我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562

法律・公布 2019-04-16・全 498 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๔ มาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ ถึงมาตรา ๓๑ มาตรา ๒๖๒ มาตรา ๒๖๓ มาตรา ๓๑๘ ถึงมาตรา ๓๒๐ และมาตรา ๓๓๒ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ (๒) พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “หลักทรัพย์” หมายความว่า (๑) ตั๋วเงินคลัง (๒) พันธบัตร (๓) ตั๋วเงิน (๔) หุ้น (๕) หุ้นกู้ (๖) หน่วยลงทุนอันได้แก่ ตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในทรัพย์สินของกองทุนรวม (๗) ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (๘) ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ (๙) ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน (๑๐) ตราสารอื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด “ตั๋วเงิน” หมายความว่า ตั๋วเงินที่ออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไป ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด “หุ้นกู้” หมายความว่า ตราสารแห่งหนี้ไม่ว่าจะเรียกชื่อใดที่แบ่งเป็นหน่วยแต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่ากันและกําหนดประโยชน์ตอบแทนไว้เป็นการล่วงหน้าในอัตราเท่ากันทุกหน่วย โดยบริษัทออกให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินหรือผู้ซื้อ เพื่อแสดงสิทธิที่จะได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นของผู้ถือตราสารดังกล่าว แต่ไม่รวมถึงตั๋วเงิน “ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์” หมายความว่า ผู้ทําการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ให้แก่ประชาชน “หนังสือชี้ชวน” หมายความว่า เอกสารใด ๆ ที่ออกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณาชี้ชวนให้บุคคลอื่นจองซื้อหรือซื้อหลักทรัพย์ที่ตนหรือบุคคลอื่นออกหรือเสนอขาย “บริษัท”หมายความว่า บริษัทจํากัด บริษัทมหาชนจํากัด และให้หมายความรวมถึง (๑) องค์การมหาชน (๒) องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (๓) หน่วยงานหรือองค์การของรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ (๔) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และ (๕) ผู้ออกหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด “บริษัทหลักทรัพย์” หมายความว่า บริษัทหรือสถาบันการเงิน ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ธุรกิจหลักทรัพย์” หมายความว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทดังต่อไปนี้ (๑) การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) การค้าหลักทรัพย์ (๓) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (๔) การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ (๕) การจัดการกองทุนรวม (๖) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล (๗) กิจการอื่นที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ตามที่รัฐมนตรีกําหนดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. “การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หมายความว่า การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นเป็นทางค้าปกติ โดยได้รับค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม หรือค่าตอบแทนอื่น “การค้าหลักทรัพย์” หมายความว่า การซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในนามของตนเองเป็นทางค้าปกติโดยกระทํานอกตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ “การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน” หมายความว่า การให้คําแนะนําแก่ประชาชนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เกี่ยวกับคุณค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้น หรือที่เกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ เป็นทางค้าปกติ ทั้งนี้ โดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น แต่ไม่รวมถึงการให้คําแนะนําแก่ประชาชนในลักษณะที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด “การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์” หมายความว่า การรับหลักทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนจากบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ไปเสนอขายต่อประชาชน โดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ก็ตาม “การจัดการกองทุนรวม” หมายความว่า การจัดการลงทุนตามโครงการจัดการกองทุนรวมโดยการออกหน่วยลงทุนของแต่ละโครงการจําหน่ายแก่ประชาชน เพื่อนําเงินที่ได้จากการจําหน่ายหน่วยลงทุนนั้นไปลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์จากหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทรัพย์สินอื่น หรือไปหาดอกผลหรือแสวงหาประโยชน์โดยวิธีอื่น “การจัดการกองทุนส่วนบุคคล” หมายความว่า การจัดการเงินทุนของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้มอบหมายให้จัดการลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะมีการลงทุนในทรัพย์สินอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทําเป็นทางค้าปกติโดยได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น แต่ไม่รวมถึงการจัดการลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด “หลักทรัพย์จดทะเบียน” หมายความว่า หลักทรัพย์ที่ได้รับการจดทะเบียนหรือได้รับการอนุญาตให้ทําการซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔/๑

มาตรา ๔/๑ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจประกาศกําหนดให้การประกอบกิจการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งไม่เป็นธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในการออกใบอนุญาตและการให้ความเห็นชอบตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน สํานักงาน คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนดระยะเวลาในการพิจารณาและการสั่งการให้เป็นที่ทราบโดยทั่วไป และในกรณีที่ไม่อนุญาตหรือไม่ให้ความเห็นชอบให้แจ้งเหตุผลให้ผู้ยื่นคําขอทราบด้วย

มาตรา ๖

มาตรา ๖ การลงลายมือชื่อของกรรมการหรือนายทะเบียนในใบหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ จะใช้เครื่องจักรประทับหรือโดยวิธีอื่นใดแทนตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนดก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออกกฎกระทรวงและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ส่วน ๑ คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมวด ๑ การกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยคําแนะนําของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่กําหนดในมาตรา ๓๑/๗ จํานวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินหกคน เป็นกรรมการ โดยในจํานวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านบัญชี และด้านการเงินด้านละหนึ่งคน และให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘ ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๒) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดํารงตําแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตําแหน่งดังกล่าวไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๕) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสํานักงาน (๖) ดํารงตําแหน่งผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกํากับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน ในกรณีที่มีการแต่งตั้งบุคคลตาม (๕) หรือ (๖) ผู้ได้รับการแต่งตั้งจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเมื่อได้ลาออกจากตําแหน่งตาม (๕) หรือ (๖) แล้ว โดยต้องกระทําภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ดําเนินการแต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘ มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เมื่อประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งตามวาระให้ดําเนินการแต่งตั้งใหม่ภายในหกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี อยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๘ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ (๔) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ (๕) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคําแนะนําของรัฐมนตรีสําหรับประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือรัฐมนตรีมีคําสั่งให้ออกโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดสําหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ มติและคําสั่งให้ออกดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง ในกรณีที่ประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นประธานกรรมการ ก.ล.ต. แทน หรือรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน แล้วแต่กรณี และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งประธานกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ก.ล.ต. เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหกคน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ การประชุมของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ถ้าประธานกรรมการ ก.ล.ต. ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานให้รองประธานทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีรองประธานหรือมีแต่ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ก.ล.ต. ที่มาประชุมเลือกกรรมการ ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการ ก.ล.ต. คนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ กรรมการ ก.ล.ต. ผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาให้แจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น แนวทางการพิจารณาส่วนได้เสียตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจหน้าที่วางนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาตลอดจนกํากับดูแลในเรื่องหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการและการป้องกันการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อํานาจดังกล่าวให้รวมถึง (๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือข้อกําหนดตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) กําหนดค่าธรรมเนียมสําหรับคําขออนุญาต คําขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต หรือการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาต (๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ (๔) ออกระเบียบ คําสั่ง และข้อบังคับเกี่ยวกับการพนักงาน ระบบพนักงานสัมพันธ์ การบรรจุแต่งตั้งถอดถอน และวินัยพนักงานและลูกจ้างของสํานักงาน การกําหนดเงินเดือนและเงินอื่น ๆ รวมตลอดถึงการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ (๔/๑) กําหนดหลักเกณฑ์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๕) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่งหรือข้อกําหนดใด ๆ ที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา ๑๔/๑

มาตรา ๑๔/๑ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน ในจํานวนนี้ต้องเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างน้อยสองคน ให้คณะกรรมการตรวจสอบแต่งตั้งพนักงานของสํานักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

มาตรา ๑๔/๒

มาตรา ๑๔/๒ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ทบทวนและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน (๒) สอบทานรายงานการเงินและข้อมูลทางการเงินของสํานักงาน (๓) ประสานงานกับสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินในเรื่องการตรวจสอบงบการเงิน (๔) ทบทวนและสอบทานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (๕) กํากับดูแลหน่วยงานตรวจสอบภายใน (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มอบหมายได้ ให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการ ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกําหนด และให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน ส่วน ๑/๑ คณะกรรมการกํากับตลาดทุน

มาตรา ๑๖/๑

มาตรา ๑๖/๑ ให้มีคณะกรรมการกํากับตลาดทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย เลขาธิการเป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการซึ่งเลขาธิการมอบหมายหนึ่งคน ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยผ่านการคัดเลือกตามที่กําหนดในมาตรา ๓๑/๗ อีกไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสองคนต้องมีประสบการณ์ในการบริหารกิจการบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ ให้เลขาธิการแต่งตั้งพนักงานของสํานักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

มาตรา ๑๖/๒

มาตรา ๑๖/๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ และต้องไม่ดํารงตําแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือตําแหน่งอื่นใดในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกํากับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุนหรือสํานักงาน ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙ (๕) หรือตามวรรคหนึ่ง ต้องลาออกจากการเป็นบุคคลตามมาตรา ๙ (๕) หรือตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่แทน

มาตรา ๑๖/๓

มาตรา ๑๖/๓ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖/๑ มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และเมื่อพ้นจากตําแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ โดยในวาระเริ่มแรกเมื่อครบสองปี ให้กรรมการออกจากตําแหน่งเป็นจํานวนกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตําแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระ เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อคณะกรรมการคัดเลือกภายในหกสิบวันเพื่อดําเนินการตามที่กําหนดในมาตรา ๓๑/๗ ทั้งนี้ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ ให้นําความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน โดยอนุโลม

มาตรา ๑๖/๔

มาตรา ๑๖/๔ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๖/๑ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ (๔) รัฐมนตรีมีคําสั่งให้ออกโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ คําสั่งให้ออกดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลอย่างชัดแจ้ง (๕) เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖/๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการกํากับตลาดทุนเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าคน

มาตรา ๑๖/๕

มาตรา ๑๖/๕ ให้กรรมการกํากับตลาดทุนจัดทํารายงานการถือหลักทรัพย์ของตน คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ยื่นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด

มาตรา ๑๖/๖

มาตรา ๑๖/๖ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจหน้าที่ในการปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น โดยต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. อํานาจและหน้าที่ของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึง (๑) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือข้อกําหนดในเรื่องการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สํานักหักบัญชี นายทะเบียนหลักทรัพย์ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ (๒) รายงานผลการดําเนินงานเป็นระยะต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด (๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๖/๗

มาตรา ๑๖/๗ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมอบหมายได้ ให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม

มาตรา ๑๖/๘

มาตรา ๑๖/๘ ให้กรรมการกํากับตลาดทุนและอนุกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด และให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน ส่วน ๒ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้จัดตั้งสํานักงานขึ้นเรียกว่า “สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” และให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้สํานักงานมีสํานักงานแห่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใกล้เคียง และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดก็ได้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้สํานักงานมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติการเพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต. (๒) กํากับดูแลให้มีการปฏิบัติตามและดําเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่กระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) กําหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ (๔) รับค่าธรรมเนียม (๕) ปฏิบัติงานอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขาธิการโดยคําแนะนําของรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้เลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สํานักงาน (๑/๑) มีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการแต่งตั้ง (๑/๒) เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน เศรษฐศาสตร์ หรือการเงินการธนาคาร (๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือของราชการส่วนท้องถิ่น (๕) ไม่ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในบริษัทหลักทรัพย์

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ เลขาธิการพ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) (ยกเลิก) (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑ (๕) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกโดยคําแนะนําของรัฐมนตรี ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพราะบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือหย่อนความสามารถโดยมติดังกล่าวต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง

มาตรา ๒๒/๑

มาตรา ๒๒/๑ ภายในสองปีนับแต่วันพ้นจากตําแหน่ง เลขาธิการจะประกอบธุรกิจหรือทํางานให้แก่ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัท หรือดํารงตําแหน่งที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๑๖/๒ วรรคหนึ่ง มิได้ วรรคสอง (ยกเลิก)

มาตรา ๒๒/๒

มาตรา ๒๒/๒ ให้เลขาธิการได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในการกําหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของเลขาธิการ ให้คํานึงถึงข้อห้ามมิให้ประกอบอาชีพตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๒/๑ ด้วย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง และรับผิดชอบในการดําเนินกิจการทั้งปวงของสํานักงาน ในการดําเนินกิจการ เลขาธิการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ในกิจการของสํานักงานที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการเป็นผู้แทนของสํานักงาน และเพื่อการนี้เลขาธิการจะมอบอํานาจให้ตัวแทนหรือบุคคลใดกระทําการเฉพาะอย่างแทนก็ได้

มาตรา ๒๔/๑

มาตรา ๒๔/๑ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนหรือเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ให้สํานักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากสํานักงานมีอํานาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหรือเสนอขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การกระทําความผิดและการลงโทษบุคคลที่กระทําความผิด หรือข้อมูลอื่นใดที่ได้รับเนื่องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้สํานักงานมีทุนประเดิมประกอบด้วยเงินที่โอนมาตามมาตรา ๓๑๙ และมาตรา ๓๒๐

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ให้สํานักงานจัดให้มีเงินสํารองประเภทต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ บรรดาค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวงและค่าธรรมเนียมอื่นที่สํานักงานได้รับและรายได้อื่นอันได้มาจากการดําเนินงานของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสํานักงาน ให้ตกเป็นของสํานักงาน และเมื่อได้หักด้วยรายจ่ายและหักเป็นเงินสํารองตามมาตรา ๒๖ แล้ว เหลือเท่าใดให้นําส่งเป็นรายได้ของรัฐ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ การพ้นจากตําแหน่งของพนักงานของสํานักงาน รวมทั้งการพ้นจากตําแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด ในกรณีที่มีเหตุผลสมควรเมื่อคํานึงถึงตําแหน่งหรือลักษณะงานใดที่พนักงานรับผิดชอบก่อนพ้นตําแหน่งหรือหน้าที่ในสํานักงาน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจออกข้อบังคับกําหนดให้นําความในมาตรา ๒๒/๑ มาใช้บังคับกับพนักงานนั้นโดยอนุโลม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ มิให้นํากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยและการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ มาใช้บังคับกับเลขาธิการ พนักงาน และลูกจ้างของสํานักงาน

มาตรา ๒๙/๑

มาตรา ๒๙/๑ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กรรมการ ก.ล.ต. กรรมการกํากับตลาดทุน และเลขาธิการ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้สํานักงานจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของสํานักงานและจัดให้มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจํา

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสํานักงานและเสนอรายงานผลการสอบบัญชีต่อรัฐมนตรีภายในเก้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี

มาตรา ๓๑/๑

มาตรา ๓๑/๑ ให้สํานักงานจัดทํารายงานประจําปีซึ่งแสดงถึงฐานะการเงินและผลการดําเนินงานเสนอรัฐมนตรี ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี

มาตรา ๓๑/๒

มาตรา ๓๑/๒ ให้สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. จัดทําแผนการดําเนินงานของสํานักงานเสนอรัฐมนตรีเพื่อทราบเป็นประจําทุกปี และเปิดเผยไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือจําเป็น สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขเพิ่มเติมแผนการดําเนินงานของสํานักงานได้ โดยให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม แผนการดําเนินงานของสํานักงานที่จัดทําขึ้นตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทําเป็นแผนสามปี เพื่อส่งเสริมให้การกํากับดูแลและพัฒนาตลาดทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้ลงทุน เสริมสร้างความเป็นธรรม ความมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใสของตลาดทุน และลดความเสี่ยงของระบบการเงิน ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส่วน ๓ คณะกรรมการคัดเลือก

มาตรา ๓๑/๓

มาตรา ๓๑/๓ ในกรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกจํานวนเจ็ดคนเพื่อทําหน้าที่คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดังกล่าว คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเคยดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้เคยดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ไม่เกินตําแหน่งละหนึ่งคน บุคคลซึ่งเคยดํารงตําแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามวรรคสอง ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งเคยดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย กรรมการคัดเลือกต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียอย่างมีนัยสําคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งพิจารณาเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการคัดเลือก ให้คณะกรรมการคัดเลือกได้รับค่าตอบแทนจากสํานักงานตามที่รัฐมนตรีกําหนดและให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน

