มาตรา ๕๗ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใด
(๑) ขาดคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๗ (๑) (ก) และ (ค) (๒) (ก) และ (ค) และ (๓) (ก) และ (ข)
(๒) ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๓๒
(๓) ไม่ดำรงฐานะทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดตามมาตรา ๓๔
(๔) จัดทำบัญชีตามมาตรา ๓๗ หรืองบการเงินตามมาตรา ๓๘ ไม่เรียบร้อย หรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด
มาตรา ๕๘ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดมีฐานะหรือมีการดำเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นดำเนินการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานให้ถูกต้องหรือดำเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นด้วยก็ได้
มาตรา ๕๙ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ
มาตรา ๖๐ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการดังกล่าว ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งผู้อื่นซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ โดยความเห็นชอบของเลขาธิการ เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันถอดถอน
ให้ถือว่าคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน จำกัด แล้วแต่กรณี
บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการซื้อขายล่วงหน้าที่ตนถูกถอดถอนไม่ได้ และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน
มาตรา ๖๑ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๕ หรือจัดทำบัญชีแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินหรืองบการเงินตามมาตรา ๕๖ ไม่เรียบร้อยหรือไม่ทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้แก้ไขหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือปฏิบัติให้ถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด
ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นไว้จนกว่าผู้นั้นจะปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการ
มาตรา ๖๒ ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕๕ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้านั้นแก้ไขการกระทำหรืองดเว้นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ดังกล่าว
ผู้บริหารธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้น และสั่งเลิกธุรกิจร่วมทุนซื้อขายล่วงหน้า
มาตรา ๖๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๔๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๘ ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นไว้จนกว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด
มาตรา ๖๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามมาตรา ๒๖ ผู้ใด ไม่แก้ไขหรือแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานตามคำสั่งของเลขาธิการตามมาตรา ๕๘ ไม่ได้ และเลขาธิการเห็นว่าฐานะหรือการดำเนินงานของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้นจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนั้น
มาตรา ๖๕ ในกรณีปรากฏหลักฐานต่อเลขาธิการว่าผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดต้องโทษหรือเคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ การภาษีอากร หรือการฉ้อโกงประชาชน ให้เลขาธิการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจนั้น
มาตรา ๖๖ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้เลขาธิการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าที่ยังค้างอยู่ในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
มาตรา ๖๗ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา ๖๙ วรรคสอง
มาตรา ๖๘ ในการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามส่วนนี้ ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าทราบ และให้ปิดประกาศหนังสือแจ้งการพักใช้หรือเพิกถอนดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า
ให้เลขาธิการแจ้งการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ค้าล่วงหน้าหรือนายหน้าซื้อขายล่วงหน้าให้ตลาดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
มาตรา ๖๙ ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าต่อเลขาธิการ
เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองลูกค้าหรือผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการซื้อขายล่วงหน้า การชำระราคา และการรับมอบหรือส่งมอบสินค้าเกษตร ที่ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าซึ่งยื่นคำขออนุญาตเลิกประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้แล้วเสร็จก่อนที่เลขาธิการจะอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจเช่นว่านั้น
มาตรา ๗๐ กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าย่อมเลิกด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้
(๑) ครบกำหนดอายุของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือเป็นกรณีอันเป็นเหตุที่จะเลิกกิจการตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า
(๒) ที่ประชุมผู้ลงทุนมีมติตามข้อบังคับของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ให้เลิกประกอบกิจการซึ่งจะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ
(๓) ล้มละลาย
(๔) เลขาธิการสั่งให้เลิกตามมาตรา ๖๒ วรรคสอง
ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกกิจการตาม (๑) หรือ (๓) แจ้งให้เลขาธิการทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันมีเหตุที่ทำให้เลิก
มาตรา ๗๑ ให้กองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เลิกประกอบกิจการแล้วจัดให้มีการชำระบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. กำหนด และเมื่อได้มีการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ความเป็นนิติบุคคลของกองทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นเป็นอันสิ้นสุดลง
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
การจัดตั้ง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).