我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการขนส่งน้ำมันโดยถังขนส่งน้ำมัน พ.ศ. 2558 หมวด ๑

ข้อ ๓–ข้อ ๓๕共 33 條

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ถังขนส่งน้ำมันต้องมีแบบแสดงรายละเอียด และรายการคำนวณอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แบบถังขนส่งน้ำมันแสดงรูปด้านหน้า รูปด้านหลัง รูปด้านบน รูปด้านข้างและรูปตัดและแบบแสดงการประกอบถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับถังขนส่งน้ำมัน (๒) แบบแสดงรายละเอียดการติดตั้งถังขนส่งน้ำมันกับตัวโครงรถ (๓) แบบแสดงรายละเอียดการติดตั้งระบบท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ (๔) แบบแสดงรายละเอียดการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน (guard) และกันชน (๕) รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของถังขนส่งน้ำมัน ถังขนส่งน้ำมันของรถไฟขนส่งน้ำมันให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีแบบแสดงรายละเอียดตาม (๔)

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ถังขนส่งน้ำมัน อุปกรณ์ และโครงสร้างที่ยึดกับรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันต้องได้รับการออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง โดยต้องคำนึงถึงการป้องกันการสูญเสียน้ำมันซึ่งบรรจุอยู่ภายในถังขนส่งน้ำมันด้วย

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์ยึดถังต้องสามารถรับแรงที่เกิดขึ้นจากน้ำหนักถังขนส่งน้ำมันและน้ำหนักบรรทุกสูงสุด ดังต่อไปนี้ (๑) สองเท่าของน้ำหนักถังขนส่งน้ำมันรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุดในทิศทางการเคลื่อนที่ (๒) หนึ่งเท่าของน้ำหนักถังขนส่งน้ำมันรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุดในทิศทางตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ (๓) หนึ่งเท่าของน้ำหนักถังขนส่งน้ำมันรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุดในทิศทางแนวดิ่งขึ้น (๔) สองเท่าของน้ำหนักถังขนส่งน้ำมันรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุดในทิศทางแนวดิ่งลง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ วัสดุที่ใช้ทำถังขนส่งน้ำมันต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่เป็นเหล็กกล้าละมุน (mild steel) หรือเหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) หรือเหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) ต้องมีคุณสมบัติทางกลไม่น้อยกว่าค่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๑ ตารางที่ ๑ คุณสมบัติทางกลของเหล็กกล้า คุณสมบัติ เหล็กกล้าละมุน (mild steel) เหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) เหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) ความเค้นคราก (yield strength) ความเค้นประลัย (ultimate strength) การยืดจากตัวอย่าง ๕๐ มิลลิเมตร ๑๗๒,๕๐๐ กิโลปาสกาล (๒๕,๐๐๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว) ๓๑๐,๕๐๐ กิโลปาสกาล (๔๕,๐๐๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว) ร้อยละ ๒๐ ๓๑๐,๕๐๐ กิโลปาสกาล (๔๕,๐๐๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ๔๑๔,๐๐๐ กิโลปาสกาล (๖๐,๐๐๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ร้อยละ ๒๕ ๑๗๒,๕๐๐ กิโลปาสกาล (๒๕,๐๐๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว) ๔๘๓,๐๐๐ กิโลปาสกาล (๗๐,๐๐๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว) ร้อยละ ๓๐ (๒) ในกรณีที่เป็นอะลูมิเนียมผสม ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับใช้ทำถังขนส่งน้ำมันและสามารถเชื่อมด้วยไฟฟ้าได้ตามมาตรฐาน American Society for Testing and Materials Standards B209 Specification for Aluminum and Aluminum-Alloy Sheet and Plate (ASTM B209) หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๓) วัสดุอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าวัสดุตาม (๑) หรือ (๒)