มาตรา ๓๑/๔

มาตรา ๓๑/๔ ให้คณะกรรมการคัดเลือกกําหนดระเบียบว่าด้วยการเสนอรายชื่อ การพิจารณาและการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกํากับตลาดทุนให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องกําหนดให้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างเพียงพอที่คณะกรรมการคัดเลือกจะดําเนินการพิจารณาคัดเลือกได้ ระเบียบตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี และให้มีผลใช้บังคับต่อไป แม้คณะกรรมการคัดเลือกที่กําหนดระเบียบดังกล่าวจะพ้นจากตําแหน่งแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติม การยกเลิก หรือการกําหนดระเบียบขึ้นใหม่ จะกระทําได้ก็แต่โดยคณะกรรมการคัดเลือกมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมด และให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี ให้คณะกรรมการคัดเลือกเปิดเผยระเบียบที่กําหนดขึ้นตามมาตรานี้ไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้

มาตรา ๓๑/๕

มาตรา ๓๑/๕ คณะกรรมการคัดเลือกทั้งคณะพ้นจากตําแหน่งเมื่อดําเนินการคัดเลือกและได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในคณะกรรมการกํากับตลาดทุนเสร็จสิ้นตามที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดําเนินการคัดเลือกในครั้งนั้น

มาตรา ๓๑/๖

มาตรา ๓๑/๖ การประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการคัดเลือกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกโดยอนุโลม

มาตรา ๓๑/๗

มาตรา ๓๑/๗ ในการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. และคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้บุคคลดังต่อไปนี้ร่วมกันเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสองเท่าของจํานวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อคณะกรรมการคัดเลือก (๑) การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการ ก.ล.ต. ที่มิใช่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกันเสนอรายชื่อ (๒) การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เสนอรายชื่อ ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกไม่เห็นชอบกับรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการคัดเลือกมีอํานาจให้มีการดําเนินการเสนอรายชื่อใหม่ได้ เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุน แล้วแต่กรณี แล้ว ให้เสนอชื่อต่อรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้ง ส่วน ๑ ส่วนที่ ๑ การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่

หมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัท

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒ ห้ามมิให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสํานักงานและปฏิบัติตามมาตรา ๖๕ การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง จะกระทําได้ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดแล้ว

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ห้ามมิให้บริษัทเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ ประเภทหุ้น หุ้นกู้ ตั๋วเงิน ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ และหลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด เว้นแต่ (๑) เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่เข้าลักษณะตามมาตรา ๖๓ (๒) ได้รับอนุญาตจากสํานักงานและปฏิบัติตามมาตรา ๖๕ หรือ (๓) เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ทั้งหมดโดยบริษัทมหาชนจํากัดต่อผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นโดยได้รับชําระราคาเต็มมูลค่าที่เสนอขายจากผู้ถือหุ้น

มาตรา ๓๓/๑

มาตรา ๓๓/๑ ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ สําหรับกองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามประเภทกองทรัสต์และประเภทหลักทรัพย์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้ยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓ (๑) ผู้ที่จะเป็นผู้ก่อตั้งทรัสต์หรือผู้ก่อตั้งทรัสต์ เฉพาะกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (๒) ผู้มีหน้าที่จัดการกองทรัสต์ เมื่อยื่นคําขอแล้ว ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ ให้บุคคลตาม (๑) และ (๒) มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลเช่นเดียวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ และภายหลังที่ได้รับอนุญาต ให้บุคคลตาม (๒) มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัท และหมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน เช่นเดียวกับที่กําหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นสมควรเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ผู้ลงทุน และการเสนอขายหลักทรัพย์นั้น คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บุคคลตาม (๑) และ (๒) ได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนที่ ๔ การจัดทําทะเบียนและการโอนของหมวด ๒ การออกหลักทรัพย์ของบริษัท หรือมาตรา ๘๘ ทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้

มาตรา ๓๓/๒

มาตรา ๓๓/๒ ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามประเภทที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ซึ่งผลตอบแทนของหลักทรัพย์นั้นขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงานของบุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์โดยบุคคลอื่นนั้นยินยอม คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บุคคลอื่นนั้นมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลก่อนและภายหลังที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ด้วยก็ได้

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ การเสนอขายหุ้นของบริษัทจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ว่าจะกระทําโดยบริษัทจํากัดที่ออกหุ้นนั้นหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวมิให้กระทําเป็นการทั่วไปหรือต่อบุคคลในวงกว้าง เว้นแต่จะได้รับยกเว้นหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ การขอเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่และการอนุญาตตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการนี้ คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจประกาศกําหนดรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้ไว้ด้วยก็ได้ (๑) สัดส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (๒) ระยะเวลาในการเสนอขายหลักทรัพย์ (๓) การจอง การจัดจําหน่าย และการจัดสรรหลักทรัพย์ (๔) การรับชําระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ (๕) การเก็บรักษาและการปฏิบัติเกี่ยวกับเงินค่าจองหลักทรัพย์ (๖) เงื่อนไขอื่นที่จําเป็นในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนผู้ลงทุน

มาตรา ๓๕/๑

มาตรา ๓๕/๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๓ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจกําหนดให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนในทํานองเดียวกันกับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนที่ ๒ หุ้นกู้ ส่วนที่ ๓ การออกหุ้นกู้มีประกัน ส่วนที่ ๔ การจัดทําทะเบียนและการโอน หรือส่วนที่ ๕ การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชี ของหมวดนี้ หรือตามหมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ผู้ลงทุน และการเสนอขายหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ในการพิจารณาคําขออนุญาต ให้สํานักงานแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคําขอพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วนตามมาตรา ๓๕

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ มิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๒๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามมิให้บริษัทจํากัดออกหุ้นกู้ มาใช้บังคับแก่บริษัทจํากัดที่ได้รับอนุญาตให้ออกหุ้นกู้ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ มิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๖๕๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินอัตรา มาใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ประเภทหุ้นกู้และตั๋วเงินที่เสนอขายตามพระราชบัญญัตินี้ ส่วน ๒ หุ้นกู้

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ หุ้นกู้ของบริษัทต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าฉบับละหนึ่งร้อยบาทโดยชําระเป็นเงินและผู้ซื้อจะขอหักกลบลบหนี้กับบริษัทมิได้

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ใบหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อบริษัท (๒) เลขทะเบียนบริษัท และวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท (๓) จํานวนเงินที่ออกหุ้นกู้ (๔) ชื่อผู้ถือหุ้นกู้ หรือคําแถลงว่าได้ออกหุ้นกู้นั้นให้แก่ผู้ถือ (๕) ชนิด มูลค่า เลขที่ใบหุ้นกู้ จํานวนหุ้นกู้และจํานวนเงิน อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาการชําระคืน (๖) วิธีการ เวลา และสถานที่สําหรับการชําระดอกเบี้ยหุ้นกู้ และการไถ่ถอนหุ้นกู้ (๗) สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ในกรณีที่บริษัทมีหนี้ก่อนการออกหุ้นกู้ (๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (๙) ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัทหรือนายทะเบียนหุ้นกู้ (๑๐) วันเดือนปีที่ออกหุ้นกู้ (๑๑) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๓ การออกหุ้นกู้มีประกัน

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ในการขออนุญาตตามมาตรา ๓๓ เพื่อออกหุ้นกู้มีประกัน ผู้ขออนุญาตต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) เสนอร่างข้อกําหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้ (๒) เสนอร่างสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๓) ขอความเห็นชอบบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๔) ดําเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในกรณีที่บริษัทมหาชนจํากัดจะเสนอขายหุ้นกู้มีประกันที่ออกใหม่ต่อผู้ถือหุ้นซึ่งไม่ต้องขออนุญาตตามมาตรา ๓๓ ให้บริษัทมหาชนจํากัดดําเนินการตามวรรคหนึ่งก่อนการเสนอขายหุ้นกู้ด้วย

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ข้อกําหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้และผู้ถือหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) สิทธิและเงื่อนไขตามหุ้นกู้ (๒) ผลประโยชน์ตอบแทน (๓) ทรัพย์สินที่เป็นประกันหรือหลักประกันอื่น (๔) การแต่งตั้งและอํานาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๕) เงื่อนไขการเปลี่ยนตัวผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๖) คํายินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ที่จะให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ที่ได้รับความเห็นชอบไว้ตามมาตรา ๔๑ (๓) (๗) คํารับรองของผู้ออกหุ้นกู้มีประกันที่จะจํานอง จํานํา หรือให้หลักประกันอย่างอื่นเพื่อเป็นประกันหุ้นกู้ ภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๔๔ (๘) วิธีการ เวลา และสถานที่สําหรับการชําระหนี้ (๙) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (๑๐) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ สัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) อํานาจและหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในการรับจํานอง รับจํานํา หรือรับหลักประกันอย่างอื่น การใช้สิทธิบังคับหลักประกันดังกล่าว หรือการดําเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันปฏิบัติ ให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ทําไว้กับผู้ถือหุ้นกู้ รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย (๒) อัตราและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบําเหน็จในการเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (๓) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ เมื่อผู้ออกหุ้นกู้มีประกันได้เสนอขายหุ้นกู้มีประกันต่อผู้ถือหุ้นหรือต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ แล้ว ให้ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิและหน้าที่ตามข้อกําหนดตามมาตรา ๔๑ (๑) และตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามคํายินยอมของผู้ถือหุ้นกู้ พร้อมกับดําเนินการจํานอง จํานํา หรือจัดให้มีหลักประกันอย่างอื่นให้กับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ปิดการเสนอขาย

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีอํานาจกระทําการในนามของตนเองเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงในการรับจํานอง รับจํานํา หรือรับหลักประกันอย่างอื่น การใช้สิทธิบังคับหลักประกัน และการดําเนินการให้ผู้ออกหุ้นกู้มีประกันปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ให้ไว้กับผู้ถือหุ้นกู้รวมทั้งการเรียกค่าเสียหาย การกระทําของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทําของผู้ถือหุ้นกู้โดยตรง

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการกระทําตามอํานาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ได้

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ นอกจากหน้าที่ตามที่กําหนดไว้ในสัญญาแต่งตั้ง ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีหน้าที่ดูแลรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทําการ งดเว้นกระทําการ หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้นกู้ ให้ผู้ถือหุ้นกู้หรือสํานักงานมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทั้งปวงได้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ฟ้องร้องบังคับคดี ผู้ถือหุ้นกู้ดังกล่าวต้องมีจํานวนหุ้นกู้มีประกัน หรือได้รับแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นกู้อื่นซึ่งมีจํานวนหุ้นกู้มีประกันรวมกันไม่ต่ํากว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นกู้มีประกันที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ในกรณีที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามบทบัญญัติในหมวด ๑ หมวด ๓ หมวด ๔ หมวด ๕ หรือหมวด ๗ ของลักษณะ ๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้สํานักงานเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย ในกรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ให้พนักงานอัยการมีอํานาจเรียกทรัพย์สินหรือราคาหรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายแทนผู้ได้รับความเสียหายด้วย ในการนี้ ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ในการออกหุ้นกู้ลักษณะอื่นนอกจากหุ้นกู้มีประกัน หากผู้ออกหุ้นกู้ประสงค์จะจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ออกหุ้นกู้ต้องแสดงความจํานงในขณะที่ขออนุญาตออกหุ้นกู้และให้นําบทบัญญัติมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับการขออนุญาตการทําข้อกําหนดและสัญญาแต่งตั้งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อํานาจหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้โดยอนุโลม ส่วน ๔ การจัดทําทะเบียนและการโอน

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ตามมาตรา ๓๓ จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ การโอนหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้มีชื่อแสดงว่าเป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนคนสุดท้ายได้ส่งมอบใบหลักทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้รับโอนโดยลงลายมือชื่อสลักหลังแสดงการโอน

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ผู้ใดครอบครองใบหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ ที่มีการสลักหลังตามมาตรา ๕๑ แล้ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ ผู้รับโอนหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ ผู้ใดประสงค์จะลงทะเบียนการโอน ให้ยื่นคําขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียน พร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์ที่ตนได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับโอนในด้านหลังของใบหลักทรัพย์นั้นแล้ว และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียน แล้วแต่กรณี ลงทะเบียนการโอนพร้อมทั้งรับรองการโอนไว้ในใบหลักทรัพย์นั้น หรือออกใบหลักทรัพย์ให้ใหม่ ทั้งนี้ ภายในกําหนดระยะเวลาที่สํานักงานประกาศกําหนด เว้นแต่การโอนหลักทรัพย์นั้นจะขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อข้อจํากัดในเรื่องการโอนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนข้อจํากัดนั้นไว้กับสํานักงานแล้ว เมื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือนายทะเบียนได้รับคําขอโอนตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้การโอนนั้นใช้ยันกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้ แต่จะใช้ยันบุคคลภายนอกได้เมื่อมีการลงทะเบียนการโอนแล้ว

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ แก่บุคคลที่มิได้มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามมาตรา ๕๓ เว้นแต่เป็นกรณีของหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือ ให้จ่ายได้เมื่อผู้ครอบครองได้ยื่นใบหุ้นต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ในกรณีเช่นนี้ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์สลักหลังการจ่ายไว้ด้วย

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ การโอนหุ้นกู้ ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ชนิดไม่ระบุชื่อผู้ถือที่ออกตามมาตรา ๓๓ จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ส่งมอบใบหลักทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้รับโอน

มาตรา ๕๕/๑

มาตรา ๕๕/๑ ให้นําความในส่วนนี้และบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องไปใช้บังคับแก่การจัดทําทะเบียนและการโอนหลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดตามมาตรา ๓๓ ด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นสมควรเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของหลักทรัพย์ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทําทะเบียนและการโอนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนนี้ได้ ส่วน ๕ ส่วนที่ ๕ การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชี

มาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ จัดทําและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดําเนินงานของบริษัทต่อสํานักงาน ดังต่อไปนี้ (๑) งบการเงินรายไตรมาสที่ผู้สอบบัญชีได้สอบทานแล้ว (๒) งบการเงินประจํางวดการบัญชีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว (๓) รายงานประจําปี (๔) รายงานการเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด งบการเงินและรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การกําหนดดังกล่าวให้คํานึงถึงมาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้วด้วย คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจออกประกาศเพื่อผ่อนผันหรือยกเว้นหน้าที่การจัดทําหรือส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง โดยคํานึงถึงความจําเป็นเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุนก็ได้

มาตรา ๕๗

มาตรา ๕๗ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ รายงานพร้อมด้วยเหตุผลต่อสํานักงานโดยไม่ชักช้า เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้น (๑) บริษัทประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง (๒) บริษัทหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วน (๓) บริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ หรือลักษณะการประกอบธุรกิจ (๔) บริษัททําสัญญาให้บุคคลอื่นมีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัท (๕) บริษัทกระทําหรือถูกกระทําอันมีลักษณะเป็นการครอบงําหรือถูกครอบงํากิจการตามมาตรา ๒๔๗ (๖) กรณีใด ๆ ที่มีหรือจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัทตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าเอกสารหรือรายงานที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ จัดส่งให้มีข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีมีเหตุจําเป็นเร่งด่วน หรือมีกรณีอื่นใดที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัท ให้สํานักงานมีอํานาจที่จะดําเนินการประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการ ดังนี้ (๑) ให้บริษัทรายงานหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม (๒) ให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทชี้แจงเพิ่มเติม (๓) ให้บริษัทจัดให้มีการสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชี และรายงานผลการสอบบัญชีนั้นให้สํานักงานทราบ และเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชนทั่วไป

