) ร่างสัญญาจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ข้อผูกพันระหว่างผู้ลงทุนกับผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าตามมาตรา ๔๘ (๒) อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) อำนาจและหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า (๒) การแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า รวมทั้งเงื่อนไขการเปลี่ยนตัว และค่าตอบแทน (๓) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบำเหน็จในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า (๔) สิทธิของผู้ลงทุน (๕) การเลิกกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ข้อผูกพันตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่มีข้อจำกัดความรับผิดของผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าและผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคสองให้ตกเป็นโมฆะ

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้องมีคุณสมบัติและให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้ามีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดี เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนทั้งปวงหรือตามคำสั่งของเลขาธิการ เมื่อมีการกระทำการหรืองดเว้นการกระทำการจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ในกรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า กระทำการ งดเว้นกระทำการ หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุน ให้ผู้ลงทุนหรือสำนักงานมีสิทธิร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือฟ้องร้องบังคับคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีใด ๆ กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนทั้งปวงได้ ในกรณีที่มีการร้องทุกข์ และพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้พนักงานอัยการมีอำนาจเรียกทรัพย์สินหรือราคา หรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหายด้วย ในการนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีตามมาตรานี้เพื่อประโยชน์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าใด ให้เรียกร้องได้จากทรัพย์สินของกองทุนนั้น

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ การระดมทุน โดยการชี้ชวนหรือชักชวนประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้นำเงินมาลงทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภทหุ้น และให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการออกหลักทรัพย์ของบริษัทและการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ทุนที่ระดมได้ตามโครงการของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าใด ให้รวมเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้น และให้จดทะเบียนกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าดังกล่าวกับเลขาธิการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าเมื่อได้จดทะเบียนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าต้องดำเนินการตามโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เสนอต่อเลขาธิการตามมาตรา ๔๘ (๑) การแก้ไขหรือเพิ่มเติมโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือการแก้ไขวิธีจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้องกระทำตามมติเสียงข้างมากของผู้ลงทุนซึ่งได้ลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดที่ได้ลงไว้ และแจ้งต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไข ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าแจ้งการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโครงการและแผนงานการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือการแก้ไขวิธีการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปยังผู้ลงทุนทุกคนและประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติม

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ห้ามมิให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้ากระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) นำสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปรวมกับทรัพย์สินของตนหรือของบุคคลอื่น (๒) นำสินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าไปลงทุนในธุรกิจอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. ทั้งนี้ หากมีการนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวให้เป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (๓) กู้ยืมเงินในนามของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่สินทรัพย์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. (๔) ให้การรับรองแก่ผู้ลงทุนว่าจะมีกำไรในอัตราที่แน่นอน หรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กำหนดไว้โดยแน่นอน (๕) กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๖) กิจการอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ ในการจัดการกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้ามีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำและรายงานงบดุลการเงิน บัญชีรายรับรายจ่าย การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ให้ผู้ลงทุนและเลขาธิการทราบ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๒) จัดทำรายงานประจำปีให้แก่ผู้ลงทุนและเลขาธิการภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชีตามแบบที่เลขาธิการกำหนด (๓) จัดทำและจัดเก็บข้อมูลรายงานการซื้อขายสินค้าเกษตรแต่ละชนิดในแต่ละวันให้ถูกต้องและเป็นระเบียบเก็บไว้ที่สำนักงานแห่งใหญ่ และต้องอนุญาตให้ผู้ลงทุนตรวจสอบได้ (๔) จัดให้มีทะเบียนผู้ลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด (๕) ดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ การจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน การจัดทำงบการเงินและการแสดงความเห็นต่องบการเงินของผู้สอบบัญชี สำหรับกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้นำมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับ การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต และการเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า

ส่วนที่ ๓

มาตรา ๕๗

มาตรา ๕๗ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใด (๑) ขาดคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๗ (๑) (ก) และ (ค) (๒) (ก) และ (ค) และ (๓) (ก) และ (ข) (๒) ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๓๒ (๓) ไม่ดำรงฐานะทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดตามมาตรา ๓๔ (๔) จัดทำบัญชีตามมาตรา ๓๗ หรืองบการเงินตามมาตรา ๓๘ ไม่เรียบร้อย หรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดมีฐานะหรือมีการดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นดำเนินการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นด้วยก็ได้

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการดังกล่าว ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้อื่นซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ โดยความเห็นชอบของเลขาธิการ เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันถอดถอน ให้ถือว่าคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัด แล้วแต่กรณี บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกถอดถอนไม่ได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๕ หรือจัดทำบัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินหรืองบการเงินตามมาตรา ๕๖ ไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๕ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้านั้นแก้ไขการกระทำหรืองดเว้นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ดังกล่าว ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้น และสั่งเลิกธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๔๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นไว้จนกว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใด ไม่แก้ไขหรือแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๘ ไม่ได้ และเลขาธิการเห็นว่าฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ ในกรณีปรากฏหลักฐานต่อเลขาธิการว่าผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดต้องโทษหรือเคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ การภาษีอากร หรือการฉ้อโกงประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจนั้น