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การคำนวณออกแบบถังขนส่งน้ำมันต้องมีค่าความเค้นไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของความเค้นประลัยต่ำสุด (minimum ultimate strength) ของวัสดุที่ใช้ทำถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ถังขนส่งน้ำมันที่มีหน้าตัดเป็นรูปวงกลมซึ่งทำจากเหล็กกล้าละมุน (mild steel) และมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๑.๘๐ เมตร ผนังถังขนส่งน้ำมันต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า ๕ มิลลิเมตร หากเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน ๑.๘๐ เมตร ผนังถังขนส่งน้ำมันต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า ๖ มิลลิเมตร ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันที่มีหน้าตัดเป็นรูปวงกลมทำจากวัสดุอื่นตามข้อ ๖ (๓) ผนังถังขนส่งน้ำมันต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาที่คำนวณได้จากสูตร ดังต่อไปนี้ e1 = ความหนาของผนังถังขนส่งน้ำมันที่ทำจากวัสดุอื่น (มิลลิเมตร) e0 = ความหนาของผนังถังขนส่งน้ำมันที่ทำจากเหล็กกล้าละมุน (mild steel) (มิลลิเมตร) Rm1 = ค่าความต้านแรงดึงประลัยต่ำสุดของวัสดุอื่น (นิวตันต่อตารางมิลลิเมตร) A1 = การยืดยาวต่ำสุดของวัสดุอื่นเมื่อขาดด้วยแรงดึง (ร้อยละ) สำหรับถังขนส่งน้ำมันที่มีหน้าตัดไม่เป็นรูปวงกลม เช่น ถังขนส่งน้ำมันรูปวงรี ผนังถังขนส่งน้ำมัน ต้องมีความหนาตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง โดยค่าเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใช้ในการคำนวณ ให้ใช้ค่าเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมที่มีพื้นที่หน้าตัดเท่ากับรูปทรงดังกล่าว ทั้งนี้ รัศมีของมุมส่วนโค้งต้องไม่เกิน ๒ เมตรที่ด้านข้าง และไม่เกิน ๓ เมตรที่ด้านบน

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ถังขนส่งน้ำมันที่ทำด้วยเหล็กกล้าละมุน (mild steel) หรือเหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) หรือเหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) หรืออะลูมิเนียมผสมที่มีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมความแข็งแรง ได้แก่ แผ่นกั้นช่อง (bulkhead) แผ่นตอง (baffle) หรือแหวนเสริมความแข็งแรง (ring stiffener) หากระยะห่างระหว่างอุปกรณ์เสริมความแข็งแรงที่อยู่ใกล้กันมีระยะไม่เกิน ๑.๗๕ เมตร หรือหากความจุระหว่างแผ่นกั้นช่อง (bulkhead) หรือแผ่นตอง (baffle) มีความจุไม่เกิน ๗,๕๐๐ ลิตร ผนังถังขนส่งน้ำมันต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๒ ตารางที่ ๒ ความหนาของผนังถังขนส่งน้ำมันที่มีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมความแข็งแรง เส้นผ่านศูนย์กลางของผนังถังขนส่งน้ำมัน วัสดุ ไม่เกิน ๑.๘๐ เมตร เกิน ๑.๘๐ เมตร ความหนา ของผนังถังขนส่งน้ำมัน ๓.๐ มิลลิเมตร ๔.๐ มิลลิเมตร เหล็กกล้าละมุน (mild steel) ๒.๕ มิลลิเมตร ๓.๐ มิลลิเมตร เหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) หรือเหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) ๔.๐ มิลลิเมตร ๕.๐ มิลลิเมตร อะลูมิเนียมผสม

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ถังขนส่งน้ำมันตามข้อ ๙ ซึ่งมีรัศมีความโค้งสูงสุดของถังไม่เกิน ๓ เมตร และเป็นถังขนส่งน้ำมันที่มีความจุไม่เกิน ๕,๐๐๐ ลิตร หรือเป็นถังขนส่งน้ำมันที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ที่มีความจุต่อห้องไม่เกิน ๕,๐๐๐ ลิตร ผนังถังขนส่งน้ำมันต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๓ ตารางที่ ๓ ความหนาของผนังถังขนส่งน้ำมันที่มีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมความแข็งแรง และมีความจุไม่เกิน ๕,๐๐๐ ลิตร รัศมีความโค้งสูงสุดของถังขนส่งน้ำมัน (เมตร) วัสดุ ไม่เกิน ๒.๐ ๒.๐ ถึง ๓.๐ ความจุของถังขนส่งน้ำมันหรือห้องของถังขนส่งน้ำมัน (ลิตร) ไม่เกิน ๕,๐๐๐ ไม่เกิน ๓,๕๐๐ เกิน ๓,๕๐๐ แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐ ความหนา ของผนังถังขนส่งน้ำมัน ๓.๐ มิลลิเมตร ๓.๐ มิลลิเมตร ๔.๐ มิลลิเมตร เหล็กกล้าละมุน (mild steel) ๒.๕ มิลลิเมตร ๒.๕ มิลลิเมตร ๓.๐ มิลลิเมตร เหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) หรือเหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) ๔.๐ มิลลิเมตร ๔.๐ มิลลิเมตร ๕.๐ มิลลิเมตร อะลูมิเนียมผสม

