มาตรา ๖๓ บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้
(๑) ตั๋วเงินคลัง
(๒) พันธบัตรรัฐบาล
(๓) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
(๔) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ย
(๕) หลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
มาตรา ๖๔ บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ในลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) การเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจัดการกองทุนรวม
(๒) การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ที่มีมูลค่าของหลักทรัพย์ทั้งหมดน้อยกว่าจํานวนเงินที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
(๓) การเสนอขายหลักทรัพย์ที่มีลักษณะ ประเภท หรือจํานวนของผู้ลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
การเสนอขายหลักทรัพย์ตาม (๒) และ (๓) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายให้สํานักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดการเสนอขาย
มาตรา ๖๕ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ จะกระทําได้ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสํานักงาน และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว
มาตรา ๖๖ ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ตามมาตรา ๖๕ ที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทอาจยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ หรือจะยื่นภายหลังจากวันที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ก็ได้
ในกรณีที่บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๓ ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ได้หลายครั้งภายในวงเงินและระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด และหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่มีกําหนดเวลาการชําระคืนไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวัน บริษัทไม่จําต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนทุกครั้งที่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ต้องจัดส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ครั้งแรกให้แก่สํานักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทําการก่อนวันจัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวน
มาตรา ๖๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๘ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสี่สิบห้าวันนับจากวันที่สํานักงานได้รับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะประกาศกําหนดให้มีผลใช้บังคับก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว
มาตรา ๖๘ ในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ หากสํานักงานยังมิได้อนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๖๗ ให้แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ได้
มาตรา ๖๙ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด โดยให้มีรายละเอียดของรายการ ดังนี้
(๑) วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ
(๒) ชื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
(๓) ทุนของบริษัท
(๔) จํานวนและประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย
(๕) ราคาที่คาดว่าจะขายของหลักทรัพย์ต่อหน่วย
(๖) ลักษณะการประกอบธุรกิจ
(๗) ฐานะทางการเงิน การดําเนินงาน และข้อมูลที่สําคัญของธุรกิจ
(๘) ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
(๙) ผู้สอบบัญชี สถาบันการเงินที่ติดต่อประจํา และที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
(๑๐) วิธีการจอง จัดจําหน่ายและจัดสรรหลักทรัพย์
(๑๑) ข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์สํานักงานจะกําหนดให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แนบเอกสารหลักฐานอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ก็ได้
มาตรา ๗๐ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙ แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) สิทธิและข้อจํากัดในการโอนตามตั๋วเงินหรือหุ้นกู้
(๒) ผลประโยชน์ตอบแทน
(๓) ทรัพย์สินหรือหลักประกันอื่นที่เป็นประกันการออกหลักทรัพย์ (ถ้ามี)
(๔) ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (ถ้ามี)
(๕) ภาระผูกพันในทรัพย์สินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เฉพาะกรณีหลักทรัพย์ที่ไม่มีประกัน
(๖) ยอดหนี้คงค้างในการออกตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ครั้งก่อน
(๗) วิธีการ เวลา และสถานที่สําหรับการชําระหนี้
(๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี)
(๙) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๗๑ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙ แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) สิทธิ และเงื่อนไขตามใบสําคัญแสดงสิทธิ
(๒) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ให้ออกหุ้นหรือหุ้นกู้ หรือคําอนุมัติของสํานักงานที่ให้ออกหน่วยลงทุนเพื่อการใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิ แล้วแต่กรณี
(๓) จํานวนหุ้นหรือหุ้นกู้หรือหน่วยลงทุนทั้งสิ้นที่จะออกตามใบสําคัญแสดงสิทธิ
(๔) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ
(๕) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๗๒ ร่างหนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด สําหรับรายการในร่างหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมีสาระสําคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน
มาตรา ๗๓ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไม่สมบูรณ์หรือไม่ครบถ้วน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยื่นรายการหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่สํานักงานจะสั่งภายหลังจากที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๖๗ หรือมาตรา ๖๘ แล้ว มิได้
มาตรา ๗๔ ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ หากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าว ให้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลที่ได้ยื่นไว้ต่อสํานักงานได้ เว้นแต่การขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญ สํานักงานอาจกําหนดให้การขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลเป็นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเข้ามาใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่สํานักงานได้รับคําขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นวันเริ่มต้นในการนับระยะเวลาตามมาตรา ๖๗ ด้วย
ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว ยื่นเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมได้
มาตรา ๗๕ ในการนับระยะเวลาตามมาตรา ๖๗ มิให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่สํานักงานได้สั่งการตามมาตรา ๗๓ หรือมาตรา ๗๔ วรรคสอง จนถึงวันที่สํานักงานได้รับเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลโดยครบถ้วน
