มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒ ห้ามมิให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสํานักงานและปฏิบัติตามมาตรา ๖๕
การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง จะกระทําได้ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดแล้ว
มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้บริษัทเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ ประเภทหุ้น หุ้นกู้ ตั๋วเงิน ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ และหลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด เว้นแต่
(๑) เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามมาตรา ๖๓
(๒) ได้รับอนุญาตจากสํานักงานและปฏิบัติตามมาตรา ๖๕ หรือ
(๓) เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ทั้งหมดโดยบริษัทมหาชนจํากัดต่อผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยได้รับชําระราคาเต็มมูลค่าที่เสนอขายจากผู้ถือหุ้น
มาตรา ๓๓/๑ ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ สําหรับกองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามประเภทกองทรัสต์และประเภทหลักทรัพย์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓
(๑) ผู้ที่จะเป็นผู้ก่อตั้งทรัสต์หรือผู้ก่อตั้งทรัสต์ เฉพาะกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก
(๒) ผู้มีหน้าที่จัดการกองทรัสต์
เมื่อยื่นคําขอแล้ว ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ ให้บุคคลตาม (๑) และ (๒) มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลเช่นเดียวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ และภายหลังที่ได้รับอนุญาต ให้บุคคลตาม (๒) มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัท และหมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน เช่นเดียวกับที่กําหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นสมควรเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ผู้ลงทุน และการเสนอขายหลักทรัพย์นั้น คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บุคคลตาม (๑) และ (๒) ได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนที่ ๔ การจัดทําทะเบียนและการโอนของหมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัท หรือมาตรา ๘๘ ทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้
มาตรา ๓๓/๒ ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามประเภทที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ซึ่งผลตอบแทนของหลักทรัพย์นั้นขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงานของบุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์โดยบุคคลอื่นนั้นยินยอม คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บุคคลอื่นนั้นมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลก่อนและภายหลังที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ด้วยก็ได้
มาตรา ๓๔ การเสนอขายหุ้นของบริษัทจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ว่าจะกระทําโดยบริษัทจํากัดที่ออกหุ้นนั้นหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวมิให้กระทําเป็นการทั่วไปหรือต่อบุคคลในวงกว้าง เว้นแต่จะได้รับยกเว้นหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๓๕ การขอเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่และการอนุญาตตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการนี้ คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจประกาศกําหนดรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้ไว้ด้วยก็ได้
(๑) สัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
(๒) ระยะเวลาในการเสนอขายหลักทรัพย์
(๓) การจอง การจัดจําหน่าย และการจัดสรรหลักทรัพย์
(๔) การรับชําระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์
(๕) การเก็บรักษาและการปฏิบัติเกี่ยวกับเงินค่าจองหลักทรัพย์
(๖) เงื่อนไขอื่นที่จําเป็นในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนผู้ลงทุน
มาตรา ๓๕/๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๓ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนในทํานองเดียวกันกับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนที่ ๒ หุ้นกู้ ส่วนที่ ๓ การออกหุ้นกู้มีประกัน ส่วนที่ ๔ การจัดทําทะเบียนและการโอน หรือส่วนที่ ๕ การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชี ของหมวดนี้ หรือตามหมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ผู้ลงทุน และการเสนอขายหลักทรัพย์นั้น
มาตรา ๓๖ ในการพิจารณาคําขออนุญาต ให้สํานักงานแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนตามมาตรา ๓๕
มาตรา ๓๗ มิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๒๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามมิให้บริษัทจํากัดออกหุ้นกู้ มาใช้บังคับแก่บริษัทจํากัดที่ได้รับอนุญาตให้ออกหุ้นกู้ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๓๘ มิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๖๕๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินอัตรา มาใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้และตั๋วเงินที่เสนอขายตามพระราชบัญญัตินี้