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แผ่นกั้นช่อง (bulkhead) และแผ่นตอง (baffle) ที่ติดตั้งอยู่ที่ถังขนส่งน้ำมันต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ แผ่นกั้นช่อง (bulkhead) และแผ่นตอง (baffle) ต้องมีรูปทรงเป็นจานโค้ง โดยมีความลึกของจานโค้งไม่น้อยกว่า ๑๐ เซนติเมตร หรือทำให้เป็นลูกฟูก หรือมีการเสริมความแข็งแรง โดยวิธีใด ๆ เพื่อให้แผ่นกั้นช่อง (bulkhead) และแผ่นตอง (baffle) มีความแข็งแรงเทียบเท่าวิธีการดังกล่าว แผ่นตอง (baffle) ต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของพื้นที่หน้าตัดของถังขนส่งน้ำมันที่แผ่นตอง (baffle) ติดตั้งอยู่

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ หน้าตัดแนวดิ่งของแหวนเสริมความแข็งแรง (ring stiffener) ที่ต่อกับผนังถังขนส่งน้ำมันต้องมีโมดูลัสของหน้าตัด (section modulus) อย่างน้อย ๑๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การเชื่อมถังขนส่งน้ำมัน แผ่นกั้นช่อง (bulkhead) และแผ่นตอง (baffle) ต้องใช้วิธีการเชื่อมและมีความแข็งแรงของรอยเชื่อม ดังต่อไปนี้ (๑) ถังขนส่งน้ำมันที่ทำด้วยเหล็กกล้าละมุน (mild steel) หรือเหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) หรือเหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) จะต้องเชื่อมโดยวิธีการเชื่อมด้วยไฟฟ้า โดยความแข็งแรงของรอยเชื่อมของเหล็กกล้าละมุน (mild steel) หรือเหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง (high strength low alloy steel) หรือเหล็กกล้าที่ไร้สนิม (austenitic stainless steel) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของความแข็งแรงของวัสดุที่อยู่ติดกับรอยเชื่อมนั้น (๒) ถังขนส่งน้ำมันที่ทำด้วยอะลูมิเนียมผสมจะต้องเชื่อมโดยวิธีการเชื่อมด้วยไฟฟ้าที่มีก๊าซเฉื่อยคลุม (inert gas arc welding) โดยการใช้ลวดเชื่อมชนิดที่เป็นอะลูมิเนียม – แมกนีเซียม หรือลวดเชื่อมชนิดอื่นตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด โดยความแข็งแรงของรอยเชื่อมของอะลูมิเนียมผสมจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของความแข็งแรงของวัสดุที่อยู่ติดกับรอยเชื่อมนั้น

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ต้องเป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันโดยเฉพาะและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมัน และมีความเหมาะสมในการใช้งานตามมาตรฐานสากล โดยมีเอกสารรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิต

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การออกแบบและการติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับผนังถังขนส่งน้ำมันต้องไม่ทำให้ถังขนส่งน้ำมันเสียรูปทรงเมื่ออุปกรณ์นั้นเกิดการชำรุดเสียหายหรือเกิดแรงกดใด ๆ ที่อุปกรณ์