มาตรา ๗๖ ภายหลังจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ ห้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่สํานักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญอันอาจทําให้บุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์เสียหาย ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน และในกรณีที่การเสนอขายหลักทรัพย์นั้นได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตนั้นได้ในทันที
(๒) ในกรณีที่สํานักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในสาระสําคัญ หรือมีเหตุการณ์ที่มีผลให้ข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ ทั้งนี้ อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของบุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการดําเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและดําเนินการอื่นใดตามที่สํานักงานกําหนดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว
(๓) ในกรณีที่สํานักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในลักษณะอื่น ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่ยื่นแบบดังกล่าวแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
การสั่งการของสํานักงานตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงการดําเนินการใด ๆ ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการสั่งการดังกล่าว และไม่กระทบถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายของบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๒
มาตรา ๗๗ เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนแล้ว การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับให้กระทําได้ แต่ต้องมีสาระสําคัญของข้อมูลตามที่สํานักงานประกาศกําหนด พร้อมทั้งมีข้อความให้เห็นชัดเจนว่าการเผยแพร่ดังกล่าวมิใช่เป็นหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด
มาตรา ๗๘ ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือขอสําเนาแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสํานักงาน ให้กระทําได้เมื่อได้ปฏิบัติตามระเบียบที่สํานักงานประกาศกําหนด
มาตรา ๗๙ เมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนจะกระทําได้ต่อเมื่อได้มีการจัดส่ง หรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวน พร้อมทั้งระบุวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไว้ด้วย
มาตรา ๘๐ การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์โดยมิใช่ด้วยวิธีการตามมาตรา ๗๙ จะกระทําได้ต่อเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๖๗ หรือมาตรา ๖๘ แล้ว และต้องไม่ใช้ถ้อยคําหรือข้อความใดที่เกินความจริง หรือเป็นเท็จ หรืออาจทําให้บุคคลอื่นสําคัญผิด และถ้าเป็นการโฆษณาทางสิ่งตีพิมพ์ต้องมีรายละเอียดตามรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) จํานวน ชนิด ราคาเสนอขายหลักทรัพย์ต่อหน่วยและมูลค่าของหลักทรัพย์ทั้งหมดที่โฆษณาชี้ชวนให้ซื้อ
(๒) ชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์
(๓) ประเภทของธุรกิจที่จะดําเนินการ หรือกําลังดําเนินการ
(๔) สถานที่ และวันเวลาที่จะขอรับหนังสือชี้ชวนได้
(๕) ชื่อผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ (ถ้ามี)
(๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๘๑ เมื่อได้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อสํานักงาน และในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แจ้งจํานวนหลักทรัพย์ และจํานวนเงินส่วนที่ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ได้รับซื้อไว้เองด้วย
การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด
มาตรา ๘๒ ในกรณีที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญให้บุคคลใด ๆ ที่ซื้อหลักทรัพย์จากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และยังเป็นเจ้าของหลักทรัพย์อยู่และได้รับความเสียหายจากการนั้น มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าวได้
บุคคลผู้ซื้อหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ซื้อหลักทรัพย์ก่อนที่จะปรากฏข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ
มาตรา ๘๓ ให้บุคคลดังต่อไปนี้รับผิดตามมาตรา ๘๒ ร่วมกับบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น หรือโดยตําแหน่งหน้าที่ตนไม่อาจล่วงรู้ถึงความแท้จริงของข้อมูล หรือการขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งนั้น
(๑) กรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัทซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน
(๒) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน
(๓) ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือผู้ประเมินราคาทรัพย์สินซึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงลงลายมือชื่อรับรองข้อมูลในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน
มาตรา ๘๔ บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และบุคคลตามมาตรา ๘๓ ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ซื้อหลักทรัพย์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อความหรือรายการเป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญ หรือ
(๒) ความเสียหายที่เกิดขึ้นอันมิใช่เป็นผลมาจากการได้รับข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จ หรือการไม่แจ้งข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญ
มาตรา ๘๕ ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ ให้มีผลเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของจํานวนเงินที่ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้จ่ายไปสําหรับการได้มาซึ่งหลักทรัพย์นั้นกับราคาที่ควรจะเป็นหากมีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องตามที่สํานักงานกําหนดซึ่งต้องไม่ต่ํากว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์นั้น บวกด้วยดอกเบี้ยของจํานวนส่วนต่างดังกล่าวสําหรับระยะเวลาที่ถือหลักทรัพย์ตามอัตราดอกเบี้ยสูงสุดโดยเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์อย่างน้อยสี่แห่งตามที่สํานักงานกําหนดพึงจ่ายสําหรับเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป
มาตรา ๘๖ สิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ ให้มีอายุความหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งแต่ไม่เกินสองปีนับจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ
มาตรา ๘๗ การมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนมิได้เป็นการแสดงว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสํานักงานได้รับรองถึงความถูกต้องของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสํานักงานได้ประกันราคาของหลักทรัพย์ที่เสนอขายนั้น
มาตรา ๘๘ บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๘๙ ผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นต่องบการเงินซึ่งเผยแพร่ไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่และหนังสือชี้ชวนในหมวดนี้ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).