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้เลขาธิการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าที่ยังค้างอยู่ในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา ๖๙ วรรคสอง

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ ในการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามส่วนนี้ ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าทราบ และให้ปิดประกาศหนังสือแจ้งการพักใช้หรือเพิกถอนดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ให้เลขาธิการแจ้งการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้าหรือนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ตลาดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าต่อเลขาธิการ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองลูกค้าหรือผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการซื้อขายล่วงหน้า การชำระราคา และการรับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตร ที่ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้แล้วเสร็จก่อนที่เลขาธิการจะอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจเช่นว่านั้น

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าย่อมเลิกด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้ (๑) ครบกำหนดอายุของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือเป็นกรณีอันเป็นเหตุที่จะเลิกกิจการตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า (๒) ที่ประชุมผู้ลงทุนมีมติตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้เลิกประกอบกิจการซึ่งจะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ (๓) ล้มละลาย (๔) เลขาธิการสั่งให้เลิกตามมาตรา ๖๒ วรรคสอง ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกกิจการตาม (๑) หรือ (๓) แจ้งให้เลขาธิการทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันมีเหตุที่ทำให้เลิก

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกประกอบกิจการแล้วจัดให้มีการชำระบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด และเมื่อได้มีการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ความเป็นนิติบุคคลของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นเป็นอันสิ้นสุดลง ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า การจัดตั้ง

หมวด ๓
ส่วนที่ ๑

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ ให้จัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยขึ้นและให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการตลาด โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงการดำเนินธุรกิจอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของตลาดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล. กิจการของตลาดตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ตลาดไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และรายได้ของตลาดไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ ให้ตลาดมีอำนาจกระทำการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗๒ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่าหรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนอง ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใด ซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ (๒) จัดระบบและวิธีการซื้อขายล่วงหน้า (๓) ดำเนินธุรกิจสำนักหักบัญชี และบริหารกองทุนพัฒนาตลาด (๔) ดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจทำนองเดียวกัน (๕) กู้ ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์ (๖) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของตลาด

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ เงินและทรัพย์สินที่ตลาดได้มาจากการดำเนินงานของตลาด ให้ตลาดมีอำนาจนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำของตลาด จัดส่งเป็นเงินอุดหนุนให้แก่สำนักงานและเงินสมทบกองทุนพัฒนาตลาด รวมทั้งใช้เพื่อการพัฒนาตลาด เงินอุดหนุนสำนักงานและเงินสมทบกองทุนพัฒนาตลาดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้ความเห็นชอบ

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการตลาด หรือกิจการอันมีสภาพหรือลักษณะอย่างเดียวกัน นอกจากตลาดที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากตลาดใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า “ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน คณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า

ส่วนที่ ๒

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ ให้มีคณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการตลาด” ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งจำนวนห้าคน และบุคคลซึ่งสมาชิกเลือกตั้งอีกจำนวนห้าคน เป็นกรรมการ และผู้จัดการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การพาณิชย์ การเงิน การเกษตร หรือธุรกิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า ให้คณะกรรมการตลาดเลือกกรรมการตลาดคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมิใช่ผู้จัดการ เป็นประธานกรรมการ และแต่งตั้งพนักงานของตลาดคนใดคนหนึ่งเป็นเลขานุการ กรรมการตลาดจะเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ก.ส.ล. หรือคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ได้

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานของตลาดและปฏิบัติการอื่นใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) หลักเกณฑ์ในการกำหนด เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกสินค้าเกษตร (๒) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการซื้อหรือขายสินค้าเกษตร การรับมอบและการส่งมอบสินค้าเกษตร (๓) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับรองคลังสินค้าเพื่อให้เป็นสถานที่รับมอบและส่งมอบสินค้าเกษตรที่ซื้อขายในตลาด (๔) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางหรือรักษาเงินประกันการปรับฐานะบัญชี เงินประกัน รวมถึงอัตราเงินประกัน (๕) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางหรือรักษาเงินหรือหลักทรัพย์ของสมาชิก (๖) อัตราเปลี่ยนแปลงของราคาขึ้นลงสูงสุดของสินค้าเกษตรที่ทำการซื้อขายล่วงหน้าในแต่ละวัน (๗) ปริมาณซื้อหรือขายสินค้าเกษตรแต่ละชนิดของสมาชิกหรือลูกค้า (๘) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดชนิดหนึ่งในตลาดเป็นการชั่วคราว (๙) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการตลาด (๑๐) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินสมทบและการบริหารกองทุนพัฒนาตลาด (๑๑) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกของตลาด คุณสมบัติ จำนวน สิทธิและหน้าที่ การลงโทษ และการประชุมสมาชิก ตลอดจนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพ (๑๒) อัตราค่าสมาชิก ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง และค่าบริการที่สมาชิกต้องจ่ายให้ตลาด (๑๓) เวลาทำการและวันหยุดทำการสำหรับการซื้อขายล่วงหน้า (๑๔) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสารและสมุดบัญชีของสมาชิก (๑๕) หลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน วินัย และการลงโทษพนักงานและลูกจ้างของตลาด ตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินตอบแทนอื่น การร้องทุกข์ การสงเคราะห์และสวัสดิการ ระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาด และการมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนผู้จัดการ (๑๖) การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของตลาด การกำหนด แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งตาม (๑) (๔) (๕) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) และ (๑๖) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. ก่อนจึงให้ใช้บังคับได้

