ข้อ ๓๖ การบรรจุน้ำมันเพื่อขนส่งให้บรรจุได้ไม่เกินร้อยละ ๙๗ ของความจุแต่ละห้อง (compartments) ของถังขนส่งน้ำมัน หรือความจุของถังขนส่งน้ำมันที่ไม่แบ่งเป็นห้อง แล้วแต่กรณี เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับการขยายตัวของน้ำมัน ซึ่งต้องมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๒๒๗ ลิตร
ข้อ ๓๗ เมื่อจะทำการรับหรือจ่ายน้ำมัน ต้องป้องกันไม่ให้รถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันเคลื่อนที่ เช่น ดึงห้ามล้อมือ หรือใช้ลิ่มขัดล้อรถ
ข้อ ๓๘ ขณะที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมัน ห้ามกระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟในบริเวณนั้น
ข้อ ๓๙ เมื่อทำการรับหรือจ่ายน้ำมันแล้วเสร็จ ต้องปิดฝาถังขนส่งน้ำมันให้แน่น
ข้อ ๔๐ เครื่องสูบน้ำมันที่ใช้ในการรับหรือจ่ายน้ำมัน ต้องเป็นเครื่องสูบน้ำมันที่ใช้กับน้ำมันโดยเฉพาะ และมีระบบป้องกันมิให้ความดันเกินกว่าความดันที่ใช้ในการออกแบบ ในกรณีที่ใช้เครื่องสูบน้ำมันที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (explosion proof)
ข้อ ๔๑ ถังขนส่งน้ำมันที่ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมัน ก่อนจะทำการจ่ายน้ำมันต้องตรวจสอบว่าระบบท่อไอน้ำมันเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์เพื่อป้องกันถังขนส่งน้ำมันยุบตัว
ข้อ ๔๒ ถังขนส่งน้ำมันชนิดที่มีการจ่ายน้ำมันใต้ถัง (bottom loading) ที่ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมัน หากมีการรับหรือจ่ายน้ำมันโดยไม่ใช้ระบบควบคุมไอน้ำมัน ต้องเปิดระบบท่อไอน้ำมันออกสู่บรรยากาศเพื่อป้องกันถังขนส่งน้ำมันเสียหาย
ข้อ ๔๓ การรับน้ำมันลงในถังขนส่งน้ำมันต้องกระทำภายในคลังน้ำมัน หรือสถานที่เก็บรักษาน้ำมันที่มีแท่นจ่ายน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนต่อหัวจ่ายน้ำมันจากถังเก็บน้ำมันเข้ากับช่องเติมน้ำมันของรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมัน ต้องต่อสายดินของระบบท่อน้ำมันของถังเก็บน้ำมันเข้ากับถังขนส่งน้ำมัน และให้ต่อไว้ตลอดเวลาจนกว่าจะถอดหัวจ่ายน้ำมันออก
(๒) เมื่อต่อหัวจ่ายน้ำมันกับช่องเติมน้ำมันแล้ว ก่อนรับน้ำมันต้องตรวจว่าได้ต่อแน่นสนิทและไม่รั่วซึม
(๓) ก่อนรับน้ำมันต้องตรวจลิ้นควบคุมการปิดเปิดระบบจ่ายน้ำมันให้ปิดทันทีเมื่อการรับน้ำมันแล้วเสร็จ
ข้อ ๔๔ การจ่ายน้ำมันจากถังขนส่งน้ำมันลงถังเก็บน้ำมันต้องกระทำภายในสถานที่ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ หรือประเภทที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบ และต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนต่อหัวจ่ายน้ำมันจากถังขนส่งน้ำมันเข้ากับท่อรับน้ำมันของถังเก็บน้ำมัน ต้องต่อสายดินของรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันกับถังเก็บน้ำมัน และให้ต่อไว้ตลอดเวลาจนกว่าจะถอดหัวจ่ายน้ำมันออก
(๒) เมื่อต่อหัวจ่ายน้ำมันกับช่องเติมน้ำมันแล้ว ก่อนจ่ายน้ำมันต้องตรวจว่าได้ต่อแน่นสนิทและไม่รั่วซึม
(๓) ก่อนจ่ายน้ำมันต้องตรวจลิ้นควบคุมการปิดเปิดระบบจ่ายน้ำมันให้ปิดทันทีเมื่อการจ่ายน้ำมันแล้วเสร็จ
การจ่ายน้ำมันจากถังขนส่งน้ำมันต้องจ่ายลงถังเก็บน้ำมันเท่านั้น ห้ามจ่ายน้ำมันจากถังขนส่งน้ำมันลงในขวดน้ำมัน กระป๋องน้ำมัน ถังน้ำมัน ถังขนส่งน้ำมันหรือภาชนะอื่นใด ยกเว้นการจ่ายน้ำมันลงถังน้ำมันในสถานีบริการน้ำมันประเภท ง การเติมน้ำมันให้กับอากาศยานภายในสนามบิน หรือเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ในกรณีที่รถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันประสบอุบัติเหตุ หรือไม่สามารถเคลื่อนที่ได้และมีความจำเป็นต้องถ่ายน้ำมัน ให้จ่ายน้ำมันจากถังขนส่งน้ำมันไปยังถังขนส่งน้ำมันของรถขนส่งน้ำมันรถไฟขนส่งน้ำมัน หรือรถฉุกเฉินคันอื่นได้ โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๕ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องควบคุมดูแลการรับหรือการจ่ายน้ำมัน และการขนส่งน้ำมันให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้
ข้อ ๔๖ สถานที่ประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ หรือประเภทที่ ๓ ต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานตามกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลการรับหรือจ่ายน้ำมันตลอดเวลาขณะทำการรับหรือจ่ายน้ำมัน
ข้อ ๔๗ ผู้ประกอบกิจการควบคุม หรือผู้ครอบครองรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมัน ต้องตรวจสอบการติดตั้งถังขนส่งน้ำมันบนรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมัน ระบบท่อ และอุปกรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วน และต้องตรวจสอบถังขนส่งน้ำมัน ระบบท่อ และอุปกรณ์ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ในกรณีที่ถังขนส่งน้ำมันตามวรรคหนึ่งไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ ห้ามมิให้ผู้ประกอบกิจการควบคุม หรือผู้ครอบครองรถขนส่งน้ำมันหรือรถไฟขนส่งน้ำมันรับน้ำมันลงในถังขนส่งน้ำมัน
ข้อ ๔๘ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องรายงานการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ถังขนส่งน้ำมันระบบท่อและอุปกรณ์ชำรุดเสียหายจนน้ำมันรั่วไหลหรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายใน ๒๔ ชั่วโมงนับจากการเกิดอุบัติเหตุ
ในกรณีรถขนส่งน้ำมันเกิดอุบัติเหตุ ให้แนบข้อมูลเกี่ยวกับระยะทาง เวลา และความเร็วของรถขนส่งน้ำมันที่ได้บันทึกไว้ตามข้อ ๓๒ มาด้วย
แบบรายงานการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
การป้องกันระงับอัคคีภัยและเครื่องหมาย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).