ข้อ ๑๑ ลูกจ้างซึ่งหยุดงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม
ตามข้อ ๗ หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีตามข้อ ๘ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้เช่นเดียวกับวันทำงานตลอดเวลาที่หยุดนั้น
ลูกจ้างซึ่งหยุดพักรักษาตัวตามข้อ
๑๐ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ครึ่งหนึ่งของค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับอยู่ตลอดเวลาที่หยุดนั้น
และต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่ลูกจ้างได้จ่ายจริงแต่ค่ารักษาพยาบาลนั้น
ต้องไม่เกินจำนวนค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับตลอดเวลาที่หยุดพักรักษาตัวอยู่นั้น
ทั้งนี้
เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายให้ในอัตรามากกว่านั้นอยู่แล้ว
ลูกจ้างรายเดือน
ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างตามความในข้อนี้
ข้อ ๑๒ ลูกจ้างซึ่งได้รับเงินค่าทดแทนตามความในประกาศของกระทรวงมหาดไทย
เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทน ลงวันที่ ๓๑
ตุลาคม ๒๕๐๑ หรือลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑ แล้ว ไม่มีสิทธิรับค่าจ้างและค่ารักษาพยาบาลตามข้อ
๑๑ วรรคสอง ตลอดเวลาที่หยุดพักรักษาตัวนั้น
ข้อ ๑๓ นายจ้างซึ่งใช้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาในข้อ
๔ (๑) วรรคแรก หรือ (๒) หรือใช้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาที่ตกลงกัน
นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างนั้นในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับอยู่
โดยคิดเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงตามชั่วโมงที่ลูกจ้างได้ทำเพิ่มขึ้น
การคำนวณเวลาทำงานเพื่อจ่ายค่าล่วงเวลาตามความในวรรคก่อน
มิให้นับชั่วโมงทำงานที่ลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ตามข้อ ๑๕
ในวันหยุดงานตามประเพณีนิยมหรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีตามข้อ ๑๖
มารวมเพื่อคำนวณเป็นค่าล่วงเวลาด้วย
ในกรณีการจ่ายค่าจ้างตามผลของงานของลูกจ้างให้คำนวณการจ่ายค่าล่วงเวลาตามจำนวนผลงานที่ลูกจ้างทำเกินกำหนดเวลาทำงานปกติ
ข้อ ๑๔ ลูกจ้างซึ่งทำงานต่อไปนี้
ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ ๑๓
(๑) งานผู้ควบคุมบังคับบัญชา
(๒)
งานวิทยาการหรืองานของผู้เชี่ยวชาญ
(๓)
งานในหน้าที่ซึ่งต้องรักษาความลับและต้องใช้ความไว้วางใจโดยเฉพาะ
(๔) งานขบวนการจัดงานรถไฟ
(๕) งานขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์
(๖)
งานขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าทางน้ำในประเทศหรือทะเล
(๗) งานข่ายทางสายหรือชุมสาย
โทรเลข โทรศัพท์หรือวิทยุคมนาคม
(๘) งานขุดลอกร่องน้ำ
(๙) งานเปิดปิดประตูน้ำ ประตูระบาย
หรืออ่างเก็บน้ำ
(๑๐)
งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ
(๑๑) งานดูแลรักษาคลองหรือคันคลอง
คันกั้นน้ำหรือทำนบ
(๑๒) งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่
(๑๓) งานดับเพลิง หรือ
(๑๔)
งานที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่ทำงานโดยไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน
ทั้งนี้
เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง
ข้อ ๑๕ ถ้านายจ้างใช้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานประจำสัปดาห์
นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างดังต่อไปนี้
(๑) ลูกจ้างรายเดือน
ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับอยู่ในวันทำงานปกติ
(๒)
ลูกจ้างซึ่งจ้างเป็นรายวันหรือรายชั่วโมง ไม่น้อยกว่าสองเท่าของค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับอยู่ในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติ
(๓)
ลูกจ้างซึ่งจ้างโดยรับค่าจ้างคำนวณตามผลของงานไม่น้อยกว่าสองเท่าของผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในวันนั้น
ข้อ ๑๖ ถ้านายจ้างใช้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยมหรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี
นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างดังต่อไปนี้
(๑) ลูกจ้างรายเดือน
ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับอยู่ในวันทำงานปกติ
(๒)
ลูกจ้างซึ่งจ้างเป็นรายวันหรือรายชั่วโมง ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับอยู่ในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติ
(๓)
ลูกจ้างซึ่งจ้างโดยรับค่าจ้างคำนวณตามผลของงานไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในวันนั้น
ข้อ ๑๗ ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมบังคับบัญชา
ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตรามากกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ
๑๓ หรือตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรามากกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ หรือข้อ
๑๖ ก็ให้เป็นไปตามนั้น
ข้อ ๑๙ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดต้องจ่ายเป็นเงินตราไทยถ้าจะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินตราต่างประเทศต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
ข้อ ๒๐ ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
และค่าล่วงเวลาในวันหยุดทั้งหมดหรือแต่บางส่วนด้วยบัตร
หรือสิ่งของอื่นใดแทนเงินดังกล่าวนั้น เว้นแต่ในงานบางอย่างที่มีประเพณีนิยมและเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง
ให้จ่ายค่าจ้างบางส่วนเป็นสิ่งของได้ แต่สิ่งของนั้นจะต้องมีจำนวนไม่เกินสมควรและเป็นประโยชน์ในการอุปโภคหรือบริโภคของลูกจ้างและของครอบครัวของลูกจ้าง
ข้อ ๒๑ ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเพื่อการอื่น
นอกจากที่กฎหมายบัญญัติหรือที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันไว้ก่อน
ข้อ ๒๒ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง ณ สถานที่ที่ลูกจ้างทำงาน
ถ้าจะจ่าย ณ สถานที่อื่นต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ณ สถานที่ขายเครื่องดื่ม อาหาร
หรือสิ่งของอื่นใด เว้นแต่ลูกจ้างทำงาน ณ สถานที่ดังกล่าวนั้น
ข้อ ๒๓ ในการกำหนดค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถือคุณภาพและปริมาณของงานเป็นเกณฑ์งานอันมีลักษณะและสภาพอย่างเดียวกันให้กำหนดเท่ากันไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นชายหรือหญิง
ข้อ ๒๔ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(๑) ไม่เกินเจ็ดวันต่อหนึ่งครั้ง
ในกรณีที่คำนวณเป็นรายชั่วโมง รายวันหรือรายสัปดาห์
(๒) ไม่น้อยกว่าเดือนละสองครั้งในระยะเวลาไม่เกินสิบหกวันต่อครั้งในกรณีที่คำนวณเป็นรายปักษ์
(๓)
ไม่เกินเดือนละหนึ่งครั้งในกรณีที่คำนวณเป็นรายเดือน หรือ รายปี หรือ
(๔)
ไม่น้อยกว่าเดือนละสองครั้งในระยะเวลาไม่เกินสิบหกวันต่อครั้งในกรณีที่คำนวณตามผลของงาน
ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกำหนดเวลาหรือมีประเพณีกันเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๒๕ ถ้านายจ้างผิดนัดในการจ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
นายจ้างจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี
ถ้านายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินดังกล่าวโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย
นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเวลาเจ็ดวัน
ถ้านายจ้างพร้อมที่จะชำระเงินดังกล่าวในสองวรรคก่อนและได้นำไปมอบไว้ต่อผู้อำนวยการส่วนแรงงาน
กรมประชาสงเคราะห์ สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี
การจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มสำหรับเวลาต่อไปให้เป็นอันระงับแต่วันที่นายจ้างนำเงินดังกล่าวนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มไปมอบไว้เป็นต้นไป[๑]
ข้อ ๒๖ ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามส่วนของวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี
ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพักผ่อนประจำปีตามข้อ ๘ อีกด้วย
เงินชดเชย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).