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การเชื่อมอุปกรณ์เข้ากับถังขนส่งน้ำมัน ต้องกระทำโดยติดตั้งอุปกรณ์บนแผ่นเหล็กรองรับ (pad) แล้วจึงเชื่อมแผ่นเหล็กรองรับ (pad) ติดกับถังขนส่งน้ำมันโดยรอบ หรือติดตั้งโดยวิธีอื่นตามมาตรฐานสากลที่สามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับถังขนส่งน้ำมันได้ แต่ห้ามติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับถังขนส่งน้ำมันโดยตรง แผ่นเหล็กรองรับ (pad) ต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าผนังถังขนส่งน้ำมัน และต้องมีขนาดกว้างกว่าอุปกรณ์ที่จะติดตั้งอย่างน้อย ๕๐ มิลลิเมตร และต้องทำการลบมุมให้มนหรือมีรูปร่างที่จะไม่ทำให้เกิดความเค้น (stress concentration) ที่ถังขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ อุปกรณ์รัดท่อร้อยสายไฟ อุปกรณ์รัดสายห้ามล้อ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีน้ำหนักเบาและมีความหนาไม่เกินร้อยละ ๗๒ ของความหนาของผนังถังขนส่งน้ำมัน สามารถติดตั้งเข้ากับถังขนส่งน้ำมันโดยตรงได้โดยการเชื่อมอย่างต่อเนื่อง หากการติดตั้งไม่ทำให้ถังขนส่งน้ำมันเสียรูปทรงเมื่ออุปกรณ์นั้นชำรุดเสียหาย

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์ต้องติดตั้งสูงจากระดับพื้นไม่น้อยกว่า ๔๐ มิลลิเมตรต่อทุก ๆ ๑ เมตรของระยะห่างระหว่างเพลาล้อที่ประชิดกันซึ่งรองรับตัวถังขนส่งน้ำมัน ทั้งนี้ ถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์ต้องสูงจากระดับพื้นไม่น้อยกว่า ๓๐๐ มิลลิเมตร ภายใต้น้ำหนักถังขนส่งน้ำมันรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุด ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ถังขนส่งน้ำมันของรถไฟขนส่งน้ำมัน

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ระยะห่างตามแนวราบระหว่างผนังด้านหลังห้องคนขับกับผนังถังขนส่งน้ำมันส่วนที่ใกล้ที่สุดต้องไม่น้อยกว่า ๑๕๐ มิลลิเมตร

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ระยะห่างตามแนวราบระหว่างผนังถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์กับท่อไอเสียต้องไม่น้อยกว่า ๗๕ มิลลิเมตร

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ถังขนส่งน้ำมันต้องมีอุปกรณ์ติดกับถังอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ช่องสำหรับคนลง (manhole) ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันมีความจุเกินกว่า ๙,๕๐๐ ลิตร หรือถังขนส่งน้ำมันที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ที่มีความจุต่อห้องเกิน ๙,๕๐๐ ลิตร (๒) ช่องเติมน้ำมัน (fill opening) จะเป็นช่องเดียวกับช่องสำหรับคนลง (manhole) ก็ได้ (๓) โกร่งป้องกันของรถขนส่งน้ำมันกรณีรถพลิกคว่ำ (overturn protection) (๔) อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศ (vent) (๕) อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันกรณีฉุกเฉิน (emergency vent) (๖) ระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันฉุกเฉิน (emergency discharge control) (๗) เครื่องตรวจวัดระดับน้ำมัน (overfill protection) ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันเป็นชนิดที่มีการจ่ายน้ำมันใต้ถัง (bottom loading) (๘) อุปกรณ์ตรวจสอบแรงดันลม (pressure switch) เพื่อให้มีแรงดันลมเพียงพอขณะถ่ายเทน้ำมัน ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันเป็นชนิดที่มีการจ่ายน้ำมันใต้ถัง (bottom loading) และใช้ระบบลมควบคุมลิ้นปิดเปิด ระบบท่อน้ำมัน หรือระบบท่อไอน้ำมัน ถังขนส่งน้ำมันของรถไฟขนส่งน้ำมันให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีอุปกรณ์ตาม (๓) ในกรณีถังขนส่งน้ำมันที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) อุปกรณ์ตาม (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ต้องติดตั้งไว้ทุกห้องแยกจากกัน และหากถังขนส่งน้ำมันมีช่องสำหรับคนลง (manhole) อุปกรณ์ตาม (๔) และ (๕) ต้องติดตั้งไว้ที่ฝาปิดเปิดช่องสำหรับคนลง (manhole)