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ กรรมการตลาดซึ่งสมาชิกเลือกตั้งต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นบุคคลล้มละลาย (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๓) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๕) เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. มีมติให้ออกเนื่องจากกระทำความผิดต่อหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การออกและการพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง การประชุมและการห้ามเข้าร่วมพิจารณาของกรรมการตลาด ให้นำมาตรา ๖ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ ให้คณะกรรมการตลาดแต่งตั้งผู้จัดการ และกำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของผู้จัดการ ให้ผู้จัดการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ผู้จัดการต้อง (๑) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗๙ (๒) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้าและสามารถปฏิบัติงานให้ตลาดได้เต็มเวลา

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้จัดการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการตลาดมีมติให้ออก (๔) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗๙ มติของคณะกรรมการตลาดที่ให้ผู้จัดการออกจากตำแหน่งตาม (๓) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตลาดทั้งหมด โดยไม่นับรวมผู้จัดการ

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ ผู้จัดการมีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติของคณะกรรมการตลาด และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาด ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาด

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการเป็นผู้แทนของตลาด และเพื่อการนี้ ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้พนักงานของตลาดคนใดคนหนึ่งกระทำการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการตลาดกำหนด

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ เมื่อตำแหน่งผู้จัดการว่างลงหรือผู้จัดการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการตลาดแต่งตั้งกรรมการตลาดหรือพนักงานของตลาดคนใดคนหนึ่ง เป็นผู้ทำการแทนเป็นการชั่วคราวได้ ในการนี้ ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการ เว้นแต่อำนาจและหน้าที่ผู้จัดการในฐานะกรรมการตลาด

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ คณะกรรมการตลาดมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดแล้วรายงานต่อคณะกรรมการตลาด การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ ให้ประธานกรรมการตลาด กรรมการตลาด และอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด และให้ถือว่าประโยชน์ตอบแทนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของตลาด สำนักหักบัญชี

ส่วนที่ ๓

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ ให้จัดตั้งสำนักหักบัญชีขึ้นในตลาดและให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นศูนย์กลางในการหักบัญชีซื้อขาย การปรับฐานะบัญชีเงินประกันตามมูลค่าการซื้อขายล่วงหน้า การรับมอบและการส่งมอบสินค้าเกษตร รวมทั้งการจัดทำรายงานการซื้อขายล่วงหน้า (๒) เก็บและรักษาเงินประกัน หรือเงินหรือหลักทรัพย์ของสมาชิกที่วางไว้กับสำนักหักบัญชี (๓) ส่งเสริมและกำกับดูแลความมั่นคงทางการเงินของระบบการซื้อขายล่วงหน้า (๔) ปฏิบัติการอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของสำนักหักบัญชี

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักหักบัญชี ให้สำนักหักบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบในการซื้อขายระหว่างสมาชิก โดยเป็นผู้ซื้อให้กับสมาชิกผู้ขายและเป็นผู้ขายให้กับสมาชิกผู้ซื้อ

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ เพื่อความมั่นคงในการหักบัญชีซื้อขาย ให้สมาชิกวางเงินหรือหลักทรัพย์ไว้กับสำนักหักบัญชี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ ในกรณีที่สมาชิกรายใดรายหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายในการซื้อขายล่วงหน้า ถ้าไม่มีเงินประกันที่วางไว้ตามมาตรา ๑๐๑ เพียงพอสำหรับชดใช้ความเสียหาย ให้ตลาดมีอำนาจนำเงินหรือหลักทรัพย์ที่วางไว้ตามมาตรา ๙๑ มาชดใช้ความเสียหายนั้นได้

มาตรา ๙๓

มาตรา ๙๓ ในกรณีที่เงินหรือหลักทรัพย์ของสมาชิกที่วางไว้ตามมาตรา ๙๑ ไม่เพียงพอที่จะชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาตรา ๙๒ ให้ตลาดมีอำนาจนำเงินจากกองทุนพัฒนาตลาดมาชดใช้ความเสียหายตามภาระหนี้สินที่เหลืออยู่ได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล. กองทุนพัฒนาตลาด

ส่วนที่ ๔

มาตรา ๙๔

มาตรา ๙๔ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในตลาด เรียกว่า “กองทุนพัฒนาตลาด” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินของตลาด และสร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกและลูกค้า ตลอดจนพัฒนาการซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ๙๕

