มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคําแนะนําของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่กําหนดในมาตรา ๓๑/๗ จํานวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ โดยในจํานวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านบัญชี และด้านการเงินด้านละหนึ่งคน และให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๙ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘ ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๒) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดํารงตําแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตําแหน่งดังกล่าวไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๕) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสํานักงาน
(๖) ดํารงตําแหน่งผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกํากับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งบุคคลตาม (๕) หรือ (๖) ผู้ได้รับการแต่งตั้งจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเมื่อได้ลาออกจากตําแหน่งตาม (๕) หรือ (๖) แล้ว โดยต้องกระทําภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ดําเนินการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๐ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘ มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
เมื่อประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งตามวาระให้ดําเนินการแต่งตั้งใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี อยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(๔) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙
(๕) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคําแนะนําของรัฐมนตรีสําหรับประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือรัฐมนตรีมีคําสั่งให้ออกโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดสําหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ มติและคําสั่งให้ออกดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง
ในกรณีที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการ ก.ล.ต. แทน หรือรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน แล้วแต่กรณี และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ก.ล.ต. เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหกคน
มาตรา ๑๒ การประชุมของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ถ้าประธานกรรมการ ก.ล.ต. ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานให้รองประธานทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีรองประธานหรือมีแต่ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ก.ล.ต. ที่มาประชุมเลือกกรรมการ ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการ ก.ล.ต. คนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๓ กรรมการ ก.ล.ต. ผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาให้แจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น
แนวทางการพิจารณาส่วนได้เสียตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด
มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาตลอดจนกํากับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการและการป้องกันการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อํานาจดังกล่าวให้รวมถึง
(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือข้อกําหนดตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) กําหนดค่าธรรมเนียมสําหรับคําขออนุญาต คําขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต หรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต
(๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ
(๔) ออกระเบียบ คําสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัมพันธ์ การบรรจุแต่งตั้งถอดถอน และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสํานักงาน การกําหนดเงินเดือนและเงินอื่น ๆ รวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ
(๔/๑) กําหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่งหรือข้อกําหนดใด ๆ ที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๑๔/๑ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน ในจํานวนนี้ต้องเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างน้อยสองคน
ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งพนักงานของสํานักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
มาตรา ๑๔/๒ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ทบทวนและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน
(๒) สอบทานรายงานการเงินและข้อมูลทางการเงินของสํานักงาน
(๓) ประสานงานกับสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินในเรื่องการตรวจสอบงบการเงิน
(๔) ทบทวนและสอบทานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
(๕) กํากับดูแลหน่วยงานตรวจสอบภายใน
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มอบหมายได้
ให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๖ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกําหนด และให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน
ส่วน ๑/๑ คณะกรรมการกํากับตลาดทุน
มาตรา ๑๖/๑ ให้มีคณะกรรมการกํากับตลาดทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย เลขาธิการเป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการซึ่งเลขาธิการมอบหมายหนึ่งคน ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่กําหนดในมาตรา ๓๑/๗ อีกไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสองคนต้องมีประสบการณ์ในการบริหารกิจการบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสํานักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการกํากับตลาดทุน
มาตรา ๑๖/๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ และต้องไม่ดํารงตําแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือตําแหน่งอื่นใดในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกํากับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุนหรือสํานักงาน
ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ (๕) หรือตามวรรคหนึ่ง ต้องลาออกจากการเป็นบุคคลตามมาตรา ๙ (๕) หรือตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน
มาตรา ๑๖/๓ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖/๑ มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และเมื่อพ้นจากตําแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ โดยในวาระเริ่มแรกเมื่อครบสองปี ให้กรรมการออกจากตําแหน่งเป็นจํานวนกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตําแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระ
เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อคณะกรรมการคัดเลือกภายในหกสิบวันเพื่อดําเนินการตามที่กําหนดในมาตรา ๓๑/๗ ทั้งนี้ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ให้นําความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน โดยอนุโลม
มาตรา ๑๖/๔ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๖/๑ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(๔) รัฐมนตรีมีคําสั่งให้ออกโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ คําสั่งให้ออกดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง
(๕) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖/๒
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการกํากับตลาดทุนเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าคน
มาตรา ๑๖/๕ ให้กรรมการกํากับตลาดทุนจัดทํารายงานการถือหลักทรัพย์ของตน คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ยื่นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด
มาตรา ๑๖/๖ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจหน้าที่ในการปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น โดยต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
อํานาจและหน้าที่ของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึง
(๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือข้อกําหนดในเรื่องการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สํานักหักบัญชี นายทะเบียนหลักทรัพย์ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ
(๒) รายงานผลการดําเนินงานเป็นระยะต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด
(๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๖/๗ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมอบหมายได้
ให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม
มาตรา ๑๖/๘ ให้กรรมการกํากับตลาดทุนและอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด และให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน
ส่วน ๒ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๑๗ ให้จัดตั้งสํานักงานขึ้นเรียกว่า “สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๑๘ ให้สํานักงานมีสํานักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดก็ได้
มาตรา ๑๙ ให้สํานักงานมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต.