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ ให้กรรมการ ผู้จัดการ ผู้ดํารงตําแหน่งบริหารตามที่สํานักงานประกาศกําหนด และผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ มีหน้าที่จัดทําและเปิดเผยรายงานการถือและการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตน คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อสํานักงาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด หลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ (๑) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ ตามที่สํานักงานประกาศกําหนด (๒) หลักทรัพย์ใด ๆ ที่ออกโดยบุคคลอื่นที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือหลักทรัพย์นั้นที่จะซื้อ ขาย ได้มา หรือจําหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตาม (๑) หรือได้รับผลตอบแทนที่อ้างอิงกับราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ตาม (๑) (๓) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กําหนดให้ส่งมอบหลักทรัพย์หรือที่กําหนดให้ผลตอบแทนของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงกับราคาหรือผลตอบแทนของหลักทรัพย์ตาม (๑) หรือ (๒) การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการถือและการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยนิติบุคคลซึ่งบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าว โดยให้นับรวมสิทธิออกเสียงของคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลนั้นด้วย ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทําแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ โดยอนุโลม และในกรณีที่บุคคลดังกล่าวเป็นนิติบุคคล ผู้มีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงกรรมการ ผู้จัดการ และผู้บริหารของนิติบุคคลนั้นตามที่สํานักงานประกาศกําหนดด้วย

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ เพื่อประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนเกี่ยวกับฐานะและผลการดําเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์รวมทั้งการถือหลักทรัพย์ในบริษัทดังกล่าว ให้สํานักงานมีอํานาจเปิดเผยรายงานหรือข้อมูลที่ได้รับตามมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๕๖ ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้สอบบัญชีนั้นมีสิทธิสอบบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๐๖ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามที่กําหนดในมาตรา ๑๙๙ และบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่กําหนดในมาตรา ๒๑๗ ได้ด้วย

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีสอบทานหรือสอบบัญชีพบว่าบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ จัดทํางบการเงินรายไตรมาสหรืองบการเงินประจํางวดการบัญชีไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีรายงานข้อสังเกตหรือเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญของงบการเงิน และแจ้งพฤติการณ์ไว้ในรายงานการสอบทานหรือรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น พร้อมทั้งแจ้งให้สํานักงานทราบ ในการแสดงความเห็นต่องบการเงินประจํางวดการบัญชี ผู้สอบบัญชีใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้

หมวด ๓ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ (๑) ตั๋วเงินคลัง (๒) พันธบัตรรัฐบาล (๓) พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (๔) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ย (๕) หลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ บทบัญญัติในหมวดนี้มิให้ใช้บังคับแก่การเสนอขายหลักทรัพย์ในลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) การเสนอขายหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจัดการกองทุนรวม (๒) การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ที่มีมูลค่าของหลักทรัพย์ทั้งหมดน้อยกว่าจํานวนเงินที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด (๓) การเสนอขายหลักทรัพย์ที่มีลักษณะ ประเภท หรือจํานวนของผู้ลงทุนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด การเสนอขายหลักทรัพย์ตาม (๒) และ (๓) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายให้สํานักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดการเสนอขาย

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ จะกระทําได้ต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสํานักงาน และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ในกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ตามมาตรา ๖๕ ที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทอาจยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ หรือจะยื่นภายหลังจากวันที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ก็ได้ ในกรณีที่บริษัทได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๓ ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ได้หลายครั้งภายในวงเงินและระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด และหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่มีกําหนดเวลาการชําระคืนไม่เกินสองร้อยเจ็ดสิบวัน บริษัทไม่จําต้องยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนทุกครั้งที่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ต้องจัดส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ครั้งแรกให้แก่สํานักงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวันทําการก่อนวันจัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวน

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๘ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสี่สิบห้าวันนับจากวันที่สํานักงานได้รับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะประกาศกําหนดให้มีผลใช้บังคับก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ ในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ หากสํานักงานยังมิได้อนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๖๗ ให้แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อเมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดหรือบริษัทนั้นได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ได้

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด โดยให้มีรายละเอียดของรายการ ดังนี้ (๑) วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ (๒) ชื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๓) ทุนของบริษัท (๔) จํานวนและประเภทหลักทรัพย์ที่เสนอขาย (๕) ราคาที่คาดว่าจะขายของหลักทรัพย์ต่อหน่วย (๖) ลักษณะการประกอบธุรกิจ (๗) ฐานะทางการเงิน การดําเนินงาน และข้อมูลที่สําคัญของธุรกิจ (๘) ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๙) ผู้สอบบัญชี สถาบันการเงินที่ติดต่อประจํา และที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๑๐) วิธีการจอง จัดจําหน่ายและจัดสรรหลักทรัพย์ (๑๑) ข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์สํานักงานจะกําหนดให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แนบเอกสารหลักฐานอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ก็ได้

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙ แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สิทธิและข้อจํากัดในการโอนตามตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ (๒) ผลประโยชน์ตอบแทน (๓) ทรัพย์สินหรือหลักประกันอื่นที่เป็นประกันการออกหลักทรัพย์ (ถ้ามี) (๔) ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ (ถ้ามี) (๕) ภาระผูกพันในทรัพย์สินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เฉพาะกรณีหลักทรัพย์ที่ไม่มีประกัน (๖) ยอดหนี้คงค้างในการออกตั๋วเงินหรือหุ้นกู้ครั้งก่อน (๗) วิธีการ เวลา และสถานที่สําหรับการชําระหนี้ (๘) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (ถ้ามี) (๙) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน นอกจากจะต้องมีรายละเอียดของรายการตามมาตรา ๖๙ แล้ว ให้มีรายละเอียดของรายการดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สิทธิ และเงื่อนไขตามใบสําคัญแสดงสิทธิ (๒) มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ให้ออกหุ้นหรือหุ้นกู้ หรือคําอนุมัติของสํานักงานที่ให้ออกหน่วยลงทุนเพื่อการใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิ แล้วแต่กรณี (๓) จํานวนหุ้นหรือหุ้นกู้หรือหน่วยลงทุนทั้งสิ้นที่จะออกตามใบสําคัญแสดงสิทธิ (๔) วิธีการแปลงสภาพแห่งสิทธิ (๕) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ ร่างหนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด สําหรับรายการในร่างหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ต้องมีสาระสําคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไม่สมบูรณ์หรือไม่ครบถ้วน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยื่นรายการหรือแก้ไขเพิ่มเติมให้ครบถ้วน แต่สํานักงานจะสั่งภายหลังจากที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๖๗ หรือมาตรา ๖๘ แล้ว มิได้

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ หากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าว ให้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือข้อมูลที่ได้ยื่นไว้ต่อสํานักงานได้ เว้นแต่การขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นการขอแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญ สํานักงานอาจกําหนดให้การขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลเป็นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเข้ามาใหม่ โดยให้ถือว่าวันที่สํานักงานได้รับคําขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นวันเริ่มต้นในการนับระยะเวลาตามมาตรา ๖๗ ด้วย ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าการขอแก้ไขเพิ่มเติมตามวรรคหนึ่ง จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว ยื่นเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมได้

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ในการนับระยะเวลาตามมาตรา ๖๗ มิให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่สํานักงานได้สั่งการตามมาตรา ๗๓ หรือมาตรา ๗๔ วรรคสอง จนถึงวันที่สํานักงานได้รับเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลโดยครบถ้วน

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ ภายหลังจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ ห้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่สํานักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญอันอาจทําให้บุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์เสียหาย ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน และในกรณีที่การเสนอขายหลักทรัพย์นั้นได้รับอนุญาตตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตนั้นได้ในทันที (๒) ในกรณีที่สํานักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในสาระสําคัญ หรือมีเหตุการณ์ที่มีผลให้ข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ ทั้งนี้ อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงทุนของบุคคลผู้เข้าซื้อหลักทรัพย์ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการดําเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและดําเนินการอื่นใดตามที่สํานักงานกําหนดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงการแก้ไขข้อมูลดังกล่าว (๓) ในกรณีที่สํานักงานตรวจพบว่าข้อความหรือรายการในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนคลาดเคลื่อนในลักษณะอื่น ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่ยื่นแบบดังกล่าวแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง การสั่งการของสํานักงานตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงการดําเนินการใด ๆ ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการสั่งการดังกล่าว และไม่กระทบถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายของบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๒

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ เมื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนแล้ว การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนดังกล่าวมีผลใช้บังคับให้กระทําได้ แต่ต้องมีสาระสําคัญของข้อมูลตามที่สํานักงานประกาศกําหนด พร้อมทั้งมีข้อความให้เห็นชัดเจนว่าการเผยแพร่ดังกล่าวมิใช่เป็นหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือขอสําเนาแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสํานักงาน ให้กระทําได้เมื่อได้ปฏิบัติตามระเบียบที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ เมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนจะกระทําได้ต่อเมื่อได้มีการจัดส่ง หรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวน พร้อมทั้งระบุวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนไว้ด้วย

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ การโฆษณาชี้ชวนต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ให้ซื้อหลักทรัพย์ของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์โดยมิใช่ด้วยวิธีการตามมาตรา ๗๙ จะกระทําได้ต่อเมื่อแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับตามมาตรา ๖๗ หรือมาตรา ๖๘ แล้ว และต้องไม่ใช้ถ้อยคําหรือข้อความใดที่เกินความจริง หรือเป็นเท็จ หรืออาจทําให้บุคคลอื่นสําคัญผิด และถ้าเป็นการโฆษณาทางสิ่งตีพิมพ์ต้องมีรายละเอียดตามรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) จํานวน ชนิด ราคาเสนอขายหลักทรัพย์ต่อหน่วยและมูลค่าของหลักทรัพย์ทั้งหมดที่โฆษณาชี้ชวนให้ซื้อ (๒) ชื่อผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ (๓) ประเภทของธุรกิจที่จะดําเนินการ หรือกําลังดําเนินการ (๔) สถานที่ และวันเวลาที่จะขอรับหนังสือชี้ชวนได้ (๕) ชื่อผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ (ถ้ามี) (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ เมื่อได้เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนแล้ว ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อสํานักงาน และในกรณีที่ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์ผ่านผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ให้ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์แจ้งจํานวนหลักทรัพย์ และจํานวนเงินส่วนที่ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ได้รับซื้อไว้เองด้วย การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ในกรณีที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญให้บุคคลใด ๆ ที่ซื้อหลักทรัพย์จากผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และยังเป็นเจ้าของหลักทรัพย์อยู่และได้รับความเสียหายจากการนั้น มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าวได้ บุคคลผู้ซื้อหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ซื้อหลักทรัพย์ก่อนที่จะปรากฏข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ ให้บุคคลดังต่อไปนี้รับผิดตามมาตรา ๘๒ ร่วมกับบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น หรือโดยตําแหน่งหน้าที่ตนไม่อาจล่วงรู้ถึงความแท้จริงของข้อมูล หรือการขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งนั้น (๑) กรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัทซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน (๒) ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัดซึ่งลงลายมือชื่อไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน (๓) ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือผู้ประเมินราคาทรัพย์สินซึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงลงลายมือชื่อรับรองข้อมูลในแบบแสดงรายการ ข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์และบุคคลตามมาตรา ๘๓ ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ซื้อหลักทรัพย์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าข้อความหรือรายการเป็นเท็จ หรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญ หรือ (๒) ความเสียหายที่เกิดขึ้นอันมิใช่เป็นผลมาจากการได้รับข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จ หรือการไม่แจ้งข้อความที่ควรต้องแจ้งในสาระสําคัญ

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ ให้มีผลเป็นจํานวนเท่ากับส่วนต่างของจํานวนเงินที่ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้จ่ายไปสําหรับการได้มาซึ่งหลักทรัพย์นั้นกับราคาที่ควรจะเป็นหากมีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องตามที่สํานักงานกําหนดซึ่งต้องไม่ต่ํากว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหลักทรัพย์นั้น บวกด้วยดอกเบี้ยของจํานวนส่วนต่างดังกล่าวสําหรับระยะเวลาที่ถือหลักทรัพย์ตามอัตราดอกเบี้ยสูงสุดโดยเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์อย่างน้อยสี่แห่งตามที่สํานักงานกําหนดพึงจ่ายสําหรับเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ สิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๘๒ ให้มีอายุความหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รู้หรือควรจะได้รู้ว่าแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนมีข้อความหรือรายการที่เป็นเท็จหรือขาดข้อความที่ควรต้องแจ้งแต่ไม่เกินสองปีนับจากวันที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนมีผลใช้บังคับ

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ การมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนมิได้เป็นการแสดงว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสํานักงานได้รับรองถึงความถูกต้องของข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสํานักงานได้ประกันราคาของหลักทรัพย์ที่เสนอขายนั้น

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ บริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ต้องส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ ผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นต่องบการเงินซึ่งเผยแพร่ไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่และหนังสือชี้ชวนในหมวดนี้ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ

หมวด ๓/๑ การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

มาตรา ๘๙/๑

มาตรา ๘๙/๑ ในหมวดนี้ “บริษัท” หมายความว่า (๑) บริษัทมหาชนจํากัดที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชน เว้นแต่บริษัทมหาชนจํากัดที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๒) บริษัทมหาชนจํากัดที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ “บริษัทย่อย” หมายความว่า (๑) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่บริษัทมีอํานาจควบคุมกิจการ (๒) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่บริษัทย่อยตาม (๑) มีอํานาจควบคุมกิจการ (๓) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่อยู่ภายใต้อํานาจควบคุมกิจการต่อเป็นทอด ๆ โดยเริ่มจากการอยู่ภายใต้อํานาจควบคุมกิจการของบริษัทย่อยตาม (๒) “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการของบริษัท “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการของบริษัท “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการบริหารงานของบริษัทไม่ว่าโดยพฤติการณ์หรือโดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด “บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง” หมายความว่า บุคคลที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลที่มีอํานาจควบคุมกิจการบริษัท และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงกรรมการของนิติบุคคลนั้นด้วย (๒) คู่สมรส บุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลตาม (๑) (๓) นิติบุคคลที่บุคคลตาม (๑) หรือ (๒) มีอํานาจควบคุมกิจการ (๔) บุคคลอื่นที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด เมื่อบุคคลใดกระทําการด้วยความเข้าใจหรือความตกลงว่า หากบริษัททําธุรกรรมที่ให้ประโยชน์ทางการเงินแก่บุคคลดังกล่าว กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) จะได้รับประโยชน์ทางการเงินด้วย ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสําหรับการทําธุรกรรมนั้น “อํานาจควบคุมกิจการ” หมายความว่า (๑) การถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในนิติบุคคลหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น (๒) การมีอํานาจควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หรือไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด (๓) การมีอํานาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

มาตรา ๘๘/๒

มาตรา ๘๘/๒ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทกระทําการใดอันเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นใดที่รับจ้างทํางานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะโดยการเปลี่ยนแปลงตําแหน่งงาน ลักษณะงาน หรือสถานที่ทํางาน สั่งพักงาน ข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง หรือกระทําการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลดังกล่าว ด้วยเหตุที่บุคคลนั้น (๑) ให้ข้อมูล ให้ความร่วมมือ หรือให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยประการใด ๆ แก่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน อันเกี่ยวข้องกับกรณีที่พนักงาน ลูกจ้างหรือบุคคลอื่นใดนั้นเชื่อหรือมีเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ให้ถ้อยคํา ยื่นเอกสารหลักฐาน หรือให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยประการใด ๆ แก่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาหรือตรวจสอบกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าจะกระทําไปโดยที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงานมีคําสั่งให้ปฏิบัติหรือไม่ ส่วน ๑ กรรมการและผู้บริหาร

มาตรา ๘๙/๓

มาตรา ๘๙/๓ กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด รวมทั้งต้องไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๘๙/๔

มาตรา ๘๙/๔ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการด้วยเหตุตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดแล้ว กรรมการย่อมพ้นจากตําแหน่งเมื่อมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่กําหนดในมาตรา ๘๙/๓ และจะดํารงตําแหน่งกรรมการในบริษัทต่อไปมิได้

มาตรา ๘๙/๕

มาตรา ๘๙/๕ บรรดากิจการของบริษัทที่คณะกรรมการ กรรมการ หรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการได้กระทําไปในนามของบริษัท ย่อมมีผลสมบูรณ์และผูกพันบริษัท แม้จะปรากฏในภายหลังว่ากรรมการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือขาดความเหมาะสมตามมาตรา ๘๙/๓