มาตรา ๙๕ กองทุนพัฒนาตลาดตามมาตรา ๙๔ ประกอบด้วย (๑) เงินที่ตลาดและสมาชิกจ่ายสมทบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล. ตามมาตรา ๗๘ (๑๐) (๒) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ (๓) ดอกผลของเงินกองทุน (๔) เงินรายได้อื่น ๆ

มาตรา ๙๖

มาตรา ๙๖ การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาตลาดตามมาตรา ๙๔ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล. โดยให้จ่ายได้เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การทดรองจ่ายในกรณีที่สมาชิกก่อให้เกิดความเสียหายในการซื้อขายล่วงหน้า และเงินหรือหลักทรัพย์ที่วางไว้ตามมาตรา ๙๑ ไม่เพียงพอที่จะชดใช้ความเสียหาย (๒) ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริหารกองทุน (๓) ค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้สินและการฟ้องร้องบังคับคดีตามกฎหมาย (๔) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ๙๗

มาตรา ๙๗ เงินกองทุนพัฒนาตลาดตามมาตรา ๙๔ ให้นำไปหาดอกผลได้ โดยการฝากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น หรือนำไปลงทุนตามที่คณะกรรมการตลาดให้ความเห็นชอบ

มาตรา ๙๘

มาตรา ๙๘ ในกรณีที่เห็นสมควรส่งเสริมกิจการของตลาด กระทรวงพาณิชย์อาจขอตั้งงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้กับตลาดก็ได้ การดำเนินงานของตลาด การซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิกและการดำเนินงาน

หมวด ๔
ส่วนที่ ๑

มาตรา ๙๙

มาตรา ๙๙ ในการดำเนินการซื้อขายล่วงหน้าในตลาด ให้สมาชิกปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๑๐๐

มาตรา ๑๐๐ สินค้าเกษตรที่จะซื้อขายล่วงหน้าในตลาดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการตลาดกำหนด การกำหนดสินค้าเกษตรตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับประเภท ชนิด คุณภาพ ปริมาณ รวมถึงระยะเวลาและสถานที่รับมอบและส่งมอบสินค้าเกษตรนั้น

มาตรา ๑๐๑

มาตรา ๑๐๑ ในการซื้อหรือขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรในตลาดแต่ละครั้งต้องมีการวางเงินประกันไว้กับสำนักหักบัญชีตามอัตราและวิธีการที่คณะกรรมการตลาดกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.

มาตรา ๑๐๒

มาตรา ๑๐๒ เมื่อสิ้นสุดการซื้อขายแต่ละวัน ให้สำนักหักบัญชีหักบัญชีซื้อขาย และปรับฐานะบัญชีเงินประกันที่วางไว้กับสำนักหักบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดกำหนด

มาตรา ๑๐๓

มาตรา ๑๐๓ การซื้อขายล่วงหน้าให้กระทำได้เฉพาะในเวลาทำการของตลาดเท่านั้น

มาตรา ๑๐๔

มาตรา ๑๐๔ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าการซื้อขายล่วงหน้าอยู่ในสภาพที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การดำเนินงานของตลาดและสำนักหักบัญชี ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ห้ามการซื้อขายสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดชนิดหนึ่งในตลาดเป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๒) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าซื้อหรือขายสินค้าเกษตรในตลาดเป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๓) จำหน่ายหรือเพิกถอนข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนดตามมาตรา ๗๘ (๒) (๔) สั่งให้สมาชิกกระทำการหรืองดเว้นกระทำการในเรื่องใด ๆ ตามความจำเป็น โดยจะกำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขใด ๆ ให้สมาชิกต้องปฏิบัติก็ได้ คณะกรรมการตลาดอาจมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้ผู้จัดการเป็นผู้ปฏิบัติการแทนก็ได้

มาตรา ๑๐๕

มาตรา ๑๐๕ ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. เห็นว่าการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศหรือประโยชน์ของประชาชนและคณะกรรมการตลาดยังมิได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๐๔ ถ้ากรณีเป็นเรื่องจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องดำเนินการทันที ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจสั่งการตามมาตรา ๑๐๔ ได้

มาตรา ๑๐๖

มาตรา ๑๐๖ ในกรณีที่สมาชิกหรือลูกค้าของสมาชิกถูกฟ้องคดีล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) โอนข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าและบัญชีเงินประกันของลูกค้าของสมาชิกที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง ให้สมาชิกรายอื่นรับไปดำเนินการต่อไป (๒) สั่งจำหน่ายหรือเพิกถอนข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิกหรือลูกค้าที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง เงินประกัน เงินหรือหลักทรัพย์ของสมาชิกที่วางไว้กับตลาด หรือเงินประกันของลูกค้าที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง มิให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ของสมาชิกหรือลูกค้าในคดีล้มละลาย และไม่อยู่ภายใต้การยึดหรืออายัดในคดีแพ่งจนกว่าการดำเนินการตามคำสั่งของคณะกรรมการตลาดตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจกำหนดค่าใช้จ่ายให้แก่สมาชิกผู้รับดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ตามจำนวนที่เห็นสมควร

