มาตรา ๗๒ ให้จัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยขึ้นและให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการตลาด โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงการดำเนินธุรกิจอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของตลาดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ส.ล.
กิจการของตลาดตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชย กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
ตลาดไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น และรายได้ของตลาดไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๗๓ ให้ตลาดมีอำนาจกระทำการภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗๒ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่าหรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนอง ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใด ซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์
(๒) จัดระบบและวิธีการซื้อขายล่วงหน้า
(๓) ดำเนินธุรกิจสำนักหักบัญชี และบริหารกองทุนพัฒนาตลาด
(๔) ดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจทำนองเดียวกัน
(๕) กู้ ยืม ให้กู้หรือให้ยืมเงิน และลงทุนหาผลประโยชน์
(๖) กระทำการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของตลาด
มาตรา ๗๔ เงินและทรัพย์สินที่ตลาดได้มาจากการดำเนินงานของตลาด ให้ตลาดมีอำนาจนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายประจำของตลาด จัดส่งเป็นเงินอุดหนุนให้แก่สำนักงานและเงินสมทบกองทุนพัฒนาตลาด รวมทั้งใช้เพื่อการพัฒนาตลาด
เงินอุดหนุนสำนักงานและเงินสมทบกองทุนพัฒนาตลาดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ก.ส.ล. ให้ความเห็นชอบ
มาตรา ๗๕ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการตลาด หรือกิจการอันมีสภาพหรือลักษณะอย่างเดียวกัน นอกจากตลาดที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗๖ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากตลาดใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่า ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน
คณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).