มาตรา ๘๙/๖

มาตรา ๘๙/๖ ผู้บริหารต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ผู้บริหารคนใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บริหารคนนั้นพ้นจากตําแหน่ง และจะดํารงตําแหน่งผู้บริหารในบริษัทต่อไปมิได้ ส่วน ๒ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหาร

มาตรา ๘๙/๗

มาตรา ๘๙/๗ ในการดําเนินกิจการของบริษัท กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ๘๙/๘

มาตรา ๘๙/๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง กรรมการและผู้บริหารต้องกระทําเยี่ยงวิญญูชนผู้ประกอบธุรกิจเช่นนั้นจะพึงกระทําภายใต้สถานการณ์อย่างเดียวกัน การใดที่กรรมการหรือผู้บริหารพิสูจน์ได้ว่า ณ เวลาที่พิจารณาเรื่องดังกล่าว การตัดสินใจของตนมีลักษณะครบถ้วนดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้บริหารผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวังตามวรรคหนึ่งแล้ว (๑) การตัดสินใจได้กระทําไปด้วยความเชื่อโดยสุจริตและสมเหตุสมผลว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสําคัญ (๒) การตัดสินใจได้กระทําบนพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อโดยสุจริตว่าเพียงพอ และ (๓) การตัดสินใจได้กระทําไปโดยตนไม่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจนั้น

มาตรา ๘๙/๙

มาตรา ๘๙/๙ ในการพิจารณาว่ากรรมการหรือผู้บริหารแต่ละคนได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวังหรือไม่ ให้คํานึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ด้วย (๑) ตําแหน่งในบริษัทที่บุคคลดังกล่าวดํารงอยู่ ณ เวลานั้น (๒) ขอบเขตความรับผิดชอบของตําแหน่งในบริษัทของบุคคลดังกล่าวตามที่กําหนดโดยกฎหมายหรือตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ และ (๓) คุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ รวมทั้งวัตถุประสงค์ของการแต่งตั้ง

มาตรา ๘๙/๑๐

มาตรา ๘๙/๑๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต กรรมการและผู้บริหารต้อง (๑) กระทําการโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสําคัญ (๒) กระทําการที่มีจุดมุ่งหมายโดยชอบและเหมาะสม และ (๓) ไม่กระทําการใดอันเป็นการขัดหรือแย้งกับประโยชน์ของบริษัทอย่างมีนัยสําคัญ

มาตรา ๘๙/๑๑

มาตรา ๘๙/๑๑ การกระทําดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นผลให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ได้รับประโยชน์ทางการเงินอื่นนอกเหนือจากที่พึงได้ตามปกติ หรือเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย ให้สันนิษฐานว่าเป็นการกระทําที่ขัดหรือแย้งกับประโยชน์ของบริษัทอย่างมีนัยสําคัญ (๑) การทําธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง โดยไม่เป็นไปตามมาตรา ๘๙/๑๒ หรือมาตรา ๘๙/๑๓ (๒) การใช้ข้อมูลของบริษัทที่ล่วงรู้มา เว้นแต่เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว หรือ (๓) การใช้ทรัพย์สินหรือโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือหลักปฏิบัติทั่วไปตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๘๙/๑๒

มาตรา ๘๙/๑๒ กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องจะกระทําธุรกรรมกับบริษัทหรือบริษัทย่อยได้ต่อเมื่อธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว เว้นแต่ธุรกรรมดังกล่าวจะเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ธุรกรรมที่เป็นข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทํากับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอํานาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลในการที่ตนมีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี และเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการหรือเป็นไปตามหลักการที่คณะกรรมการอนุมัติไว้แล้ว (๒) การให้กู้ยืมเงินตามระเบียบสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง (๓) ธุรกรรมที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งของบริษัทหรือคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสถานะเป็น (ก) บริษัทย่อยที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทย่อย หรือ (ข) บริษัทย่อยที่กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องถือหุ้นหรือมีส่วนได้เสียอยู่ด้วย ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่เกินจํานวน อัตรา หรือมีลักษณะตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๔) ธุรกรรมในประเภทหรือที่มีมูลค่าไม่เกินจํานวนหรืออัตราที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการประกาศกําหนดตาม (๓) (ข) หรือ (๔) คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจกําหนดให้ธุรกรรมที่กําหนดต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการด้วยก็ได้ มิให้นําความในมาตรา ๘๗ แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ. ๒๕๓๕ มาใช้บังคับกับการทําธุรกรรมระหว่างกรรมการกับบริษัทหรือบริษัทย่อย หมวด ๘๙/๑๓ ในกรณีมีเหตุสมควร โดยพิจารณาจากผลของธุรกรรมที่มีนัยสําคัญต่อบริษัทหรือความสัมพันธ์ของธุรกรรมกับธุรกิจปกติของบริษัท ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องดังต่อไปนี้ เพื่อใช้บังคับกับการทําธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้ (๑) การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการทําธุรกรรมดังกล่าวต่อผู้ลงทุนเป็นการทั่วไป หรือในหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการหรือหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น (๒) จํานวนคะแนนเสียงของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการลงมติอนุมัติการทําธุรกรรมดังกล่าว (๓) หลักเกณฑ์ในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงการจัดให้มีบัตรออกเสียงลงคะแนนของผู้ถือหุ้น การจัดให้มีผู้ตรวจการการประชุม หรือการพิจารณาส่วนได้เสียเป็นพิเศษของผู้ถือหุ้นซึ่งไม่มีสิทธิออกเสียง

มาตรา ๘๙/๑๔

มาตรา ๘๙/๑๔ กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานให้บริษัททราบถึงการมีส่วนได้เสียของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๘๙/๑๕

มาตรา ๘๙/๑๕ คณะกรรมการต้องจัดให้มีเลขานุการบริษัทรับผิดชอบดําเนินการดังต่อไปนี้ในนามของบริษัทหรือคณะกรรมการ (๑) จัดทําและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้ (ก) ทะเบียนกรรมการ (ข) หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมคณะกรรมการ และรายงานประจําปีของบริษัท (ค) หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น (๒) เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร (๓) ดําเนินการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในกรณีที่เลขานุการบริษัทพ้นจากตําแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการแต่งตั้งเลขานุการบริษัทคนใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่เลขานุการบริษัทคนเดิมพ้นจากตําแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ และให้คณะกรรมการมีอํานาจมอบหมายให้กรรมการคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนในช่วงเวลาดังกล่าว ให้ประธานกรรมการแจ้งชื่อเลขานุการบริษัทต่อสํานักงานภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่จัดให้มีผู้รับผิดชอบในตําแหน่งดังกล่าว และให้แจ้งให้สํานักงานทราบถึงสถานที่เก็บเอกสารตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ด้วย

มาตรา ๘๙/๑๖

มาตรา ๘๙/๑๖ ให้เลขานุการบริษัทจัดส่งสําเนารายงานการมีส่วนได้เสียตามมาตรา ๘๙/๑๔ ให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่บริษัทได้รับรายงานนั้น

มาตรา ๘๙/๑๗

มาตรา ๘๙/๑๗ บริษัทต้องจัดให้มีระบบการเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแสดงข้อมูลตามมาตรา ๘๙/๒๐ รวมทั้งดูแลให้มีการเก็บรักษาเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่มีการจัดทําเอกสารหรือข้อมูลดังกล่าว การเก็บรักษาเอกสารและหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการเก็บรักษาด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใดที่สามารถเรียกดูได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความ

มาตรา ๘๙/๑๘

มาตรา ๘๙/๑๘ นอกจากการดําเนินการกับกรรมการตามมาตรา ๘๕ และมาตรา ๘๖ แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้ว ในกรณีที่กรรมการกระทําการหรือละเว้นกระทําการใดอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๙/๗ จนเป็นเหตุให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้ประโยชน์ไปโดยมิชอบ บริษัทอาจฟ้องเรียกให้กรรมการรับผิดชอบในการส่งคืนประโยชน์ดังกล่าวให้แก่บริษัทได้ ในกรณีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทได้แจ้งเป็นหนังสือให้บริษัทดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว และบริษัทไม่ดําเนินการตามที่ผู้ถือหุ้นแจ้งภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่แจ้ง ผู้ถือหุ้นดังกล่าวสามารถใช้สิทธิฟ้องเรียกคืนประโยชน์ตามวรรคหนึ่งแทนบริษัทได้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิดําเนินการกับกรรมการตามมาตรานี้แทนบริษัท หากศาลเห็นว่าการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นเป็นไปโดยสุจริต ให้ศาลมีอํานาจกําหนดให้บริษัทชดใช้ค่าใช้จ่ายตามจํานวนที่เห็นสมควรซึ่งเกิดขึ้นจริงให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิดังกล่าว และเพื่อประโยชน์ในการกําหนดค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้ศาลมีอํานาจเรียกให้บริษัทเข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย

มาตรา ๘๙/๑๙

มาตรา ๘๙/๑๙ ให้นําความในมาตรา ๘๙/๑๘ มาใช้บังคับกับการฟ้องเรียกให้ผู้บริหารกระทําการหรือละเว้นกระทําการใดอันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๙/๗ รับผิดชอบในการส่งคืนประโยชน์ที่ตนหรือกรรมการหรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องได้ไปโดยมิชอบ โดยอนุโลม

มาตรา ๘๙/๒๐

มาตรา ๘๙/๒๐ กรรมการและผู้บริหารต้องร่วมกันรับผิดต่อบุคคลที่ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในความเสียหายใด ๆ อันเกิดขึ้นเนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นหรือประชาชนทั่วไปโดยแสดงข้อความที่เป็นเท็จในสาระสําคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งในสาระสําคัญในกรณีดังต่อไปนี้ เว้นแต่กรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่าโดยตําแหน่งหน้าที่ตนไม่อาจล่วงรู้ถึงความแท้จริงของข้อมูลหรือการขาดข้อมูลที่ควรต้องแจ้งนั้น (๑) การให้ข้อมูลประกอบการขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (๒) งบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัทหรือรายงานอื่นใดที่ต้องเปิดเผยตามมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๑๙๙ (๓) ความเห็นของกิจการเมื่อมีผู้ทําคําเสนอซื้อหุ้นของบริษัทจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป (๔) การให้ข้อมูลหรือรายงานอื่นใดเกี่ยวกับกิจการที่บริษัทจัดทําขึ้นเพื่อเผยแพร่ต่อผู้ถือหุ้นหรือประชาชนเป็นการทั่วไป ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการฟ้องเรียกค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกําหนดสองปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงตามวรรคหนึ่งหรือเมื่อพ้นกําหนดห้าปีนับแต่วันที่ได้มีการกระทํานั้น

มาตรา ๘๙/๒๑

มาตรา ๘๙/๒๑ กรรมการหรือผู้บริหารที่กระทําการหรือละเว้นกระทําการโดยทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้บริษัทเสียหายหรือเสียประโยชน์ที่ควรได้ จะยกเหตุที่ได้รับอนุมัติหรือให้สัตยาบันโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการมาทําให้ตนหลุดพ้นจากความรับผิดมิได้ การกระทําการหรือละเว้นกระทําการตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงกรณีดังต่อไปนี้ด้วย (๑) การขอมติคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยแสดงข้อความที่เป็นเท็จในสาระสําคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งในสาระสําคัญ (๒) กรณีที่เกี่ยวข้องกับการเบียดบังเอาทรัพย์สินหรือประโยชน์ของบริษัท (๓) กรณีที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินของบริษัท

มาตรา ๘๙/๒๒

มาตรา ๘๙/๒๒ ให้นําบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารตามมาตรา ๘๙/๗ ถึงมาตรา ๘๙/๒๑ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับบุคคลดังต่อไปนี้ โดยอนุโลม (๑) ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทําแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย และในกรณีที่ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทําแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนชั่วคราวเป็นนิติบุคคล ให้หมายความรวมถึงกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องของนิติบุคคลนั้นด้วย (๒) ผู้ชําระบัญชี

มาตรา ๘๙/๒๓

มาตรา ๘๙/๒๓ เลขานุการบริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๙/๑๕ ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และให้นําความในมาตรา ๘๙/๘ วรรคสอง มาตรา ๘๙/๑๐ มาตรา ๘๙/๑๑ (๒) และ (๓) และมาตรา ๘๙/๑๘ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

มาตรา ๘๙/๒๔

มาตรา ๘๙/๒๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการของบริษัทย่อยและผู้บริหารของบริษัทย่อยให้นําความในมาตรา ๘๙/๗ มาตรา ๘๙/๘ มาตรา ๘๙/๙ และมาตรา ๘๙/๑๐ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับ โดยอนุโลม ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับบุคคลตามมาตรา ๘๙/๒๒ (๑) และ (๒) ของบริษัทย่อยโดยอนุโลม

มาตรา ๘๙/๒๕

มาตรา ๘๙/๒๕ ในการสอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทตามมาตรฐานการสอบบัญชี ไม่ว่าจะกระทําในฐานะเป็นผู้สอบบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าว หรือในฐานะอื่นซึ่งนิติบุคคลดังกล่าวยินยอมให้สอบบัญชีก็ตาม ถ้าผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลดังกล่าวได้กระทําความผิดตามมาตรา ๒๘๑/๒ วรรคสอง มาตรา ๓๐๕ มาตรา ๓๐๖ มาตรา ๓๐๘ มาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๑๐ มาตรา ๓๑๑ มาตรา ๓๑๒ หรือมาตรา ๓๑๓ ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนั้นทราบ เพื่อดําเนินการตรวจสอบต่อไปโดยไม่ชักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบในเบื้องต้นให้แก่สํานักงานและผู้สอบบัญชีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่ดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งให้สํานักงานทราบ พฤติการณ์อันควรสงสัยที่ต้องแจ้งตามวรรคหนึ่ง และวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๓ การประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ๘๙/๒๖

มาตรา ๘๙/๒๖ ในการประชุมผู้ถือหุ้น บุคคลที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนต้องเป็นผู้ถือหุ้นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่คณะกรรมการกําหนด และจํานวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนให้เป็นไปตามที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันเดียวกันนั้น ทั้งนี้ สิทธิของบุคคลดังกล่าวย่อมไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันประชุมผู้ถือหุ้นจะมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว วันที่กําหนดโดยคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นวันที่ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่เกินสองเดือน แต่ต้องไม่ก่อนวันที่คณะกรรมการอนุมัติให้มีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น และเมื่อคณะกรรมการกําหนดวันเพื่อกําหนดผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าประชุมแล้วจะเปลี่ยนแปลงมิได้

มาตรา ๘๙/๒๗

มาตรา ๘๙/๒๗ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดประเภทหรือรายละเอียดของข้อมูลที่คณะกรรมการต้องแจ้งต่อผู้ถือหุ้นในหนังสือนัดประชุมและระยะเวลาในการจัดส่งหนังสือนัดประชุม

มาตรา ๘๙/๒๘

มาตรา ๘๙/๒๘ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งถือหุ้นและมีสิทธิออกเสียงนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท จะทําหนังสือเสนอเรื่องที่จะขอให้คณะกรรมการบรรจุเป็นวาระการประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งต้องระบุว่าเป็นเรื่องที่จะเสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติหรือเพื่อพิจารณา แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งรายละเอียดของเรื่องที่เสนอสําหรับการประชุมสามัญประจําปีหรือการประชุมวิสามัญก็ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ให้คณะกรรมการบรรจุเรื่องที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่งเป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะจัดให้มีขึ้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ คณะกรรมการจะปฏิเสธการบรรจุเรื่องดังกล่าวเสนอเป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้ (๑) เป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในวรรคหนึ่ง (๒) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดําเนินธุรกิจปกติของบริษัท และข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างโดยผู้ถือหุ้นมิได้แสดงถึงเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความไม่ปกติของเรื่องดังกล่าว (๓) เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนืออํานาจที่บริษัทจะดําเนินการให้เกิดผลตามที่ประสงค์ (๔) เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นได้เคยเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแล้วในรอบสิบสองเดือนที่ผ่านมา และเรื่องดังกล่าวได้รับมติสนับสนุนด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท เว้นแต่ข้อเท็จจริงในการนําเสนอครั้งใหม่จะได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญจากข้อเท็จจริงในขณะที่นําเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งก่อน (๕) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในกรณีที่คณะกรรมการปฏิเสธการบรรจุเรื่องที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่งเป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใด ให้แจ้งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเพื่อทราบในการประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนั้นโดยต้องระบุเหตุผลในการปฏิเสธการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ด้วย ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นในการประชุมตามวรรคสามมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากของจํานวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง เห็นชอบให้มีการบรรจุเรื่องที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นตามวรรคหนึ่งเป็นวาระการประชุมของผู้ถือหุ้น ให้คณะกรรมการบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นวาระในการประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทจะจัดให้มีขึ้นในครั้งถัดไป