มาตรา ๑๐๗

มาตรา ๑๐๗ ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบซื้อขายล่วงหน้า เป็นเหตุให้ไม่อาจซื้อขายล่วงหน้าได้ตามปกติ หรือเหตุอื่นที่คณะกรรมการตลาดกำหนด ให้ผู้จัดการมีอำนาจสั่งหยุดการซื้อขายสินค้าเกษตรทั้งหมดเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรายงานเหตุดังกล่าวโดยละเอียดต่อคณะกรรมการ ก.ส.ล. และคณะกรรมการตลาดในทันที การจัดทำและการสอบบัญชี

ส่วนที่ ๒

มาตรา ๑๐๘

มาตรา ๑๐๘ ให้คณะกรรมการตลาดจัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและงบการเงิน โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบ และรายงานบัญชีและงบการเงินดังกล่าวต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดและคณะกรรมการ ก.ส.ล. ทุกรอบระยะสามเดือน โดยให้เสนอภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันครบรอบระยะสามเดือน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำบัญชีและงบการเงินตามวรรคหนึ่งเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร บัญชีและงบการเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองทุกรอบระยะหกเดือน

มาตรา ๑๐๙

มาตรา ๑๐๙ ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดเสนอ และให้ผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับแต่งตั้งได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดกำหนด ผู้สอบบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และต้องไม่เป็นกรรมการตลาด ผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างของตลาด

มาตรา ๑๑๐

มาตรา ๑๑๐ ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานของตลาดและขอคำชี้แจงจากกรรมการตลาด ผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างของตลาดได้

มาตรา ๑๑๑

มาตรา ๑๑๑ ให้สมาชิกจัดส่งสำเนาบัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน และงบการเงินที่จัดทำตามมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ให้คณะกรรมการตลาดเพื่อนำมาประกอบการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการซื้อขายล่วงหน้าของสมาชิก ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจเรียกให้สมาชิกรายงานหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมในกรณีที่คณะกรรมการตลาดเห็นว่าบัญชีและงบการเงินที่สมาชิกส่งสำเนามาให้ตามวรรคหนึ่งยังมีข้อมูลที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติม หรือสั่งให้สมาชิก กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของสมาชิกยื่นรายงานหรือเอกสารตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราว รวมถึงให้ทำคำชี้แจงหรืออธิบายเพื่อขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตลาดกำหนด รายงานและเอกสารที่จัดส่งตามวรรคสอง สมาชิกต้องทำให้ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง

มาตรา ๑๑๒

มาตรา ๑๑๒ ให้ตลาดหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตลาดมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลของสมาชิกของตลาดให้ประชาชนทั่วไปทราบ เพื่อคุ้มครองประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการตลาดกำหนด

มาตรา ๑๑๓

มาตรา ๑๑๓ ให้ตลาดเผยแพร่บัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน รวมทั้งงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว ให้ประชาชนทั่วไปทราบทุกรอบระยะหกเดือน การชี้ขาดข้อพิพาท

ส่วนที่ ๓

มาตรา ๑๑๔

มาตรา ๑๑๔ ในกรณีมีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายล่วงหน้าระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง หรือระหว่างสมาชิกกับลูกค้า คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องต่อสำนักงานหรือตลาดเพื่อขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาทโดยเลขาธิการหรืออนุญาโตตุลาการ แล้วแต่กรณี ก็ได้ การชี้ขาดของเลขาธิการหรืออนุญาโตตุลาการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๑๕

มาตรา ๑๑๕ คำร้องตามมาตรา ๑๑๔ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนด และอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท (๒) ประเด็นข้อพิพาท (๓) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๑๑๖

มาตรา ๑๑๖ การพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทของเลขาธิการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด

มาตรา ๑๑๗

มาตรา ๑๑๗ ในกรณีที่คู่พิพาทร้องขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ให้อนุญาโตตุลาการประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดแต่งตั้งหนึ่งคนเป็นประธาน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละหนึ่งคน ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาแต่งตั้งจากบัญชีรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่คณะกรรมการตลาดขึ้นทะเบียนไว้ ให้นำกฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับกับการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม การควบคุมดูแล

หมวด ๕

มาตรา ๑๑๘

มาตรา ๑๑๘ ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้ากระทำการดังต่อไปนี้ (๑) ซื้อหรือขายล่วงหน้านอกตลาด หรือเป็นนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อซื้อหรือขายล่วงหน้านอกตลาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ส.ล. (๒) ซื้อหรือขายสินค้าเกษตรให้แก่ลูกค้า โดยไม่มีคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายจากลูกค้า (๓) รับคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายสินค้าเกษตรจากลูกค้านอกสถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ส.ล. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น (๔) โฆษณากิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่การโฆษณานั้นจะได้กระทำตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ๑๑๙

มาตรา ๑๑๙ ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายล่วงหน้า หรือกระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายล่วงหน้า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจนอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าสินค้าเกษตรที่ซื้อขายมีราคาสูงขึ้น ลดลง คงที่ หรือผันผวนอันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้คณะกรรมการตลาดมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์อันถือเป็นข้อพิจารณาเกี่ยวกับสภาพปกติของตลาด