ส่วน ๒ หุ้นกู้
มาตรา ๓๙ หุ้นกู้ของบริษัทต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าฉบับละหนึ่งร้อยบาทโดยชําระเป็นเงินและผู้ซื้อจะขอหักกลบลบหนี้กับบริษัทมิได้
มาตรา ๔๐ ใบหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อบริษัท
(๒) เลขทะเบียนบริษัท และวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท
(๓) จํานวนเงินที่ออกหุ้นกู้
(๔) ชื่อผู้ถือหุ้นกู้ หรือคําแถลงว่าได้ออกหุ้นกู้นั้นให้แก่ผู้ถือ
(๕) ชนิด มูลค่า เลขที่ใบหุ้นกู้ จํานวนหุ้นกู้และจํานวนเงิน อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาการชําระคืน
(๖) วิธีการ เวลา และสถานที่สําหรับการชําระดอกเบี้ยหุ้นกู้ และการไถ่ถอนหุ้นกู้
(๗) สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในกรณีที่บริษัทมีหนี้ก่อนการออกหุ้นกู้
(๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี)
(๙) ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัทหรือนายทะเบียนหุ้นกู้
(๑๐) วันเดือนปีที่ออกหุ้นกู้
(๑๑) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
ส่วน ๓ การออกหุ้นกู้มีประกัน
มาตรา ๔๑ ในการขออนุญาตตามมาตรา ๓๓ เพื่อออกหุ้นกู้มีประกัน ผู้ขออนุญาตต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) เสนอร่างข้อกําหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้
(๒) เสนอร่างสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
(๓) ขอความเห็นชอบบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
(๔) ดําเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
ในกรณีที่บริษัทมหาชนจํากัดจะเสนอขายหุ้นกู้มีประกันที่ออกใหม่ต่อผู้ถือหุ้นซึ่งไม่ต้องขออนุญาตตามมาตรา ๓๓ ให้บริษัทมหาชนจํากัดดําเนินการตามวรรคหนึ่งก่อนการเสนอขายหุ้นกู้ด้วย
มาตรา ๔๒ ข้อกําหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิและเงื่อนไขตามหุ้นกู้
(๒) ผลประโยชน์ตอบแทน
(๓) ทรัพย์สินที่เป็นประกันหรือหลักประกันอื่น
(๔) การแต่งตั้งและอํานาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
(๕) เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
(๖) คํายินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ที่จะให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ที่ได้รับความเห็นชอบไว้ตามมาตรา ๔๑ (๓)
(๗) คํารับรองของผู้ออกหุ้นกู้มีประกันที่จะจํานอง จํานํา หรือให้หลักประกันอย่างอื่นเพื่อเป็นประกันหุ้นกู้ ภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๔๔
(๘) วิธีการ เวลา และสถานที่สําหรับการชําระหนี้
(๙) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี)
(๑๐) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๔๓ สัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) อํานาจและหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในการรับจํานอง รับจํานํา หรือรับหลักประกันอย่างอื่น การใช้สิทธิบังคับหลักประกันดังกล่าว หรือการดําเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันปฏิบัติ ให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ทําไว้กับผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย
(๒) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบําเหน็จในการเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
(๓) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๔๔ เมื่อผู้ออกหุ้นกู้มีประกันได้เสนอขายหุ้นกู้มีประกันต่อผู้ถือหุ้นหรือต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ แล้ว ให้ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิและหน้าที่ตามข้อกําหนดตามมาตรา ๔๑ (๑) และตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามคํายินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ พร้อมกับดําเนินการจํานอง จํานํา หรือจัดให้มีหลักประกันอย่างอื่นให้กับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ปิดการเสนอขาย
มาตรา ๔๕ ให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีอํานาจกระทําการในนามของตนเองเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงในการรับจํานอง รับจํานํา หรือรับหลักประกันอย่างอื่น การใช้สิทธิบังคับหลักประกัน และการดําเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ให้ไว้กับผู้ถือหุ้นกู้รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย
การกระทําของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทําของผู้ถือหุ้นกู้โดยตรง
มาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการกระทําตามอํานาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้
มาตรา ๔๗ นอกจากหน้าที่ตามที่กําหนดไว้ในสัญญาแต่งตั้ง ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีหน้าที่ดูแลรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้
ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทําการ งดเว้นกระทําการ หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้นกู้ ให้ผู้ถือหุ้นกู้หรือสํานักงานมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงได้