มาตรา ๘๙/๒๙

มาตรา ๘๙/๒๙ การดําเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ หากเป็นกรณีที่มีนัยสําคัญต่อบริษัทตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (๑) การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นทรัพย์สินของบริษัทหรือบริษัทย่อย (๒) การโอนหรือสละสิทธิประโยชน์ รวมตลอดถึงการสละสิทธิเรียกร้องที่มีต่อผู้ที่ก่อความเสียหายแก่บริษัท ไม่ว่าสิทธิประโยชน์นั้นจะเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินของบริษัทหรือบริษัทย่อย (๓) การเข้าทํา แก้ไข หรือเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่าหรือให้เช่าซื้อกิจการหรือทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วน ไม่ว่ากิจการหรือทรัพย์สินนั้นจะดําเนินการโดยบริษัทหรือบริษัทย่อย (๔) การมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าธุรกิจนั้นจะดําเนินการโดยบริษัทหรือบริษัทย่อย (๕) การรวมกิจการกับบุคคลอื่น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการบริษัท (๖) การให้กู้ยืมเงิน การให้สินเชื่อ การค้ําประกัน การทํานิติกรรมผูกพันบริษัทให้ต้องรับภาระทางการเงินเพิ่มขึ้น ในกรณีที่บุคคลภายนอกขาดสภาพคล่องหรือไม่สามารถปฏิบัติการชําระหนี้ได้ หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินในลักษณะอื่นใดแก่บุคคลอื่นและมิใช่ธุรกิจปกติของบริษัท ไม่ว่าการนั้นจะดําเนินการโดยบริษัทหรือบริษัทย่อย (๗) การดําเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในเรื่องดังต่อไปนี้เพื่อใช้บังคับกับการดําเนินการของบริษัทตามวรรคหนึ่งได้ (๑) การเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุนเป็นการทั่วไปที่เกี่ยวกับการดําเนินการของบริษัทตามวรรคหนึ่งหรือข้อมูลในหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการหรือหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น (๒) จํานวนคะแนนเสียงของที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการลงมติอนุมัติการทําธุรกรรมดังกล่าว

มาตรา ๘๙/๓๐

มาตรา ๘๙/๓๐ ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใด ถ้าได้มีการส่งหนังสือนัดประชุมหรือลงมติโดยไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติในหมวดนี้ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งมีสิทธิออกเสียงนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทจะร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติในการประชุมครั้งนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ให้นําบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดมาใช้บังคับ โดยอนุโลม

มาตรา ๘๙/๓๑

มาตรา ๘๙/๓๑ การชักชวน ชี้นํา หรือกระทําด้วยประการใด ๆ ต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นการทั่วไป เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมอบฉันทะให้ตนหรือบุคคลอื่นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนนแทนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๘๙/๓๒

มาตรา ๘๙/๓๒ ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทอาจดําเนินการในห้องประชุมมากกว่าหนึ่งห้อง แต่ต้องให้ผู้เข้าประชุมในห้องอื่นสามารถแสดงความคิดเห็นให้ปรากฏต่อผู้ถือหุ้นอื่นในแต่ละห้องได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๑ การจัดตั้งและการออกใบอนุญาต

หมวด ๔ ธุรกิจหลักทรัพย์

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จะกระทําได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งในรูปบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดหรือเมื่อเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้ โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. วรรคสอง (ยกเลิก) การควบบริษัทหลักทรัพย์เข้ากันให้ถือว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด แล้วแต่กรณี การขอรับใบอนุญาต การขอความเห็นชอบ การออกใบอนุญาต และการให้ความเห็นชอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ตลอดจนเสียค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศหรือเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจกําหนดเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่สภาพการณ์ที่ก่อให้เกิดความจําเป็นตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กําหนดไว้แล้วนั้นได้

มาตรา ๙๑/๑

มาตรา ๙๑/๑ เพื่อให้การกํากับดูแลการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เหมาะสมกับรูปแบบการประกอบธุรกิจและได้สัดส่วนกับความจําเป็นในการคุ้มครองผู้ลงทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจประกาศกําหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่ประกอบธุรกิจในลักษณะตามที่กําหนดได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนที่ ๒ การกํากับและควบคุม ของหมวดนี้ ทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งถือปฏิบัติด้วยก็ได้

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีสํานักงานสาขาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากสํานักงาน การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด การจัดตั้งสํานักงานสาขาของสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๙๓

มาตรา ๙๓ ผู้ใดจะกระทําการแทนบริษัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีสํานักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาตจากสํานักงาน ให้ผู้กระทําการแทนตามวรรคหนึ่งทํากิจการได้เฉพาะที่ระบุไว้ในการอนุญาต มิให้นําความในมาตรา ๙๕ มาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ แต่ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานกําหนด ส่วน ๒ การกํากับและควบคุม

มาตรา ๙๔

มาตรา ๙๔ บริษัทหลักทรัพย์ต้องใช้ชื่อซึ่งมีคําว่า “บริษัทหลักทรัพย์” นําหน้าและ “จํากัด” ต่อท้าย

มาตรา ๙๕

มาตรา ๙๕ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากบริษัทหลักทรัพย์ใช้ชื่อหรือคําแสดงชื่อในธุรกิจว่า “บริษัทหลักทรัพย์” หรือคําอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา ๙๖

มาตรา ๙๖ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจประกาศกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามจํานวนที่กําหนดสําหรับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แต่ละประเภทหรือแต่ละลักษณะก็ได้

มาตรา ๙๗

มาตรา ๙๗ ให้บริษัทหลักทรัพย์ดํารงเงินกองทุนให้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด

มาตรา ๙๘

มาตรา ๙๘ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการ ดังต่อไปนี้ (๑) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (๒) กระทําการใด ๆ อันจะทําให้ลูกค้า หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา คุณค่า และลักษณะของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง (๓) กระทําการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการเอาเปรียบลูกค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๔) ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในนามของตนเองหรือลูกค้า เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดให้กระทําได้ (๕) ขายหลักทรัพย์โดยที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองหรือมิได้มีบุคคลใดมอบหมายให้ขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดให้กระทําได้ (๖) รับคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์จากลูกค้านอกสถานที่ทําการของสํานักงานใหญ่หรือสํานักงานสาขา เว้นแต่สํานักงานจะกําหนดเป็นอย่างอื่น (๗) ซื้อหรือมีหุ้น เว้นแต่ (ก) เป็นการได้มาเนื่องจากประกอบการค้าหลักทรัพย์ การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ หรือธุรกิจหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด หรือ (ข) เป็นการได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากสํานักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๘) ประกอบกิจการอื่นใดที่มิใช่ธุรกิจหลักทรัพย์ในประเภทที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน การประกอบกิจการอื่นใดตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้าหลักทรัพย์หรือการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าหลักทรัพย์ (๙) ย้ายที่ตั้งสํานักงานใหญ่หรือสํานักงานสาขาโดยมิได้รับอนุญาตจากสํานักงาน (๑๐) โฆษณากิจการของบริษัทหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่การโฆษณานั้นจะได้กระทําตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๙๙

มาตรา ๙๙ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ครอบครองอยู่ในขณะใดขณะหนึ่งว่า บริษัทหลักทรัพย์ได้ครอบครองไว้เพื่อตนเองหรือเพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทได้ครอบครองไว้เพื่อลูกค้ารายใด ให้เป็นไปตามลําดับก่อนหลัง ดังต่อไปนี้ (๑) ให้การครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในลําดับก่อนการครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อตนเอง (๒) ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อก่อนได้รับประโยชน์ตามลําดับก่อนหลังหลักทรัพย์ที่ซื้อ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะยึดถือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ด้วยหรือไม่ก็ตาม

มาตรา ๑๐๐

มาตรา ๑๐๐ การตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ต้องได้รับอนุญาตจากสํานักงานก่อน การขอรับอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๑

มาตรา ๑๐๑ ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งเป็นหนังสือต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทหลักทรัพย์

มาตรา ๑๐๒

มาตรา ๑๐๒ การให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด

มาตรา ๑๐๓

มาตรา ๑๐๓ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ (๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๒) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต (๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (๔)[[๑๑๔]](https://www.krisdika.go.th/librarian/getfile?sysid=573045&ext=htm#_ftn114) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทหลักทรัพย์อื่น เว้นแต่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๕ หรือเคยถูกถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น (๖) เป็นข้าราชการการเมือง (๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมบริษัทหลักทรัพย์ พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงาน เว้นแต่ (ก) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ หรือ (ข) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๔๕ (ค) เป็นกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ (๘) (ยกเลิก) (๙) เป็นบุคคลซึ่งมิได้มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทํางานหรือคุณสมบัติอื่น ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๑๐) มีลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๔

มาตรา ๑๐๔ บริษัทหลักทรัพย์จะแต่งตั้งกรรมการหรือผู้จัดการ หรือทําสัญญาให้บุคคลอื่นมีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์ได้ ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ได้ให้ไว้แล้วได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์เสนอชื่อบุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนความเห็นชอบ ให้นําความในมาตรา ๑๐๓ มาใช้บังคับแก่บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ทําสัญญาให้มีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ตลอดจนผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่บุคคลนั้นด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๐๕

มาตรา ๑๐๕ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทําบัญชีเพื่อแสดงผลการดําเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงโดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กําหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๖

มาตรา ๑๐๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทํางบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนทุกงวด การบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด งบดุลนั้นต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้นและผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศงบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนที่จัดทําขึ้นตามวรรคหนึ่งทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน โดยให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับ และเสนอต่อสํานักงานหนึ่งฉบับ การจัดทํางบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนสําหรับงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชีตามวรรคหนึ่งและการประกาศตามวรรคสอง ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี และสําหรับงวดประจําปีบัญชี ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่สํานักงานจะได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๐๗

มาตรา ๑๐๗ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๑๐๖ ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ทําเอกสารประกอบการลงบัญชีและหรือลงบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้

มาตรา ๑๐๘

มาตรา ๑๐๘ ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศรายการหรือเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์นั้นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด ประกาศรายการหรือข้อมูลดังกล่าว ให้แสดงไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และให้รายงานต่อสํานักงานทราบพร้อมด้วยสําเนาประกาศรายการหรือข้อมูลที่เปิดเผย

มาตรา ๑๐๙

มาตรา ๑๐๙ สํานักงานจะกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ใดยื่นรายงานหรือแสดงเอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่สํานักงานกําหนดก็ได้ และสํานักงานจะให้ทําคําชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และภายในกําหนดเวลาที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด รายงานและเอกสารที่ยื่นหรือแสดงหรือคําชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความตามวรรคหนึ่ง บริษัทหลักทรัพย์ต้องทําให้ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง

มาตรา ๑๑๐

มาตรา ๑๑๐ บริษัทหลักทรัพย์ต้องเปิดทําการตามเวลาและหยุดทําการตามวันที่สํานักงานกําหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสํานักงานให้เปิดทําการหรือหยุดทําการในเวลาหรือวันอื่น

มาตรา ๑๑๑

มาตรา ๑๑๑ มิให้นําความในมาตรา ๙๔ มาตรา ๙๘ (๑) (๗) (๘) และ (๙) มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๗ มาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๑๐ มาใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๙๐

มาตรา ๑๑๑/๑

มาตรา ๑๑๑/๑ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ตกเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษาถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กํากับดูแลตามกฎหมายอื่นสั่งระงับการดําเนินกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด ให้นําความในมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับแก่ลูกค้า และทรัพย์สินที่ถือว่าเป็นของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในการนี้ ให้สันนิษฐานว่ารายการและจํานวนทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งปรากฏตามบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทําขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดเป็นรายการและจํานวนที่ถูกต้อง เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “ลูกค้า” หมายความว่า (๑) บุคคลที่ใช้บริการด้านธุรกิจหลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด และมีฐานะสุทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีสิทธิเรียกเอาเงิน หลักทรัพย์ ตราสารทางการเงิน หรือทรัพย์สินอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับ ได้มา หรือมีไว้เพื่อบุคคลดังกล่าว (๒) บุคคลอื่นนอกจากบุคคลตาม (๑) ซึ่งมีฐานะสุทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์อันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ดําเนินการเพื่อประโยชน์ของบุคคลตาม (๑) “ทรัพย์สินที่ถือว่าเป็นของลูกค้า” หมายความว่า (๑) บรรดาทรัพย์สินของลูกค้าและทรัพย์สินอื่นที่ได้มาแทนทรัพย์สินของลูกค้า ตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครอง หรืออํานาจสั่งการหรือสั่งจําหน่ายของบริษัทหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๒) หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดที่บริษัทหลักทรัพย์ถือไว้ในลักษณะเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินที่ออกโดยนิติบุคคลเดียวกันหรือโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภท และชนิดเดียวกันกับหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินของลูกค้า ทั้งนี้ ในจํานวนที่จําเป็นเพื่อการส่งคืนหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินประเภทและชนิดเดียวกันนั้นแก่ลูกค้าตามสิทธิเรียกร้องที่ลูกค้ามีต่อบริษัทหลักทรัพย์ ส่วน ๓ การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ๑๑๒

มาตรา ๑๑๒ ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทําสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าที่มอบหมายให้ทําการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในการนี้ คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจกําหนดรายการอันเป็นสาระสําคัญแห่งสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาดังกล่าวก็ได้

มาตรา ๑๑๓

มาตรา ๑๑๓ ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๔ การค้าหลักทรัพย์

มาตรา ๑๑๔

มาตรา ๑๑๔ ในการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการค้าหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๕ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

มาตรา ๑๑๕

มาตรา ๑๑๕ ในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด และคณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะกําหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกจากลูกค้าในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนด้วยก็ได้ ส่วน ๖ การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์

มาตรา ๑๑๖

มาตรา ๑๑๖ ในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด และคณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะกําหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์ อาจเรียกจากลูกค้าในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ด้วยก็ได้ ส่วน ๗ การจัดการกองทุนรวม

มาตรา ๑๑๗

มาตรา ๑๑๗ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมได้ เมื่อคําขอจัดตั้งกองทุนรวมนั้นได้รับอนุมัติจากสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๑๘

มาตรา ๑๑๘ ในการยื่นคําขอจัดตั้งกองทุนรวมตามมาตรา ๑๑๗ บริษัทหลักทรัพย์ต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย (๑) รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมตามรายการที่สํานักงานประกาศกําหนด (๒) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ (๓) ร่างสัญญาจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

มาตรา ๑๑๙

มาตรา ๑๑๙ ข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทหลักทรัพย์ (๒) การแต่งตั้ง เงื่อนไขการเปลี่ยนตัว และค่าตอบแทนของผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม (๓) อัตรา และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบําเหน็จในการจัดการกองทุนรวม (๔) สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน (๕) การเลิกกองทุนรวมไม่ว่าเพราะเหตุครบกําหนดอายุของโครงการจัดการกองทุนรวมหรือเพราะเหตุอื่นใด (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ ข้อผูกพันตามมาตรา ๑๑๙ และสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องไม่มีข้อจํากัดความรับผิดของบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นโมฆะ

มาตรา ๑๒๑

มาตรา ๑๒๑ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องเป็นธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่สํานักงานประกาศกําหนด ในการประกาศกําหนดตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะกําหนดในเรื่องดังต่อไปนี้เป็นสําคัญ (๑) เงินกองทุน สินทรัพย์รวมสุทธิ และผลการดําเนินงานของผู้ที่จะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ (๒) ความสัมพันธ์ของผู้ดูแลผลประโยชน์กับบริษัทหลักทรัพย์ (๓) การจัดองค์กรและการควบคุมภายในเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์