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขายล่วงหน้าหรือเสนอที่จะซื้อขายล่วงหน้าหรือกระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายล่วงหน้าไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนและตนได้ล่วงรู้มาเพราะการดำรงตำแหน่งหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ในการซื้อขายล่วงหน้านั้น หรือได้ล่วงรู้มาเพราะได้รับมาจากบุคคลดังกล่าวข้างต้น และไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะกระทำเพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่น หรือนำข้อเท็จจริงเช่นนั้นออกเปิดเผยเพื่อให้ผู้อื่นกระทำโดยตนได้รับประโยชน์ตอบแทน

มาตรา ๑๒๑

มาตรา ๑๒๑ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ที่น่าจะทำให้ผู้อื่นหลงผิดว่าได้มีการซื้อหรือขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดกันมาก หรือราคาของสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดนั้นได้เปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงอันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด

มาตรา ๑๒๒

มาตรา ๑๒๒ ห้ามมิให้ผู้ใดบอกกล่าวหรือแพร่ข้อความที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตร หรือการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดอันเป็นเท็จ หรือบอกกล่าวหรือแพร่ข้อความอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดต่อผู้อื่น โดยการกระทำดังกล่าวน่าจะมีผลทำให้ราคาสินค้าเกษตรนั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด หรือน่าจะทำให้ผู้อื่นทำการซื้อขายล่วงหน้า การกระทำตามวรรคหนึ่ง แม้ผู้บอกกล่าวหรือแพร่ข้อความจะมิได้กระทำโดยเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง แต่หากกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยหรือพฤติการณ์ที่พึงมีตามสมควร หรือกระทำโดยละเลยที่จะพิจารณาความเป็นจริงของข้อความนั้น ให้ผู้บอกกล่าวหรือแพร่ข้อความนั้นมีความผิดตามวรรคหนึ่งด้วย

มาตรา ๑๒๓

มาตรา ๑๒๓ ห้ามมิให้ผู้ใดให้คำรับรองหรือคำคาดการณ์ที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรหรือการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรประเภทหรือชนิดใดต่อผู้อื่น ซึ่งคำรับรองหรือคำคาดการณ์นั้นเป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ โดยการกระทำดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้อื่นทำการซื้อขายล่วงหน้า การกระทำตามวรรคหนึ่ง แม้ผู้ให้คำรับรองหรือคำคาดการณ์จะมิได้กระทำโดยเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง แต่หากกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังตามวิสัยหรือพฤติการณ์ที่พึงมีตามสมควร หรือกระทำโดยละเลยที่จะพิจารณาความเป็นจริงเกี่ยวกับสินค้าเกษตรหรือการซื้อขายล่วงหน้านั้น ให้ผู้ให้คำรับรองหรือคำคาดการณ์นั้นมีความผิดตามวรรคหนึ่งด้วย

มาตรา ๑๒๔

มาตรา ๑๒๔ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการเป็นตัวแทนซื้อขายล่วงหน้าหรือเป็นสำนักงานสาขาของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่เป็นบุคคลที่มีการแจ้งชื่อไว้ตามมาตรา ๓๑ หรือได้รับอนุญาตจากเลขาธิการตามมาตรา ๓๓

มาตรา ๑๒๕

มาตรา ๑๒๕ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่เศรษฐกิจของประเทศหรือประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจ (๑) ห้ามการซื้อขายล่วงหน้าทั้งหมดในตลาดเป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๒) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหรือผู้จัดการกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอื่นใดตามที่เห็นสมควร การดำเนินการตาม (๑) ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. ทำเป็นหนังสือและประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาด

มาตรา ๑๒๖

มาตรา ๑๒๖ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าที่สมาชิกสั่งซื้อหรือสั่งขายในขณะใดขณะหนึ่งว่า สมาชิกได้สั่งซื้อหรือสั่งขายไว้เพื่อตนเองหรือเพื่อลูกค้าหรือสมาชิกได้สั่งซื้อหรือสั่งขายไว้เพื่อลูกค้ารายใด ให้เป็นไปตามลำดับก่อนหลัง ดังต่อไปนี้ (๑) ลูกค้าที่สั่งซื้อหรือขายก่อนให้ได้รับประโยชน์เป็นลำดับแรก (๒) ให้การซื้อขายของสมาชิกเพื่อลูกค้าอยู่ในลำดับก่อนการซื้อขายเพื่อตนเอง คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์

หมวด ๖

มาตรา ๑๒๗

มาตรา ๑๒๗ ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์คณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน โดยในจำนวนนั้นต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย การพาณิชย์ การเงิน หรือมีประสบการณ์สูงด้านธุรกิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน และอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ก.ส.ล. หรือคณะกรรมการตลาดไม่ได้

มาตรา ๑๒๘

มาตรา ๑๒๘ การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง การประชุม การห้ามเข้าร่วมพิจารณาและค่าตอบแทนของกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้นำมาตรา ๖ มาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๒๙