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ช่องสำหรับคนลง (manhole) ต้องเป็นช่องวงกลม วงรี หรือสี่เหลี่ยม ซึ่งมีขนาดด้านกว้างไม่น้อยกว่า ๒๘๐ มิลลิเมตร และด้านยาวไม่น้อยกว่า ๓๘๐ มิลลิเมตร และสามารถรับแรงอันเกิดจากความดันของน้ำมันภายในถังได้ไม่น้อยกว่า ๖๒ กิโลปาสกาล (๙ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ โกร่งป้องกันของรถขนส่งน้ำมันกรณีรถพลิกคว่ำ (overturn protection) ต้องมีความสูงมากกว่าความสูงของฝาปิดเปิดช่องสำหรับคนลง (manhole) และฝาปิดเปิดช่องเติมน้ำมัน (fill opening) และต้องสามารถรับแรงในแนวดิ่งได้ไม่น้อยกว่าสองเท่าของน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก และรับแรงในแนวราบได้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศ (vent) ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ขนาดพื้นที่หน้าตัดการระบายไม่น้อยกว่า ๒.๘๔ ตารางเซนติเมตร (๒) ต้องออกแบบให้ป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน ในกรณีที่รถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันพลิกคว่ำ (๓) อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศ (vent) ที่ติดตั้งกับถังขนส่งน้ำมันชนิดที่มีการจ่ายน้ำมันเหนือถัง (top loading) ต้องออกแบบให้อุปกรณ์ดังกล่าวเริ่มเปิดระบายที่ความดันไม่เกิน ๖.๙ กิโลปาสกาล (๑ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และสุญญากาศไม่เกิน ๒.๕ กิโลปาสกาล (๖ ออนซ์ต่อตารางนิ้ว) (๔) อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศ (vent) ที่ติดตั้งกับถังขนส่งน้ำมันชนิดที่มีการจ่ายน้ำมันใต้ถัง (bottom loading) หรือถังขนส่งน้ำมันที่ต้องปิดฝาถังขณะที่มีการรับหรือการจ่ายน้ำมัน (dome cover closed) ต้องออกแบบให้อุปกรณ์ดังกล่าวเริ่มเปิดระบายที่ความดันไม่เกิน ๒๐.๗ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และสุญญากาศไม่เกิน ๖.๙ กิโลปาสกาล (๑ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) (๕) ต้องมีชื่อ ตรา หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตติดอยู่

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันกรณีฉุกเฉิน (emergency vent) ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องเป็นอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันกรณีฉุกเฉิน (emergency vent) ชนิดที่ออกแบบให้เปิดระบายที่ความดันไม่น้อยกว่า ๒๐.๗ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และปิดเมื่อความดันลดต่ำลงจนเท่ากับหรือน้อยกว่า ๒๐.๗ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) (๒) ต้องมีอัตราการระบายอากาศไม่น้อยกว่า ๑๗๐ ลูกบาศก์เมตรของอากาศต่อชั่วโมง ขณะที่ถังขนส่งน้ำมันมีความดัน ๓๔.๕ กิโลปาสกาล (๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) (๓) ต้องออกแบบให้ป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน เนื่องจากการเกิดคลื่นขณะถังขนส่งน้ำมันเคลื่อนที่หรือในกรณีที่รถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันพลิกคว่ำ (๔) ต้องมีชื่อ ตรา หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตติดอยู่