มาตรา ๑๒๒

มาตรา ๑๒๒ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตามมาตรา ๑๑๗ แล้วและก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชน ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

มาตรา ๑๒๓

มาตรา ๑๒๓ การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนจะกระทําได้ต่อเมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้จัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมไว้ด้วย หนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด สําหรับรายการในหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับรายการในโครงการจัดการกองทุนรวมต้องมีสาระสําคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

มาตรา ๑๒๔

มาตรา ๑๒๔ เงินที่ได้รับจากการจําหน่ายหน่วยลงทุนในแต่ละโครงการจัดการกองทุนรวมให้รวมเข้าเป็นกองทรัพย์สิน และให้บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนกองทรัพย์สินดังกล่าวเป็นกองทุนรวมกับสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์นําทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนตามโครงการจัดการกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติ โดยให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของกองทุนรวม ให้กองทุนรวมตามวรรคสองมีสัญชาติเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของกองทุนรวม

มาตรา ๑๒๔/๑

มาตรา ๑๒๔/๑ ในการจัดการกองทุนรวม ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีนโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนรวม รวมทั้งติดตามดูแลการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและการกระทําที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุนหรืออาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๕

มาตรา ๑๒๕ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดการให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติ ตลอดจนข้อผูกพันที่ทําไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างเคร่งครัด (๒) จัดให้มีการฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม (๓) จัดทําบัญชีแสดงการลงทุนของกองทุนรวมไว้โดยถูกต้องครบถ้วน (๔) จัดทํารายงานการลงทุนของกองทุนรวมให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด (๕) จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (๖) จัดให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการนําทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนและนําผลประโยชน์ดังกล่าวฝากไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์

มาตรา ๑๒๖

มาตรา ๑๒๖ ในการจัดการกองทุนรวม ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการดังต่อไปนี้ (๑) กระทําการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่สํานักงานประกาศกําหนด (๒) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการนั้นเอง (๓)(ยกเลิก) (๔) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทใดเกินอัตราส่วนที่สํานักงานประกาศกําหนด ทั้งนี้ สํานักงานจะกําหนดตามประเภทของหลักทรัพย์หรือตามประเภทของกิจการของบริษัทนั้นก็ได้ (๕) กู้ยืมเงินในนามของกองทุนรวม หรือก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่ทรัพย์สินของกองทุนรวม เว้นแต่เป็นการเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด การประกาศตาม (๔) สํานักงานจะประกาศกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ สําหรับแต่ละกองทุนรวมหรือรวมทุกกองทุนรวมที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการก็ได้

มาตรา ๑๒๖/๑

มาตรา ๑๒๖/๑ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์เดียวกันนั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการได้ต่อเมื่อได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งในโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติและในหนังสือชี้ชวน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๗

มาตรา ๑๒๗ ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๕ โดยเคร่งครัด (๒) รับฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมโดยแยกไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น พร้อมทั้งดูแลให้การเบิกจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมเป็นไปตามที่ระบุไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม (๓) จัดทําบัญชีแสดงการรับจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวม (๔) จัดทํารายงานเสนอต่อสํานักงาน ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทําการ หรืองดเว้นกระทําการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๕ (๕) ดําเนินการฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามหน้าที่ของตน หรือฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง หรือเมื่อได้รับคําสั่งจากสํานักงาน ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมใดให้เรียกร้องจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

มาตรา ๑๒๘

มาตรา ๑๒๘ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทําการหรืองดเว้นกระทําการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรา ๑๒๕ ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมจัดทํารายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดและส่งให้แก่สํานักงานภายในห้าวันนับแต่วันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมรู้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ในกรณีที่สํานักงานได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง และพิจารณาเห็นว่าการกระทําของบริษัทหลักทรัพย์เป็นการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์แก้ไขการกระทําหรืองดเว้นการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๒๕ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานที่สั่งตามวรรคสอง ให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) สั่งเพิกถอนการเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของบริษัทหลักทรัพย์นั้นและแต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นเข้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการแทน ทั้งนี้ ให้ถือว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่สํานักงานแต่งตั้งได้รับไปซึ่งสิทธิและหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งเพิกถอน (๒) สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์เลิกกองทุนรวมนั้น

มาตรา ๑๒๙

มาตรา ๑๒๙ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติจากสํานักงาน การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีการจัดการให้กระทําโดยการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งจะดําเนินการโดยการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนหรือการส่งหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนก็ได้ ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีการจัดการให้สํานักงานทราบ รวมทั้งแจ้งไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคนและเผยแพร่ในลักษณะที่ผู้ลงทุนทั่วไปสามารถเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไข

มาตรา ๑๒๙/๑

มาตรา ๑๒๙/๑ การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีการจัดการในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจขอให้สํานักงานให้ความเห็นชอบแทนการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคสอง ก็ได้ (๑) การเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดเกี่ยวกับการขายและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (๒) การเพิ่มชนิดหน่วยลงทุนที่ไม่ทําให้สิทธิที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีอยู่เดิมด้อยลง (๓) การดําเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ (๔) การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีการจัดการในลักษณะที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๙/๒

มาตรา ๑๒๙/๒ ในการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนตามมาตรา ๑๒๙ ต้องมีผู้ถือหน่วยลงทุนเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนหรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมด และต้องมีหน่วยลงทุนนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวม จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งใด เมื่อล่วงเวลานัดไปแล้วถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่เข้าร่วมประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุมตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง บริษัทหลักทรัพย์อาจนัดประชุมใหม่ โดยในการประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม มติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของจํานวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งเข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะประกาศกําหนดให้ต้องได้คะแนนเสียงของจํานวนหน่วยลงทุนที่มากกว่านั้น ให้นําความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยการส่งหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยอนุโลม

มาตรา ๑๒๙/๓

มาตรา ๑๒๙/๓ การส่งหนังสือนัดประชุมหรือหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อมูลที่ต้องแจ้งในหนังสือนัดประชุมหรือหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน การจัดการประชุม สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน การมอบฉันทะ และการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๙/๔

มาตรา ๑๒๙/๔ ในการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งใด ไม่ว่าจะโดยการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนหรือโดยการส่งหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน หากผู้ถือหน่วยลงทุนเห็นว่า มติของผู้ถือหน่วยลงทุนในครั้งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือบริษัทหลักทรัพย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๙/๒ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๑๒๙/๓ ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าห้าคนและมีหน่วยลงทุนนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวมนั้นจะร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งนั้นก็ได้แต่ต้องร้องขอต่อศาลภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีมติให้แก้ไข

มาตรา ๑๓๐

มาตรา ๑๓๐ เมื่อเลิกกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้ชําระบัญชีเพื่อทําหน้าที่รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งทําการอย่างอื่นตามแต่จําเป็นเพื่อชําระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ผู้ชําระบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อน ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการชําระบัญชีของกองทุนรวมใด ให้จ่ายจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

มาตรา ๑๓๑

มาตรา ๑๓๑ เมื่อการชําระบัญชีเสร็จสิ้นให้ผู้ชําระบัญชีขอจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมกับสํานักงาน ภายหลังจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมแล้ว หากปรากฏว่ายังมีทรัพย์สินคงค้างอยู่ ให้ผู้ชําระบัญชีจัดการโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงาน

มาตรา ๑๓๒

มาตรา ๑๓๒ ให้นําความในมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๘๐ มาตรา ๘๑ มาตรา ๘๒ มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๗ และมาตรา ๘๙ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนและการฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้ดูแลผลประโยชน์โดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของกองทุนรวมใด ให้เรียกร้องได้จากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น ส่วน ๘ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล

มาตรา ๑๓๓

มาตรา ๑๓๓ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์ทําสัญญาเป็นหนังสือกับบุคคลหรือคณะบุคคลที่มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล และต้องดําเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการนี้ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจกําหนดรายการอันเป็นสาระสําคัญแห่งสัญญาดังกล่าวได้

มาตรา ๑๓๔

มาตรา ๑๓๔ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยความเห็นชอบของสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้นําความในมาตรา ๑๓๓ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลดําเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคสองหรือวรรคสาม ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลนั้นได้

มาตรา ๑๓๕

มาตรา ๑๓๕ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้รับฝากทรัพย์สินโดยความเห็นชอบของสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด บริษัทหลักทรัพย์อาจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๓๖

มาตรา ๑๓๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลออกจากทรัพย์สินของตน และในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ ให้บริษัทหลักทรัพย์นําทรัพย์สินนั้นไปฝากไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๓๕ วรรคหนึ่ง ภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับทรัพย์สินนั้นมา หรือภายในระยะเวลาตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๓๗

มาตรา ๑๓๗ ในการรับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินแยกทรัพย์สินที่ตนรับฝากไว้ออกจากทรัพย์สินอื่นของตน และดําเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่รับฝากนั้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สินนั้นได้

มาตรา ๑๓๘

มาตรา ๑๓๘ บรรดาทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ต้องลงชื่อของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะผู้ทําการแทนไว้ด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสํานักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๓๙

มาตรา ๑๓๙ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการ ดังต่อไปนี้ (๑) ลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นใดเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล นอกจากที่ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล (๒) รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ตามอัตราและวิธีการที่กําหนดไว้ในสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล (๓) ซื้อหรือขายทรัพย์สินในนามของตนเองให้แก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึงการกระทําดังกล่าว (๔) ให้คํารับรองแก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลว่าจะมีกําไรหรือผลตอบแทนในอัตราที่แน่นอนหรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กําหนดไว้โดยแน่นอน เว้นแต่เป็นการให้คํารับรองตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด (๕) กระทําการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๔๐

มาตรา ๑๔๐ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทําบัญชีแสดงฐานะทางการเงินของกองทุนส่วนบุคคลแต่ละรายตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบบัญชีแสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีลักษณะตามที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทํางบการเงินของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การกําหนดดังกล่าวให้คํานึงถึงมาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบแล้วด้วย งบการเงินตามวรรคสองต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้สอบบัญชีของกองทุนส่วนบุคคลต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ทําเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เป็นสาระสําคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่หรือวรรคห้า ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้ ส่วน ๘/๑ ธุรกิจหลักทรัพย์ในประเภทที่รัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๑๔๐/๑

มาตรา ๑๔๐/๑ ให้บริษัทหลักทรัพย์ในประเภทธุรกิจหลักทรัพย์ตาม (๗) ของบทนิยามคําว่า “ธุรกิจหลักทรัพย์” ในมาตรา ๔ ประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๙ การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัท (๑) จัดทําบัญชีไม่เรียบร้อยหรือไม่ทําให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร (๒) กระทําการหรือไม่กระทําการตามที่สํานักงานประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขการกระทําดังกล่าวหรือกระทําการ หรืองดเว้นกระทําการตามที่สํานักงานเห็นสมควรภายในเวลาที่กําหนด

หมวด ๑๔๑ มาตรา ๑๔๑ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใด

มาตรา ๑๔๒

มาตรา ๑๔๒ เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสํานักงานว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมีการดําเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขฐานะหรือการดําเนินงานดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ๑๔๓

มาตรา ๑๔๓ ในกรณีที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมีการดําเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ดําเนินการแก้ไขการบริหารงานให้ถูกต้องหรือดําเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด ในการนี้ คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นด้วยก็ได้ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ดําเนินการแก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขการดําเนินงานดังกล่าวได้ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์นั้นได้

มาตรา ๑๔๔

มาตรา ๑๔๔ เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสํานักงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมีการดําเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน หรือกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามมาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ผู้เป็นต้นเหตุดังกล่าวออกจากตําแหน่งได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแต่งตั้งบุคคลอื่นโดยความเห็นชอบจากสํานักงานเข้าดํารงตําแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน

มาตรา ๑๔๕

มาตรา ๑๔๕ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ถอดถอนบุคคลหรือถอดถอนแล้วไม่แต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดํารงตําแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน ให้สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจสั่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์นั้นไม่ถอดถอน (๒) แต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปดํารงตําแหน่งแทนผู้ซึ่งถูกถอดถอนเป็นเวลาไม่เกินสามปี และให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนดโดยให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และในระหว่างเวลาที่บุคคลดังกล่าวดํารงตําแหน่งอยู่ ผู้ถือหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จะมีมติเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคําสั่งของสํานักงานมิได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าคําสั่งของสํานักงานตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด แล้วแต่กรณี บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดําเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อมในบริษัทหลักทรัพย์นั้นมิได้ และต้องอํานวยความสะดวก และให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

มาตรา ๑๔๖

มาตรา ๑๔๖ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามมาตรา ๑๔๔ ให้สํานักงานรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรา ๑๔๗

มาตรา ๑๔๗ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาตในปริมาณที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดในช่วงระยะเวลาสองปีใด ๆ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการทุกประเภทหรือประเภทใดประเภทหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตนั้นได้

มาตรา ๑๔๘

มาตรา ๑๔๘ ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๖ หรือมาตรา ๑๔๗ ที่เป็นการสั่งเพิกถอนการประกอบกิจการทุกประเภท ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นอันเลิกบริษัท ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่อาจประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ตามกฎหมายอื่น

มาตรา ๑๔๙

มาตรา ๑๔๙ ในการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์ ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทราบและปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น กับทั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

มาตรา ๑๕๐

มาตรา ๑๕๐ บริษัทหลักทรัพย์ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาตให้ยื่นขออนุญาตเลิกประกอบกิจการต่อรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการอนุญาตรัฐมนตรีจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้

มาตรา ๑๕๑

มาตรา ๑๕๑ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ใดเลิกกิจการหรือเลิกประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทําการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ชําระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ในรายการที่ค้างอยู่ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ๑๕๒

มาตรา ๑๕๒ เมื่อมีการเลิกบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๔๘ ให้มีการชําระบัญชีและให้สํานักงานแต่งตั้งผู้ชําระบัญชี การชําระบัญชีให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชําระบัญชีบริษัทจํากัด หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดว่าด้วยการชําระบัญชี แล้วแต่กรณี เว้นแต่การใดที่เป็นอํานาจและหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ ให้เป็นอํานาจและหน้าที่ของสํานักงาน ค่าใช้จ่ายในการชําระบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ใดให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ส่วน ๑ การจัดตั้ง

หมวด ๕ ตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๕๓

มาตรา ๑๕๓ ให้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเรียกว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์โดยไม่นําผลกําไรมาแบ่งปันกันดังนี้ (๑) จัดให้มีการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน รวมตลอดถึงการจัดระบบและวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ดังกล่าว (๒) ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ อันได้แก่ ธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ ธุรกิจให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือธุรกิจทํานองเดียวกัน (๓) ประกอบธุรกิจอื่นใดนอกจาก (๑) และ (๒) โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๑๕๔

มาตรา ๑๕๔ ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจกระทําการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๑๕๓ อํานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่าหรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จํานองหรือรับจํานองขายหรือจําหน่าย ด้วยวิธีอื่นใดซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ (๒) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์

มาตรา ๑๕๔/๑

มาตรา ๑๕๔/๑ ตลาดหลักทรัพย์ต้องส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง ความเป็นธรรม การตรวจสอบได้ และความเรียบร้อยในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของตลาดทุนและการคุ้มครองผู้ลงทุนเป็นสําคัญ