มาตรา ๑๒๙ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า สมาชิก หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๖ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ วรรคสอง มาตรา ๖๒ วรรคสอง มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๕ และคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการตลาดตามมาตรา ๑๐๔ (๑) (๒) และ (๓) ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเลขาธิการ หรือคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการตลาด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์กำหนด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการหรือคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการตลาด เว้นแต่คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จำนวนสามในสี่ของจำนวนกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งหมดจะมีมติเป็นอย่างอื่น คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด พนักงานเจ้าหน้าที่

หมวด ๗

มาตรา ๑๓๐

มาตรา ๑๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ทำการของตลาดหรือผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (๒) ค้นสถานที่ใด ๆ ที่มีเหตุควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งมีอำนาจยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี (๓) สั่งให้กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้สอบบัญชีของตลาดและผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร หลักฐานอื่นเกี่ยวกับการดำเนินงาน สินทรัพย์ และหนี้สินของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าและบุคคลข้างต้น เมื่อได้เข้าไปและลงมือทำการตรวจสอบตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ถ้ายังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (๑) (๒) และ (๓) จะต้องเป็นการกระทำต่อผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบ และต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการก่อน และในกรณีตาม (๓) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องกำหนดระยะเวลาอันสมควรที่จะให้ผู้นั้นสามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการข่มขู่หรือเป็นการตรวจค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และต้องมีหนังสือบอกกล่าวแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันทำการ และในกรณีตาม (๒) ถ้ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวจะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ก็ให้ดำเนินการค้นและยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น

มาตรา ๑๓๑

มาตรา ๑๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา ๑๓๒

มาตรา ๑๓๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๓๓

มาตรา ๑๓๓ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เลขาธิการและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๑๓๔

มาตรา ๑๓๔ ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีลักษณะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนจะทำการยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตน ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล. มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นหรือทรัพย์สินที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นของผู้นั้นไว้ได้ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เว้นแต่จะมีการฟ้องคดีผู้นั้นต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ในกรณีเช่นนี้ให้คำสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวยังมีผลต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และในกรณีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถฟ้องคดีได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ศาลที่มีเขตอำนาจจะสั่งขยายระยะเวลาออกไปอีกตามคำขอของสำนักงานก็ได้ แต่จะขยายเวลาอีกเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันไม่ได้ เมื่อสำนักงานมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าว การยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งจะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร เมื่อสำนักงานร้องขอ ให้ศาลอาญามีอำนาจสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวได้เป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน จนกว่าศาลอาญาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น บทกำหนดโทษ

หมวด ๘

มาตรา ๑๓๕

มาตรา ๑๓๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๑๓๖

มาตรา ๑๓๖ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๑๐๔ (๔) มาตรา ๑๑๑ หรือมาตรา ๑๑๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเกิดจากการสั่งการหรือไม่สั่งการ การกระทำหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๗

มาตรา ๑๓๗ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๕๕ หรือมาตรา ๕๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๑๓๘

มาตรา ๑๓๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๓๙

มาตรา ๑๓๙ ผู้ดูแลผลประโยชน์ผู้ใด กระทำการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำตามมาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนหรือที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๑๔๐

มาตรา ๑๔๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๔ และมาตรา ๗๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๑๔๑

มาตรา ๑๔๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๑๔๒

มาตรา ๑๔๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑๙ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๒๐ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้น ๆ ได้รับไว้ หรือพึงจะได้รับเพราะการฝ่าฝืนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท

มาตรา ๑๔๓

มาตรา ๑๔๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๒๓ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔๔

มาตรา ๑๔๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๒๓ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔๕

มาตรา ๑๔๕ ผู้ใดให้ถ้อยคำหรือรายงานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหรืออาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน และปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

มาตรา ๑๔๖

มาตรา ๑๔๖ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๑๔๗

มาตรา ๑๔๗ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔๘

มาตรา ๑๔๘ ผู้ใดถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งตราหรือเครื่องหมายซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่งใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๐ หรือมาตรา ๑๓๔ เพื่อเป็นหลักฐานในการยึดหรืออายัดหรือรักษาสิ่งนั้น ๆ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา ๑๔๙

มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆ อันพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา ๑๓๐ ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะรักษาทรัพย์สินหรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา ๑๕๐

มาตรา ๑๕๐ ผู้สอบบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า สมาชิก หรือตลาดผู้ใดรับรองงบดุลหรือบัญชีอื่นใดให้ผิดไปจากความเป็นจริง หรือทำรายงานเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๕๑

มาตรา ๑๕๑ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด กระทำการหรือยินยอมให้บุคคลใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (๑) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกันของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว (๒) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของผู้ประกอบธุรกิจหรือที่เกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจนั้น หรือ (๓) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ถ้าได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำเพื่อลวงให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใด ๆ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

มาตรา ๑๕๒

มาตรา ๑๕๒ พนักงาน ลูกจ้าง หรือตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ลูกค้าหรือโดยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ลูกค้า และโดยการหลอกลวงดังว่านั้น ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากลูกค้าผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ลูกค้าหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