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ถังขนส่งน้ำมันต้องติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันกรณีฉุกเฉิน (emergency vent) เพื่อให้มีปริมาณการระบายอากาศไม่น้อยกว่าค่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๔ ตารางที่ ๔ ปริมาณการระบายอากาศของถังขนส่งน้ำมัน มีหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตรของอากาศต่อชั่วโมงที่ความดัน ๑๐๑.๓ กิโลปาสกาล (๑๔.๗ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และอุณหภูมิ ๑๕.๖ องศาเซลเซียส พื้นที่ของผิวถังที่ได้รับ ความร้อนจากเพลิงไหม้ (ตารางเมตร) ปริมาณการระบายอากาศ (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) พื้นที่ของผิวถังที่ได้รับ ความร้อนจากเพลิงไหม้ (ตารางเมตร) ปริมาณการระบายอากาศ (ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง) ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๒ ๑๔ ๑๖ ๑๘ ๒๐ ๒๕ ๔๘๐ ๗๒๐ ๙๖๐ ๑,๒๐๐ ๑,๔๔๐ ๑,๖๘๐ ๑,๙๒๐ ๒,๑๖๐ ๒,๔๐๐ ๒,๘๘๐ ๓,๓๖๐ ๓,๘๔๐ ๔,๓๒๐ ๔,๘๐๐ ๖,๐๐๐ ๓๐ ๓๕ ๔๐ ๔๕ ๕๐ ๕๕ ๖๐ ๖๕ ๗๐ ๗๕ ๘๐ ๘๕ ๙๐ ๙๕ ๑๐๐ ๖,๖๕๐ ๗,๒๖๐ ๗,๘๓๐ ๘,๓๗๐ ๘,๘๘๐ ๙,๓๗๐ ๙,๘๔๐ ๑๐,๓๐๐ ๑๐,๗๐๐ ๑๑,๒๐๐ ๑๑,๖๐๐ ๑๒,๐๐๐ ๑๒,๔๐๐ ๑๒,๘๐๐ ๑๓,๒๐๐ ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันกรณีฉุกเฉิน (emergency vent) และมีปริมาณการระบายน้อยกว่าค่าตามที่กำหนดไว้ในตารางที่ ๔ ต้องติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันเมื่อความร้อนสูง (fusible vent) เพื่อเพิ่มปริมาณการระบายให้เป็นไปตามค่าที่กำหนดไว้ในตารางดังกล่าว อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันเมื่อความร้อนสูง (fusible vent) ต้องมีขนาดพื้นที่หน้าตัดการระบายไม่น้อยกว่า ๘.๐๖ ตารางเซนติเมตร และต้องออกแบบให้เปิดระบายความดันเมื่อมีอุณหภูมิไม่เกิน ๑๒๐ องศาเซลเซียส ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันที่มีความจุเกินกว่า ๙,๕๐๐ ลิตร หรือถังขนส่งน้ำมันที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ที่มีความจุต่อห้องเกิน ๙,๕๐๐ ลิตร จะต้องติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันเมื่อความร้อนสูง (fusible vent) ไม่น้อยกว่า ๒ ตัว

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันฉุกเฉิน (emergency discharge control) ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ลิ้นปิดเปิดต้องติดตั้งอยู่ภายในถังขนส่งน้ำมันหรือที่ท่อทางออกของถัง โดยบ่าลิ้นจะต้องอยู่ภายในถังหรืออยู่ในหน้าแปลนที่เชื่อมกับถัง (๒) ต้องออกแบบให้ปิดการจ่ายน้ำมันตลอดเวลา ยกเว้นในระหว่างการรับหรือจ่ายน้ำมัน (๓) ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการปิดเปิดลิ้นอย่างน้อย ๒ จุด โดยเป็นแบบที่ปฏิบัติการได้ในระยะไกลอย่างน้อย ๑ จุด (๔) ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการปิดลิ้นฉุกเฉินแบบใช้วัสดุหลอมละลาย (fusible element) ซึ่งจะทำงานที่อุณหภูมิไม่เกิน ๑๒๐ องศาเซลเซียส (๕) ลิ้นจะต้องมีส่วนที่ขาดง่าย (shear section) อยู่ภายในระยะ ๑๐๐ มิลลิเมตรจากถัง โดยส่วนที่ขาดง่าย (shear section) ต้องมีความหนาไม่เกิน ๔ ใน ๕ เท่าของผนังท่อ

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ รถขนส่งน้ำมันต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน (guard) ยึดติดกับตัวโครงรถขนส่งน้ำมันเพื่อป้องกันระบบท่อน้ำมันไม่ให้เกิดความเสียหายจนน้ำมันรั่วไหลออกจากถัง ในกรณีที่รถขนส่งน้ำมันประสบอุบัติเหตุ อุปกรณ์ป้องกันตามวรรคหนึ่งต้องสามารถรับแรงได้โดยไม่ทำให้ท่อจ่ายน้ำมันเสียหาย

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ รถขนส่งน้ำมันต้องติดตั้งกันชนด้านท้ายรถที่ทนต่อแรงกระแทกอย่างเพียงพอตลอดแนวความกว้างของถังขนส่งน้ำมัน โดยมีระยะห่างระหว่างผนังด้านหลังของถังขนส่งน้ำมันและอุปกรณ์กับผิวด้านในของกันชนอย่างน้อย ๑๐๐ มิลลิเมตร