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ฟ้องร้องบังคับคดี ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวต้องมีจํานวนหุ้นกู้มีประกัน หรือได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นกู้อื่นซึ่งมีจํานวนหุ้นกู้มีประกันรวมกันไม่ต่ํากว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นกู้มีประกันที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด
มาตรา ๔๘ ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามบทบัญญัติในหมวด ๑ หมวด ๓ หมวด ๔ หมวด ๕ หรือหมวด ๗ ของลักษณะ ๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้สํานักงานเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้พนักงานอัยการมีอํานาจเรียกทรัพย์สินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหายด้วย ในการนี้ ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๔๙ ในการออกหุ้นกู้ลักษณะอื่นนอกจากหุ้นกู้มีประกัน หากผู้ออกหุ้นกู้ประสงค์จะจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ออกหุ้นกู้ต้องแสดงความจํานงในขณะที่ขออนุญาตออกหุ้นกู้และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับการขออนุญาตการทําข้อกําหนดและสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อํานาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้โดยอนุโลม
ส่วน ๔ การจัดทําทะเบียนและการโอน
มาตรา ๕๐ ให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ตามมาตรา ๓๓ จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด
มาตรา ๕๑ การโอนหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้มีชื่อแสดงว่าเป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนคนสุดท้ายได้ส่งมอบใบหลักทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้รับโอนโดยลงลายมือชื่อสลักหลังแสดงการโอน
มาตรา ๕๒ ผู้ใดครอบครองใบหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ ที่มีการสลักหลังตามมาตรา ๕๑ แล้ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้น
มาตรา ๕๓ ผู้รับโอนหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ ผู้ใดประสงค์จะลงทะเบียนการโอน ให้ยื่นคําขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียน พร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์ที่ตนได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับโอนในด้านหลังของใบหลักทรัพย์นั้นแล้ว และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียน แล้วแต่กรณี ลงทะเบียนการโอนพร้อมทั้งรับรองการโอนไว้ในใบหลักทรัพย์นั้น หรือออกใบหลักทรัพย์ให้ใหม่ ทั้งนี้ ภายในกําหนดระยะเวลาที่สํานักงานประกาศกําหนด เว้นแต่การโอนหลักทรัพย์นั้นจะขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อข้อจํากัดในเรื่องการโอนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนข้อจํากัดนั้นไว้กับสํานักงานแล้ว
เมื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนได้รับคําขอโอนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้การโอนนั้นใช้ยันกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้ แต่จะใช้ยันบุคคลภายนอกได้เมื่อมีการลงทะเบียนการโอนแล้ว
มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ แก่บุคคลที่มิได้มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามมาตรา ๕๓ เว้นแต่เป็นกรณีของหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือ ให้จ่ายได้เมื่อผู้ครอบครองได้ยื่นใบหุ้นต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ในกรณีเช่นนี้ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์สลักหลังการจ่ายไว้ด้วย
มาตรา ๕๕ การโอนหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ส่งมอบใบหลักทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้รับโอน
มาตรา ๕๕/๑ ให้นําความในส่วนนี้และบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องไปใช้บังคับแก่การจัดทําทะเบียนและการโอนหลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดตามมาตรา ๓๓ ด้วยโดยอนุโลม
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นสมควรเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของหลักทรัพย์ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทําทะเบียนและการโอนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนนี้ได้
ส่วน ๕ ส่วนที่ ๕
การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชี
มาตรา ๕๖ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ จัดทําและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดําเนินงานของบริษัทต่อสํานักงาน ดังต่อไปนี้
(๑) งบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว
(๒) งบการเงินประจํางวดการบัญชีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว
(๓) รายงานประจําปี
(๔) รายงานการเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
งบการเงินและรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การกําหนดดังกล่าวให้คํานึงถึงมาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วด้วย
คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจออกประกาศเพื่อผ่อนผันหรือยกเว้นหน้าที่การจัดทําหรือส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง โดยคํานึงถึงความจําเป็นเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุนก็ได้
มาตรา ๕๗ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ รายงานพร้อมด้วยเหตุผลต่อสํานักงานโดยไม่ชักช้า เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้น
(๑) บริษัทประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง
(๒) บริษัทหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน
(๓) บริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือลักษณะการประกอบธุรกิจ
(๔) บริษัททําสัญญาให้บุคคลอื่นมีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัท
(๕) บริษัทกระทําหรือถูกกระทําอันมีลักษณะเป็นการครอบงําหรือถูกครอบงํากิจการตามมาตรา ๒๔๗
(๖) กรณีใด ๆ ที่มีหรือจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัทตามที่สํานักงานประกาศกําหนด
มาตรา ๕๘ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าเอกสารหรือรายงานที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ จัดส่งให้มีข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีมีเหตุจําเป็นเร่งด่วน หรือมีกรณีอื่นใดที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัท ให้สํานักงานมีอํานาจที่จะดําเนินการประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ ดังนี้
(๑) ให้บริษัทรายงานหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม
(๒) ให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทชี้แจงเพิ่มเติม
(๓) ให้บริษัทจัดให้มีการสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชี และรายงานผลการสอบบัญชีนั้นให้สํานักงานทราบ และเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไป
มาตรา ๕๙ ให้กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดํารงตําแหน่งบริหารตามที่สํานักงานประกาศกําหนด และผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ มีหน้าที่จัดทําและเปิดเผยรายงานการถือและการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตน คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อสํานักงาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด
หลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ได้แก่
(๑) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ ตามที่สํานักงานประกาศกําหนด
(๒) หลักทรัพย์ใด ๆ ที่ออกโดยบุคคลอื่นที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือหลักทรัพย์นั้นที่จะซื้อ ขาย ได้มา หรือจําหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตาม (๑) หรือได้รับผลตอบแทนที่อ้างอิงกับราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ตาม (๑)
(๓) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กําหนดให้ส่งมอบหลักทรัพย์หรือที่กําหนดให้ผลตอบแทนของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงกับราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ตาม (๑) หรือ (๒)
การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการถือและการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยนิติบุคคลซึ่งบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าว โดยให้นับรวมสิทธิออกเสียงของคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลนั้นด้วย
ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทําแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ โดยอนุโลม และในกรณีที่บุคคลดังกล่าวเป็นนิติบุคคล ผู้มีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงกรรมการ ผู้จัดการ และผู้บริหารของนิติบุคคลนั้นตามที่สํานักงานประกาศกําหนดด้วย
มาตรา ๖๐ เพื่อประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนเกี่ยวกับฐานะและผลการดําเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์รวมทั้งการถือหลักทรัพย์ในบริษัทดังกล่าว ให้สํานักงานมีอํานาจเปิดเผยรายงานหรือข้อมูลที่ได้รับตามมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๖๑ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๕๖ ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ
เมื่อได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้สอบบัญชีนั้นมีสิทธิสอบบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๐๖ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามที่กําหนดในมาตรา ๑๙๙ และบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่กําหนดในมาตรา ๒๑๗ ได้ด้วย
มาตรา ๖๒ ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีสอบทานหรือสอบบัญชีพบว่าบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ จัดทํางบการเงินรายไตรมาสหรืองบการเงินประจํางวดการบัญชีไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีรายงานข้อสังเกตหรือเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญของงบการเงิน และแจ้งพฤติการณ์ไว้ในรายงานการสอบทานหรือรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น พร้อมทั้งแจ้งให้สํานักงานทราบ
ในการแสดงความเห็นต่องบการเงินประจํางวดการบัญชี ผู้สอบบัญชีใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).