มาตรา ๑๕๓

มาตรา ๑๕๓ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

มาตรา ๑๕๔

มาตรา ๑๕๔ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งครอบครองทรัพย์ที่เป็นของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

มาตรา ๑๕๕

มาตรา ๑๕๕ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลหรือที่อยู่ในความครอบครองของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท

มาตรา ๑๕๖

มาตรา ๑๕๖ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด กระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงเจ็ดแสนบาท

มาตรา ๑๕๗

มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดก่อให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายล่วงหน้า หรือผู้สอบบัญชี กระทำความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๒ มาตรา ๑๕๓ มาตรา ๑๕๔ มาตรา ๑๕๕ หรือมาตรา ๑๕๖ ไม่ว่าด้วยการใช้ สั่ง ขู่เข็ญ จ้าง หรือด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

มาตรา ๑๕๘

มาตรา ๑๕๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือผู้สอบบัญชี กระทำความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๑๕๐ มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๒ มาตรา ๑๕๓ มาตรา ๑๕๔ มาตรา ๑๕๕ หรือมาตรา ๑๕๖ ไม่ว่าก่อนหรือขณะกระทำความผิด ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ เว้นแต่ผู้นั้นมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้น

มาตรา ๑๕๙

มาตรา ๑๕๙ ผู้ใดล่วงรู้กิจการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้อันเป็นกิจการที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไปแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือเปิดเผยแก่บุคคลอื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า หรือตลาด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับแก่การเปิดเผยในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การเปิดเผยตามหน้าที่ (๒) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี (๓) การเปิดเผยเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า (๕) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) การเปิดเผยแก่ทางการ ตลาดหรือหน่วยงานที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด (๗) การเปิดเผยเมื่อได้รับความเห็นชอบจากบุคคลดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา ๑๖๐

มาตรา ๑๖๐ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับ หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีและปรับ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบความผิดที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจเปรียบเทียบได้ คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้มีจำนวนสามคน ซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทำการเปรียบเทียบกรณีใด และผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทียบกำหนดแล้ว ให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๖๑

มาตรา ๑๖๑ ให้กระทรวงพาณิชย์ได้รับเงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้สำนักงานนำไปใช้จ่ายและดำเนินการจัดตั้งตลาด รวมทั้งเป็นเงินอุดหนุนกองทุนพัฒนาตลาด

มาตรา ๑๖๒

มาตรา ๑๖๒ ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙ (๔) มาใช้บังคับแก่การดำรงตำแหน่งของเลขาธิการ

มาตรา ๑๖๓

มาตรา ๑๖๓ ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการตลาดประกอบด้วยกรรมการซึ่งคณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งจำนวนสิบเอ็ดคน โดยให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ผู้จัดการในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว

มาตรา ๑๖๔

มาตรา ๑๖๔ บุคคลใดดำเนินกิจการตลาดหรือกิจการอันมีลักษณะหรือสภาพอย่างเดียวกันอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บุคคลนั้นเลิกประกอบกิจการดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายในระยะเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา ๗๕ มาบังคับใช้แก่บุคคลนั้น

มาตรา ๑๖๕

มาตรา ๑๖๕ บุคคลใดใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า “ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า” หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บุคคลนั้นเลิกใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และภายในระยะเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา ๗๖ มาบังคับใช้แก่บุคคลนั้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ราคาสินค้าเกษตรขาดเสถียรภาพก่อให้เกิดปัญหาความเสี่ยงแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรและผู้ส่งออก และประกอบกับตลาดสินค้าเกษตรที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรในระยะยาวและเพื่อส่งเสริมพัฒนาการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เห็นสมควรจัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร และผู้ส่งออกสามารถเข้าไปทำการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรในตลาดที่มีกฎและหลักเกณฑ์การซื้อขายล่วงหน้าที่แน่นอน รวมถึงมีมาตรการในการซื้อขายล่วงหน้าที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนและลูกค้า และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอันจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรในอนาคต และสามารถวางแผนการผลิตและการค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ สมควรมีกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๔]

附則

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคบรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่บทบัญญัติมาตรา ๒๗ และมาตรา ๓๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นบทบัญญัติที่เลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ทั้งยังเป็นบทบัญญัติที่ปิดกั้นโอกาสของผู้เคยถูกจำคุกที่จะกลับตัวเป็นคนดีและประกอบการงานโดยสุจริตเกินความจำเป็น สมควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับหลักการห้ามมิให้เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ที่เคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเพื่อให้บุคคลผู้เคยถูกจำคุกมีโอกาสกลับคืนสู่สังคมและประกอบการงานสุจริตได้ เว้นแต่ผู้เคยถูกจำคุกเกี่ยวกับทรัพย์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อังศุมาลี/ผู้จัดทำ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ อุดมลักษณ์/ผู้ตรวจ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๙๘ ก/หน้า ๔/๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๒ [๒] มาตรา ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๓] มาตรา ๓๕ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๗/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

條文目次

接下來可以查