มาตรา ๑๕๔/๒

มาตรา ๑๕๔/๒ เพื่อให้การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปตามมาตรา ๑๕๓ และมาตรา ๑๕๔/๑ ตลาดหลักทรัพย์ต้องดําเนินการอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) มีแหล่งเงินทุนและระบบงานที่เพียงพอต่อการประกอบกิจการ สามารถรองรับความเสี่ยงจากการประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งมีมาตรการรองรับในสถานการณ์ฉุกเฉิน (๒) มีระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบบันทึกและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอราคาและการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบกํากับตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์ และระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ที่ส่งเสริมและรักษาความมั่นคง ความมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความเป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (๓) มีหลักเกณฑ์การรับสมาชิกที่เป็นธรรม มีหลักเกณฑ์ที่สมาชิกต้องปฏิบัติในการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งมีมาตรการกํากับดูแลและลงโทษสมาชิกที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว (๔) มีหลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนหลักทรัพย์ การดํารงสถานะ และการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ตลอดจนการสร้างหลักธรรมาภิบาลและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียน (๕) มีมาตรการในการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (๖) มีการจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นว่า การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งในเรื่องใดอาจกระทบต่อความมั่นคง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม หรืออาจนํามาซึ่งความไม่เรียบร้อยในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะสั่งให้ตลาดหลักทรัพย์ ปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกการดําเนินงานนั้นก็ได้

มาตรา ๑๕๕

มาตรา ๑๕๕ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์หรือกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากตลาดหลักทรัพย์ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๕๖

มาตรา ๑๕๖ ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อหรือคําแสดงชื่อในธุรกิจว่า “ตลาดหลักทรัพย์” หรือ “ตลาดหุ้น” หรือคําอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา ๑๕๗

มาตรา ๑๕๗ หลักทรัพย์ที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนตามส่วนที่ ๔ แห่งหมวดนี้

มาตรา ๑๕๘

มาตรา ๑๕๘ บริษัทหลักทรัพย์ที่จะทําการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ส่วน ๒ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๕๙

มาตรา ๑๕๙ ให้มีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจํานวนไม่เกินหกคนตามกระบวนการที่กําหนดในมาตรา ๑๕๙/๑ และบุคคลซึ่งสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เลือกตั้งอีกจํานวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ และให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตําแหน่ง ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่งนอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานกรรมการ และจะเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์อีกคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ๑๕๙/๑

มาตรา ๑๕๙/๑ บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๕๙ ต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์และต้องมาจากรายชื่อที่เสนอโดยนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง โดยอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้หรือประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งประเภทหรือลักษณะของนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุนซึ่งมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๐

มาตรา ๑๖๐ กรรมการตลาดหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา ข้าราชการการเมือง หรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้ง (๕) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก

มาตรา ๑๖๐/๑

มาตรา ๑๖๐/๑ ในกรณีที่สมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เห็นว่า การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์เฉพาะด้านของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย สมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ อาจเลือกบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยจํานวนไม่เกินสองคนเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ก็ได้

มาตรา ๑๖๑

มาตรา ๑๖๑ ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ดํารงตําแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งได้อีก แต่จะแต่งตั้งหรือเลือกตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา ๑๖๒

มาตรา ๑๖๒ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก (๔) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ เมื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งหรือสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เลือกตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทน แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๖๓

มาตรา ๑๖๓ ให้นําความในมาตรา ๑๐ วรรคสอง มาตรา ๑๑ วรรคสอง มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖๔

มาตรา ๑๖๔ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แต่งตั้งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์โดยให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๑๖๕

มาตรา ๑๖๕ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้อง (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๒) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่ตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๖

มาตรา ๑๖๖ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (๔) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ออกจากตําแหน่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่นับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๗

มาตรา ๑๖๗ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และมีอํานาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๘

มาตรา ๑๖๘ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อการนี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์จะมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนโดยไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนดไว้ก็ได้ การมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ทําเป็นหนังสือ

มาตรา ๑๖๙

มาตรา ๑๖๙ เมื่อตําแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือพนักงานของตลาดหลักทรัพย์คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทําการแทนเป็นการชั่วคราวได้ ในการนี้ ให้ผู้ทําการแทนมีอํานาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๗๐

มาตรา ๑๗๐ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจหน้าที่วางนโยบายควบคุมดูแลการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการกําหนดระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน (๒) อัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน (๓) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ การเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๕๙ จํานวน วิธีการรับ คุณสมบัติ สิทธิและหน้าที่ วินัย การลงโทษ การประชุม ตลอดจนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (๔) การกําหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก ค่าบํารุง เงินประกันและค่าบริการต่าง ๆ ที่สมาชิกจะพึงจ่ายให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ (๕) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อกําหนดเพิ่มเติมในการบัญชีและการสอบบัญชีโดยไม่ขัดต่อมาตรฐานที่กําหนดโดยสถาบันวิชาชีพซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การรับรอง (๖) การประกาศรายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ให้ทําการสอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (๗) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทําทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ จดทะเบียน การเปิดเผยฐานะการเงิน และผลการดําเนินงานของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (๘) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการทําสัญญาเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าและบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก (๙) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การอนุญาตให้สมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์และการชําระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้มีการซื้อหรือขายในตลาดหลักทรัพย์ (๑๐) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว (๑๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสารและสมุดบัญชีของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (๑๒) เวลาทําการประจําวันและวันหยุดทําการสําหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (๑๓) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทําและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ รวมทั้งกําหนดระยะเวลาการรับรองการโอนหลักทรัพย์และการออกใบหลักทรัพย์ (๑๔) การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน พนักงานและลูกจ้าง วินัย การลงโทษพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการร้องทุกข์และระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาดหลักทรัพย์ (๑๕) การกําหนดตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินบําเหน็จรางวัลพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ (๑๖) การสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง หรือผู้พ้นจากการเป็นพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น (๑๗) การอื่นใดที่จําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ การกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสอง ให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับระเบียบหรือข้อบังคับ ในกรณีที่การกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสองอาจมีผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจหรือประโยชน์ได้เสียของสมาชิก ผู้ลงทุน หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อน พร้อมทั้งจัดส่งรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การขอความเห็นชอบระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสามและการรับฟังความคิดเห็นตามวรรคสี่ มิให้ใช้บังคับกับระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสอง (๑๔) (๑๕) หรือ (๑๖) และระเบียบหรือข้อบังคับอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคสอง (๓) ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้หรือประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ด้วย

มาตรา ๑๗๐/๑

มาตรา ๑๗๐/๑ ในกรณีที่ปรากฏต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่า กฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชนหรือไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองและรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งให้ตลาดหลักทรัพย์กําหนดกฎเกณฑ์เพิ่มเติม ยกเลิก หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้วได้

มาตรา ๑๗๑

มาตรา ๑๗๑ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) รับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐ (๑) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (๒) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกําหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๓) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าทําการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกําหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๔) เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐ (๑) การสั่งรับหลักทรัพย์หรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการของตลาดหลักทรัพย์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบก่อนวันที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหรือถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา ๑๗๒

มาตรา ๑๗๒ เพื่อให้การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปโดยเรียบร้อยหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจสั่งให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทําการหรืองดเว้นกระทําการในเรื่องใด ๆ ตามความจําเป็นและสมควร ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฝ่าฝืนคําสั่งของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะใช้อํานาจตามมาตรา ๑๗๑ (๒) หรือ (๔) ก็ได้

มาตรา ๑๗๓

มาตรา ๑๗๓ ในกรณีที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนคําสั่งตามมาตรา ๑๗๒ ให้บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนนั้นมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทผู้เป็นต้นเหตุแห่งการฝ่าฝืนคําสั่งดังกล่าว บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ได้หลักทรัพย์นั้นมาก่อนการเพิกถอนและมิได้มีส่วนร่วมหรือให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติแก่การฝ่าฝืนเช่นว่านั้น

มาตรา ๑๗๔

มาตรา ๑๗๔ ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๑๗๓ ให้เป็นจํานวนเงินเท่ากับมูลค่าที่ลดลงจากราคาขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ๑๗๕

มาตรา ๑๗๕ ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจฟ้องร้องบังคับคดีเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา ๑๗๔ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ทั้งปวง

มาตรา ๑๗๖

มาตรา ๑๗๖ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อดําเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มอบหมายได้ และให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๑๗๗

มาตรา ๑๗๗ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กําหนด ส่วน ๓ การดําเนินงาน

มาตรา ๑๗๘

มาตรา ๑๗๘ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนองบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจําปีซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

มาตรา ๑๗๙

มาตรา ๑๗๙ ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบุคคลที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนอ และให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกกําหนด ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และไม่เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๘๐

มาตรา ๑๘๐ ให้ผู้สอบบัญชีมีอํานาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐานของตลาดหลักทรัพย์ และขอคําชี้แจงจากกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๑๘๑

มาตรา ๑๘๑ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยื่นงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจําปีตลอดจนทํารายงานและจัดส่งเอกสารต่อสํานักงาน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด

มาตรา ๑๘๒

มาตรา ๑๘๒ ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินให้แก่สํานักงานเพื่อเป็นการอุดหนุนตามอัตราที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด

มาตรา ๑๘๒/๑

มาตรา ๑๘๒/๑ ให้ตลาดหลักทรัพย์นําส่งเงินให้แก่กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนตามมาตรา ๒๑๘/๒ ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ภาษี และเงินสํารอง ทั้งนี้ ให้ใช้งบการเงินรวมของตลาดหลักทรัพย์ในการคํานวณจํานวนเงินนําส่ง การกันเงินสํารองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามประเภทและจํานวนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด และให้ตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกันเงินสํารองดังกล่าวไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้

มาตรา ๑๘๓

มาตรา ๑๘๓ ให้ตลาดหลักทรัพย์หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีอํานาจเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบเพื่อคุ้มครองประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๑๘๔

มาตรา ๑๘๔ การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กระทําได้โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อหรือการขายหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง สมาชิกจะกระทําการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนของบุคคลใด ๆ หรือของบริษัทหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นสมาชิกก็ได้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจประกาศกําหนดให้บุคคลที่มิใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์สามารถทําการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนประเภทใดประเภทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๑๘๕

มาตรา ๑๘๕ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายในฐานะนายหน้าหรือตัวแทนหรือในนามของสมาชิกเอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์หรือเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการ ในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาต

มาตรา ๑๘๖

มาตรา ๑๘๖ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประโยชน์ของประชาชนหรือเศรษฐกิจของประเทศ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจ (๑) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกําหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๒) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กระทําการหรืองดเว้นกระทําการอื่นใดตามที่เห็นสมควร การดําเนินการตาม (๑) ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําเป็นหนังสือและประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการของตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งรายงานให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็ว ในการนี้ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงการสั่งการดังกล่าวได้

มาตรา ๑๘๗

มาตรา ๑๘๗ ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผลให้ไม่อาจซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามปกติ ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจสั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรายงานเหตุดังกล่าวโดยละเอียดต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในทันที

มาตรา ๑๘๘

มาตรา ๑๘๘ เมื่อสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์รายใดพ้นจากสมาชิกภาพ ตลาดหลักทรัพย์ต้องอนุญาตให้สมาชิกนั้นซื้อขายหลักทรัพย์รายการที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ส่วน ๔ หลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา ๑๘๙

มาตรา ๑๘๙ บุคคลใดประสงค์จะนําหลักทรัพย์ที่ตนออกไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องนําหลักทรัพย์นั้นไปจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคําขอจดทะเบียนแล้ว ให้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อสั่งรับหรือไม่รับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา ๑๙๐

มาตรา ๑๙๐ ในกรณีที่ต้องมีการส่งมอบ การโอน การยึดถือหรือส่งคืนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ใช้หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน และจํานวนเท่ากันแทนกันได้

มาตรา ๑๙๑

มาตรา ๑๙๑ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด การจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะมอบให้ตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๑ เป็นผู้ดําเนินการแทนก็ได้

มาตรา ๑๙๒

มาตรา ๑๙๒ ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนใดซึ่งมีจํานวนรวมกันไม่ต่ํากว่าร้อยละยี่สิบห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นร้องขอต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าว ให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนตามคําขอนั้น และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดําเนินการส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งการรับเป็นนายทะเบียนต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ เมื่อพ้นกําหนดดังกล่าวแล้วบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าวจะทําหน้าที่นายทะเบียนต่อไปไม่ได้

มาตรา ๑๙๓

มาตรา ๑๙๓ ในกรณีที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะงดรับการลงทะเบียนการโอนหลักทรัพย์ชนิดระบุชื่อผู้ถือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้มีผู้ถือหลักทรัพย์ขอลงทะเบียนการโอนไว้ก่อนวันงดรับการลงทะเบียนดังกล่าว บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะต้องดําเนินการโอนหลักทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นนั้น

มาตรา ๑๙๔

มาตรา ๑๙๔ ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่บุคคลที่มิได้ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ และในกรณีที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหุ้น ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวยอมให้บุคคลนั้นออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ๑๙๕

มาตรา ๑๙๕ ในกรณีที่เจ้าของหลักทรัพย์มีสัญญาให้บริษัทหลักทรัพย์ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีบัญชีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด และต้องลงรายการให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริง และเป็นปัจจุบัน (๒) รักษาหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้ให้ตรงตามประเภท ชนิด และตามจํานวนสุทธิที่ปรากฏในบัญชีหลักทรัพย์ตาม (๑) อยู่ตลอดเวลา เว้นแต่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะประกาศกําหนดเป็นอย่างอื่น และต้องส่งคืนให้แก่ผู้กู้ได้ในทันทีที่ผู้กู้ได้ชําระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว การยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้นํามาตรา ๗๕๒ และมาตรา ๗๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับ ให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับการจํานําตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับกับการให้ประกันตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้และมาตรา ๑๙๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือหลักทรัพย์ดังกล่าวทํานองเดียวกับผู้รับจํานํา

มาตรา ๑๙๖

มาตรา ๑๙๖ การบังคับขายหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ยึดถือไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๑๙๕ ผู้ให้กู้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้กู้และผู้ให้ประกันก่อน เพื่อให้มีการชําระหนี้ภายในเวลาอันควร ถ้าผู้กู้และผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคําบอกกล่าว ผู้ให้กู้มีสิทธินําหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด หรือขายทอดตลาดได้ ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการบังคับจํานําหลักทรัพย์จดทะเบียนที่จํานําไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย โดยอนุโลม

มาตรา ๑๙๗

มาตรา ๑๙๗ ในการออกใบหลักทรัพย์ ให้นายทะเบียนหลักทรัพย์มีอํานาจลงลายมือชื่อในใบหลักทรัพย์แทนการลงลายมือชื่อกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนได้เมื่อได้รับมอบหมายจากบริษัทดังกล่าว

มาตรา ๑๙๘

มาตรา ๑๙๘ บทบัญญัติมาตรา ๑๙๑ มาตรา ๑๙๒ มาตรา ๑๙๓ มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๕ และมาตรา ๑๙๖ มิให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ (๑) พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๒) ตั๋วเงิน (๓) หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๑๙๙

มาตรา ๑๙๙ ให้นําความในมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๕ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การโอนและการจัดทําทะเบียนหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่ตั๋วเงินโดยอนุโลม ให้นําความในมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๒ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนดโดยอนุโลม แต่ในกรณีที่บริษัทดังกล่าวได้จัดทําและส่งรายงานการเปิดเผยข้อมูลต่อสํานักงานตามมาตรา ๕๖ ไว้แล้ว บริษัทจะส่งสําเนารายงานข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง กําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานหรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุนให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกําหนดอํานาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๐๐

มาตรา ๒๐๐ ให้งบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนประจํางวดการบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดทําตามแบบที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๑๐๖ วรรคหนึ่ง หรือกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินนั้น เป็นงบการเงินประจํางวดการบัญชีตามที่กําหนดในมาตรา ๑๙๙ และให้ถือว่าผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๐๖ หรือตามกฎหมายดังกล่าว เป็นผู้สอบบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความเห็นชอบ ส่วน ๕ การชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ๒๐๑

มาตรา ๒๐๑ ในกรณีที่สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์มีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง หรือระหว่างสมาชิกกับลูกค้าของสมาชิก คู่พิพาทอาจยื่นคําร้องต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งหนึ่งคนเป็นประธาน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละหนึ่งคน

มาตรา ๒๐๒

มาตรา ๒๐๒ คําร้องตามมาตรา ๒๐๑ ให้เป็นไปตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด และอย่างน้อยต้องระบุเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท (๒) ประเด็นข้อพิพาท (๓) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๒๐๓