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ แบตเตอรี่ต้องติดตั้งอยู่ในส่วนของรถขนส่งน้ำมัน ด้านตรงข้ามกับด้านที่ติดตั้งท่อจ่ายน้ำมัน ขั้วแบตเตอรี่ต้องหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า หรือครอบด้วยฝาครอบกล่องแบตเตอรี่ที่เป็นฉนวนไฟฟ้า ถ้าแบตเตอรี่ไม่ได้ติดตั้งอยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศได้

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ รถขนส่งน้ำมันต้องติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูล ซึ่งสามารถบันทึกระยะทาง เวลาและความเร็วของรถตลอด ๒๔ ชั่วโมง และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บข้อมูลที่บันทึกไว้ให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า ๗ วัน

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อได้ติดตรึงหรือสร้างถังขนส่งน้ำมันเข้ากับรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันแล้วก่อนที่จะบรรจุน้ำมันต้องทำการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งน้ำมัน ระบบท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ทำการทดสอบโดยการใช้แรงดันน้ำ แรงดันอากาศ หรือก๊าซเฉื่อย ด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๒๐.๗ กิโลปาสกาล (๓ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ซึ่งความดันดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่าความดันที่ใช้ในการออกแบบถัง และรักษาความดันที่ใช้ในการทดสอบให้คงที่ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ นาที โดยจะต้องไม่ปรากฏข้อบกพร่องใด ๆ ในกรณีถังขนส่งน้ำมันที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) จะต้องทำการทดสอบทุกห้อง โดยให้ห้องที่อยู่ติดกันว่างเปล่า ระหว่างการทดสอบจะต้องทำการวัดความดันที่ด้านบนของถังขนส่งน้ำมันในขณะเดียวกันต้องทำการตรวจสอบหารอยรั่วที่จุดต่อทุกจุด โดยอุปกรณ์สำหรับปิดถังขนส่งน้ำมันทุกชิ้นต้องติดตั้งอยู่ในตำแหน่งเช่นเดียวกับการใช้งาน และในขณะทดสอบจะต้องอุดอุปกรณ์ระบายความดันต่าง ๆ ไว้ก่อนและให้ปลดการอุดดังกล่าวออกหลังจากการทดสอบเสร็จแล้ว การทดสอบตามวรรคหนึ่งต้องกระทำทุกครั้งที่มีการดัดแปลงหรือซ่อมบำรุงถังขนส่งน้ำมัน หากถังขนส่งน้ำมันมีรอยรั่วหรือชำรุด ห้ามใช้งานถังขนส่งน้ำมันดังกล่าวจนกว่าได้ทำการซ่อมแซมแก้ไข และทดสอบซ้ำก่อน (๒) ในกรณีที่ผู้ผลิตถังขนส่งนํ้ามัน เจ้าของหรือผู้ครอบครองถังขนส่งน้ำมันจะทำการทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งน้ำมัน ระบบท่อน้ำมันและอุปกรณ์ โดยมีวิธีการทดสอบและตรวจสอบมาตรฐานในการทดสอบและตรวจสอบ หรือเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบและตรวจสอบแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อน (๓) ให้ทำการทดสอบถังขนส่งน้ำมัน ระบบท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ทุก ๖ ปี ทั้งนี้ การทดสอบและตรวจสอบดังกล่าว ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน (๔) ถังขนส่งน้ำมันที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ห้ามทำการทดสอบโดยการใช้แรงดันอากาศ

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การทดสอบและตรวจสอบถังขนส่งน้ำมัน ระบบท่อน้ำมัน และอุปกรณ์ ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการทดสอบและตรวจสอบน้ำมัน โดยผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องเก็บรักษาบันทึกผลการทดสอบและตรวจสอบไว้ให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี ในกรณีที่ยังไม่มีผู้ทดสอบและตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้ทำการทดสอบและตรวจสอบโดยผู้ประกอบกิจการควบคุมซึ่งอยู่ในการควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การซ่อมบำรุงถังขนส่งน้ำมัน ระบบท่อ และอุปกรณ์ ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันและถังขนส่งน้ำมัน การรับหรือจ่ายน้ำมัน และการขนส่งน้ำมัน

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).