(๒) กํากับดูแลให้มีการปฏิบัติตามและดําเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่กระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) กําหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ
(๔) รับค่าธรรมเนียม
(๕) ปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
มาตรา ๒๐ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการโดยคําแนะนําของรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้เลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
มาตรา ๒๑ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สํานักงาน
(๑/๑) มีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการแต่งตั้ง
(๑/๒) เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน เศรษฐศาสตร์ หรือการเงินการธนาคาร
(๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือของราชการส่วนท้องถิ่น
(๕) ไม่ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในบริษัทหลักทรัพย์
มาตรา ๒๒ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจากตําแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) (ยกเลิก)
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑
(๕) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคําแนะนําของรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพราะบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถโดยมติดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง
มาตรา ๒๒/๑ ภายในสองปีนับแต่วันพ้นจากตําแหน่ง เลขาธิการจะประกอบธุรกิจหรือทํางานให้แก่ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัท หรือดํารงตําแหน่งที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๑๖/๒ วรรคหนึ่ง มิได้
วรรคสอง (ยกเลิก)
มาตรา ๒๒/๒ ให้เลขาธิการได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในการกําหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของเลขาธิการ ให้คํานึงถึงข้อห้ามมิให้ประกอบอาชีพตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๒/๑ ด้วย
มาตรา ๒๓ ให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบในการดําเนินกิจการทั้งปวงของสํานักงาน
ในการดําเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มาตรา ๒๔ ในกิจการของสํานักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสํานักงาน และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอํานาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทําการเฉพาะอย่างแทนก็ได้
มาตรา ๒๔/๑ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ให้สํานักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสํานักงานมีอํานาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การกระทําความผิดและการลงโทษบุคคลที่กระทําความผิด หรือข้อมูลอื่นใดที่ได้รับเนื่องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๕ ให้สํานักงานมีทุนประเดิมประกอบด้วยเงินที่โอนมาตามมาตรา ๓๑๙ และมาตรา ๓๒๐
มาตรา ๒๖ ให้สํานักงานจัดให้มีเงินสํารองประเภทต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
มาตรา ๒๗ บรรดาค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวงและค่าธรรมเนียมอื่นที่สํานักงานได้รับและรายได้อื่นอันได้มาจากการดําเนินงานของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสํานักงาน ให้ตกเป็นของสํานักงาน และเมื่อได้หักด้วยรายจ่ายและหักเป็นเงินสํารองตามมาตรา ๒๖ แล้ว เหลือเท่าใดให้นําส่งเป็นรายได้ของรัฐ
มาตรา ๒๘ การพ้นจากตําแหน่งของพนักงานของสํานักงาน รวมทั้งการพ้นจากตําแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด
ในกรณีที่มีเหตุผลสมควรเมื่อคํานึงถึงตําแหน่งหรือลักษณะงานใดที่พนักงานรับผิดชอบก่อนพ้นตําแหน่งหรือหน้าที่ในสํานักงาน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจออกข้อบังคับกําหนดให้นําความในมาตรา ๒๒/๑ มาใช้บังคับกับพนักงานนั้นโดยอนุโลม
มาตรา ๒๙ มิให้นํากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยและการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ มาใช้บังคับกับเลขาธิการ พนักงาน และลูกจ้างของสํานักงาน
มาตรา ๒๙/๑ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. กรรมการกํากับตลาดทุน และเลขาธิการ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๐ ให้สํานักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสํานักงานและจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจํา
มาตรา ๓๑ ให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสํานักงานและเสนอรายงานผลการสอบบัญชีต่อรัฐมนตรีภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี
มาตรา ๓๑/๑ ให้สํานักงานจัดทํารายงานประจําปีซึ่งแสดงถึงฐานะการเงินและผลการดําเนินงานเสนอรัฐมนตรี ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี
มาตรา ๓๑/๒ ให้สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. จัดทําแผนการดําเนินงานของสํานักงานเสนอรัฐมนตรีเพื่อทราบเป็นประจําทุกปี และเปิดเผยไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้
ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือจําเป็น สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขเพิ่มเติมแผนการดําเนินงานของสํานักงานได้ โดยให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
แผนการดําเนินงานของสํานักงานที่จัดทําขึ้นตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทําเป็นแผนสามปี เพื่อส่งเสริมให้การกํากับดูแลและพัฒนาตลาดทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้ลงทุน เสริมสร้างความเป็นธรรม ความมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใสของตลาดทุน และลดความเสี่ยงของระบบการเงิน ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ส่วน ๓ คณะกรรมการคัดเลือก
มาตรา ๓๑/๓ ในกรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกจํานวนเจ็ดคนเพื่อทําหน้าที่คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าว
คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเคยดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้เคยดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ไม่เกินตําแหน่งละหนึ่งคน
บุคคลซึ่งเคยดํารงตําแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามวรรคสอง ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งเคยดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย
กรรมการคัดเลือกต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียอย่างมีนัยสําคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
ให้คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งพิจารณาเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการคัดเลือก
ให้คณะกรรมการคัดเลือกได้รับค่าตอบแทนจากสํานักงานตามที่รัฐมนตรีกําหนดและให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน
มาตรา ๓๑/๔ ให้คณะกรรมการคัดเลือกกําหนดระเบียบว่าด้วยการเสนอรายชื่อ การพิจารณาและการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกํากับตลาดทุนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องกําหนดให้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างเพียงพอที่คณะกรรมการคัดเลือกจะดําเนินการพิจารณาคัดเลือกได้
ระเบียบตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี และให้มีผลใช้บังคับต่อไป แม้คณะกรรมการคัดเลือกที่กําหนดระเบียบดังกล่าวจะพ้นจากตําแหน่งแล้ว
การแก้ไขเพิ่มเติม การยกเลิก หรือการกําหนดระเบียบขึ้นใหม่ จะกระทําได้ก็แต่โดยคณะกรรมการคัดเลือกมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมด และให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ให้คณะกรรมการคัดเลือกเปิดเผยระเบียบที่กําหนดขึ้นตามมาตรานี้ไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้
มาตรา ๓๑/๕ คณะกรรมการคัดเลือกทั้งคณะพ้นจากตําแหน่งเมื่อดําเนินการคัดเลือกและได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกํากับตลาดทุนเสร็จสิ้นตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดําเนินการคัดเลือกในครั้งนั้น
มาตรา ๓๑/๖ การประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการคัดเลือกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกโดยอนุโลม
มาตรา ๓๑/๗ ในการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. และคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้บุคคลดังต่อไปนี้ร่วมกันเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสองเท่าของจํานวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อคณะกรรมการคัดเลือก
(๑) การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการ ก.ล.ต. ที่มิใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกันเสนอรายชื่อ
(๒) การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เสนอรายชื่อ
ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกไม่เห็นชอบกับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการคัดเลือกมีอํานาจให้มีการดําเนินการเสนอรายชื่อใหม่ได้
เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุน แล้วแต่กรณี แล้ว ให้เสนอชื่อต่อรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้ง
ส่วน ๑ ส่วนที่ ๑
การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).