ข้อ ๒๗
ในกรณีที่เป็นการจ้างโดยไม่มีกำหนดเวลา ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงาน
และลูกจ้างนั้นได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
นายจ้างต้องชี้แจงเหตุผลให้ลูกจ้างทราบและต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างนั้นเท่ากับค่าจ้างที่ได้รับอยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งมิใช่ลูกจ้างชั่วคราวออกจากงานและลูกจ้างนั้นได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า
สามสิบวันแต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นายจ้างต้องชี้แจงเหตุผลให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
มิฉะนั้นต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างนั้นเท่ากับค่าจ้างที่ได้รับอยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนมากกว่านั้นอยู่แล้ว
เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาตามข้อนี้ให้รวมวันหยุดงานซึ่งลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานตามประกาศนี้
และวันหยุดงานอื่นซึ่งนายจ้างยินยอมให้ลูกจ้างหยุดเข้าด้วย
ข้อ ๒๘
นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างตามข้อ ๒๗ ในเมื่อสั่งให้ลูกจ้างออกจากงานในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ลูกจ้างกระทำการโดยจงใจ
เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(๒)
ลูกจ้างกระทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(๓) ลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ
หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง อันอาจเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(๔)
ลูกจ้างละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างบ่อยครั้ง
หรือจงใจขัดคำสั่งเช่นว่านั้น
(๕)
ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันเป็นเวลาเกินเจ็ดวันโดยปราศจากเหตุผล
(๖)
ลูกจ้างกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือ
(๗)
ลูกจ้างกระทำความผิดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ
การใช้แรงงานหญิงและเด็ก
ข้อ ๒๙
ความในส่วนนี้ให้ใช้บังคับแก่งานอุตสาหกรรมหรืองานพาณิชยกรรมที่ใช้หญิงหรือเด็กเป็นลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป
ไม่ว่าจะเป็นงานพาณิชยกรรมที่อยู่ในข้อยกเว้นตามข้อ ๓ หรือไม่ก็ตาม
ข้อ ๓๐
เพื่อประโยขน์ในการตรวจตราและการควบคุมการใช้แรงงานหญิงและเด็กให้เป็นไปตามความในส่วนนี้
ให้นำความในส่วนที่ ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การใช้แรงงานหญิง