มาตรา ๒๐๓ ให้นํากฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับกับการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทตามมาตรา ๒๐๑ โดยอนุโลม ส่วน ๑ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

หมวด ๖ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์และศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า

มาตรา ๒๐๔

มาตรา ๒๐๔ บริษัทหลักทรัพย์รวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้ารายอาจขอรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. จัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๒๐๕

มาตรา ๒๐๕ การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๐๔ ให้ยื่นคําขอต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) ที่ตั้งสํานักงาน (๓) บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง (๔) ทุนและที่มาของทุนในการดําเนินงาน (๕) ข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (๖) รายละเอียดอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด คําขอตามวรรคหนึ่งให้แนบเอกสารหลักฐานข้อตกลงในการจัดตั้ง ข้อบังคับที่ใช้บังคับกับสมาชิก และหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๒๐๖

มาตรา ๒๐๖ การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๒๐๗

มาตรา ๒๐๗ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจกําหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๒๐๘

มาตรา ๒๐๘ ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๒๐๙

มาตรา ๒๐๙ ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์หรือกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตตามส่วนนี้

มาตรา ๒๑๐

มาตรา ๒๑๐ เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๐๔ แล้ว ให้มีคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์คณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการที่สมาชิกผู้ก่อตั้งเลือกเข้ามาจํานวนไม่เกินเก้าคน ให้กรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เป็นผู้เลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ ผู้จัดการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และตําแหน่งอื่นตามที่เห็นสมควรจากกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์แจ้งชื่อและตําแหน่งของกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนทราบโดยมิชักช้า

มาตรา ๒๑๑

มาตรา ๒๑๑ ในกรณีที่ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับที่ใช้กับสมาชิก ให้ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์รายงานการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับดังกล่าวให้สํานักงานทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ๒๑๓

มาตรา ๒๑๓ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต้องจัดให้สมาชิกผูกพันว่าจะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือตามระเบียบหรือข้อบังคับของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้น หรือตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด หากสมาชิกใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นต้องลงโทษสมาชิกดังกล่าว โทษตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ปรับ (๓) ห้ามมิให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นเป็นการชั่วคราว (๔) ให้พ้นจากสมาชิกภาพ

มาตรา ๒๑๔

มาตรา ๒๑๔ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ย่อมเลิกกันด้วยเหตุดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าในข้อตกลงในการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มีกําหนดกรณีอันใดเป็นเหตุที่จะเลิกกัน เมื่อมีกรณีนั้น (๒) ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้เลิก (๓) ถ้าจํานวนสมาชิกลดน้อยลงจนเหลือไม่ถึงสิบห้าราย และคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้เลิก (๔) ล้มละลาย (๕) คณะกรรมการ ก.ล.ต. สั่งให้เลิกเมื่อมีเหตุอันสมควร การเลิกตาม (๑) และ (๒) จะมีผลต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

มาตรา ๒๑๕

มาตรา ๒๑๕ เมื่อศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เลิกกันแล้ว หากข้อตกลงในการจัดตั้งหรือข้อบังคับที่ใช้บังคับกับสมาชิกไม่ได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้แบ่งทรัพย์สินที่เหลืออยู่แก่สมาชิกจํานวนเท่า ๆ กัน

มาตรา ๒๑๖

มาตรา ๒๑๖ ให้นําความในมาตรา ๙๑ มาตรา ๑๕๔/๑ มาตรา ๑๕๔/๒ มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๖๐ มาตรา ๑๖๐/๑ มาตรา ๑๖๑ มาตรา ๑๖๒ มาตรา ๑๖๓ มาตรา ๑๗๐/๑ มาตรา ๑๘๖ มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๓ มาตรา ๑๙๔ และมาตรา ๑๙๗ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๒๑๗

มาตรา ๒๑๗ ให้นําความในมาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๘ มาตรา ๑๗๐ มาตรา ๑๗๑ มาตรา ๑๗๒ มาตรา ๑๗๘ มาตรา ๑๗๙ มาตรา ๑๘๐ มาตรา ๑๘๑ มาตรา ๑๘๒ มาตรา ๑๘๓ มาตรา ๑๘๔ มาตรา ๑๘๗ มาตรา ๑๘๘ มาตรา ๑๘๙ มาตรา ๑๙๑ มาตรา ๑๙๕ มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๒๐๐ มาตรา ๒๐๑ มาตรา ๒๐๒ และมาตรา ๒๐๓ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกําหนดอํานาจหน้าที่ของศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือคณะกรรมการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือผู้จัดการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี ส่วน ๒ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า

มาตรา ๒๑๘

มาตรา ๒๑๘ การจัดตั้ง การดําเนินงาน การกํากับและควบคุมกิจการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

หมวด ๖/๑ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน

มาตรา ๒๑๘/๑

มาตรา ๒๑๘/๑ ในหมวดนี้ “กองทุน” หมายความว่า กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน “คณะกรรมการกองทุน” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน “คณะกรรมการประเมินผล” หมายความว่า คณะกรรมการประเมินผลการดําเนินงานของกองทุน “ผู้จัดการกองทุน” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน

มาตรา ๒๑๘/๒

มาตรา ๒๑๘/๒ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน” มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุน (๒) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนหรือการกํากับดูแลตลาดทุน (๓) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุน การลงทุน และการพัฒนาตลาดทุน ให้แก่ผู้ลงทุน ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง (๔) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา วิจัย อบรม และพัฒนาองค์ความรู้หรืองานวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุน

มาตรา ๒๑๘/๓

มาตรา ๒๑๘/๓ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาจากตลาดหลักทรัพย์ (๒) เงินที่ได้รับตามมาตรา ๑๘๒/๑ (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ (๔) ดอกผลหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

มาตรา ๒๑๘/๔

มาตรา ๒๑๘/๔ ให้กองทุนมีอํานาจกระทํากิจการต่าง ๆ ภายในขอบวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๑๘/๒ การลงทุนหาผลประโยชน์จากเงินและทรัพย์สินของกองทุน การจัดตั้งนิติบุคคล การเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือการถือหุ้นในบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกองทุนกําหนด

มาตรา ๒๑๘/๕

มาตรา ๒๑๘/๕ ให้กองทุนมีอํานาจจ่ายเงินจากกองทุนในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) การดําเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน (๒) การสนับสนุนทางการเงินแก่ตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๑๘/๖ (๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของกองทุน (๔) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกองทุนกําหนด

มาตรา ๒๑๘/๖

มาตรา ๒๑๘/๖ ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดหลักทรัพย์หรือกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษ และตลาดหลักทรัพย์จําเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุน คณะกรรมการกองทุนอาจพิจารณาให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ตลาดหลักทรัพย์โดยอาจกําหนดเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรได้

มาตรา ๒๑๘/๗

มาตรา ๒๑๘/๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน” ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานกรรมการ (๒) รองเลขาธิการซึ่งเลขาธิการมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ (๓) ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เป็นกรรมการ (๔) ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสามคนซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งตามกระบวนการที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๑๘/๘ เป็นกรรมการ ให้ผู้จัดการกองทุนเป็นเลขานุการ

มาตรา ๒๑๘/๘

มาตรา ๒๑๘/๘ บุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งเป็นกรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔) ต้องมาจากรายชื่อที่เสนอโดยนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการกองทุนตามวรรคหนึ่ง โดยอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้หรือประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของกองทุน รวมทั้งประเภทหรือลักษณะของนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุนซึ่งมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นกรรมการกองทุน

มาตรา ๒๑๘/๙

มาตรา ๒๑๘/๙ ให้นํามาตรา ๑๖๐ และมาตรา ๑๖๐/๑ มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔)

มาตรา ๒๑๘/๑๐

มาตรา ๒๑๘/๑๐ กรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔) มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา ๒๑๘/๑๑

มาตรา ๒๑๘/๑๑ ในกรณีที่กรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔) พ้นจากตําแหน่งตามวาระและยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการกองทุนขึ้นใหม่ ให้กรรมการกองทุนที่พ้นจากตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการกองทุนที่ได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ ในกรณีที่กรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔) พ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการกองทุนประกอบด้วยกรรมการกองทุนเท่าที่เหลืออยู่ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔) แทนตําแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลง

มาตรา ๒๑๘/๑๒

มาตรา ๒๑๘/๑๒ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการกองทุนตามมาตรา ๒๑๘/๗ (๔) พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๑๘/๙ (๔) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๕) ขาดการประชุมคณะกรรมการกองทุนเกินสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร

มาตรา ๒๑๘/๑๓

มาตรา ๒๑๘/๑๓ ให้นําความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับกรรมการกองทุนและการประชุมของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม

มาตรา ๒๑๘/๑๔

มาตรา ๒๑๘/๑๔ ให้คณะกรรมการกองทุนมีอํานาจหน้าที่ควบคุมดูแลและดําเนินกิจการของกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๑๘/๒ อํานาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง (๑) กําหนดนโยบายการบริหารงานและให้ความเห็นชอบแผนการดําเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณประจําปีของกองทุน (๒) พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการส่งเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุน รวมทั้งติดตามและประเมินผลการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว (๓) ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ (๔) ควบคุมดูแลการดําเนินงานและการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบหรือข้อบังคับกองทุนในเรื่องดังต่อไปนี้ (ก) ข้อบังคับว่าด้วยการคัดเลือกผู้จัดการกองทุน การปฏิบัติงานและการมอบอํานาจของผู้จัดการกองทุน (ข) การกําหนดตําแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะ อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นของพนักงานและลูกจ้างของกองทุน รวมถึงการบริหารงานทั่วไปและการบริหารงานบุคคล (ค) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ การบัญชี การงบประมาณ และทรัพย์สินของกองทุน (๕) กระทําการอื่นใดที่จําเป็นหรือเกี่ยวเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน

มาตรา ๒๑๘/๑๕

มาตรา ๒๑๘/๑๕ ให้คณะกรรมการกองทุนมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการกองทุนมอบหมาย

มาตรา ๒๑๘/๑๖

มาตรา ๒๑๘/๑๖ ให้กรรมการกองทุน อนุกรรมการ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการประเมินผลการดําเนินงานของกองทุน ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๒๑๘/๑๗

มาตรา ๒๑๘/๑๗ ให้กองทุนมีผู้จัดการคนหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการกองทุนเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้จัดการกองทุนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการกองทุนประกาศกําหนด การดํารงตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่ง การปฏิบัติงาน การกําหนดค่าจ้างและประโยชน์ตอบแทนอื่นใดของผู้จัดการกองทุน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกองทุนกําหนด

มาตรา ๒๑๘/๑๘

มาตรา ๒๑๘/๑๘ ให้ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของกองทุนและรับผิดชอบการบริหารกิจการของกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายที่คณะกรรมการกองทุนกําหนด ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้แทนของกองทุน เพื่อการนี้ ผู้จัดการกองทุนจะมอบอํานาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกองทุนกําหนด

มาตรา ๒๑๘/๑๙

มาตรา ๒๑๘/๑๙ ให้กองทุนจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับกิจการของกองทุนและจัดให้มีการสอบบัญชีเป็นประจํา ให้กองทุนจัดทํางบการเงินส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี งบการเงินนั้นต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี ในทุกรอบปีบัญชี ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้สอบบัญชีซึ่งต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และให้ผู้สอบบัญชีได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด ให้คณะกรรมการกองทุนแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจํานวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการกองทุน หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา องค์ประกอบ และอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบตามวรรคสี่ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนกําหนด

มาตรา ๒๑๘/๒๐

มาตรา ๒๑๘/๒๐ ให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดําเนินงานของกองทุน ทุกหนึ่งปี โดยให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการดําเนินงานของกองทุน จํานวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน เพื่อทําหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกองทุน (๒) รายงานข้อจํากัดหรืออุปสรรคในการดําเนินกิจการของกองทุน (๓) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการกองทุน ให้คณะกรรมการประเมินผลรายงานผลการประเมินให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทราบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นรอบการประเมิน และให้กองทุนเผยแพร่รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อสาธารณชน เมื่อคณะกรรมการประเมินผลได้ดําเนินการตามวรรคสองเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการประเมินผลพ้นจากหน้าที่

มาตรา ๒๑๘/๒๑

มาตรา ๒๑๘/๒๑ ให้กองทุนจัดทํารายงานประจําปีซึ่งแสดงถึงฐานะการเงินและผลการดําเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และต้องเปิดเผยไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้” ส่วน ๑ สํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์

หมวด ๗ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

มาตรา ๒๑๙

มาตรา ๒๑๙ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. สํานักหักบัญชี หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการเพื่อประโยชน์ในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ได้มีการซื้อขายกัน รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๒๒๐

มาตรา ๒๒๐ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการรับฝากและถอนหลักทรัพย์ รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการหักบัญชี

มาตรา ๒๒๑

มาตรา ๒๒๑ ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

มาตรา ๒๒๒

มาตรา ๒๒๒ ให้นําความในมาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์โดยอนุโลม

มาตรา ๒๒๓

มาตรา ๒๒๓ ในการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ บุคคลที่ประกอบการดังกล่าวต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๒๓/๑

มาตรา ๒๒๓/๑ การเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์โดยสํานักหักบัญชีและการวางหลักประกัน ซึ่งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สํานักหักบัญชีกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนให้มีผลผูกพันและใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

มาตรา ๒๒๓/๒

มาตรา ๒๒๓/๒ ในกรณีที่สํานักหักบัญชีเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ ให้สํานักหักบัญชีมีความผูกพันตามสิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้นตามสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ที่ตนให้บริการในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เฉพาะกับสมาชิกของตนเท่านั้น ไม่ว่าสมาชิกดังกล่าวจะดําเนินการเพื่อตนเองหรือเพื่อบุคคลอื่น

มาตรา ๒๒๓/๓

มาตรา ๒๒๓/๓ ในกรณีที่สํานักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินจากสมาชิกเพื่อเป็นประกันการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่สมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบต่อสํานักหักบัญชี ทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งของสมาชิกและของลูกค้า หรือทรัพย์สินที่สมาชิกนํามาวางไว้กับสํานักหักบัญชีเพื่อความมั่นคงของระบบการซื้อขายและการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ให้นําความในมาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชีในการดูแลรักษาและการใช้ทรัพย์สินดังกล่าว โดยอนุโลม

มาตรา ๒๒๓/๔

มาตรา ๒๒๓/๔ เมื่อสมาชิกถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายและศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ให้นําความในมาตรา ๘๔ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๘๗ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชีและทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ตามมาตรา ๒๒๓/๓ โดยอนุโลม

มาตรา ๒๒๓/๕

มาตรา ๒๒๓/๕ เมื่อสํานักหักบัญชีตกเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษา ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กํากับดูแลสั่งระงับการดําเนินกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองทรัพย์สินของสมาชิกและลูกค้าของสมาชิกหรือระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ให้นําความในมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชีและทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ตามมาตรา ๒๒๓/๓ โดยอนุโลม

มาตรา ๒๒๔

มาตรา ๒๒๔ ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกอบการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดตามมาตรา ๒๒๓ คําว่า “ตลาดหลักทรัพย์” ตามวรรคหนึ่งและที่จะกล่าวต่อไปในส่วนนี้ให้หมายความรวมถึงบริษัทจํากัดที่ตลาดหลักทรัพย์จัดตั้งขึ้นและถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น

มาตรา ๒๒๕

มาตรา ๒๒๕ ในการฝากหลักทรัพย์ไว้กับตลาดหลักทรัพย์ ให้ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทําบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ได้ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด และเมื่อรับฝากหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ตลาดหลักทรัพย์อาจรับโอนหลักทรัพย์ที่รับฝากไว้ในชื่อของตนในฐานะที่ถือแทนผู้ฝากหลักทรัพย์หรือลูกค้าของผู้ฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ก็ได้ ให้สันนิษฐานว่าหลักทรัพย์ที่อยู่ในชื่อของตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง เป็นหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ถือแทนบุคคลผู้มีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อดังกล่าวที่ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทําขึ้น ทั้งนี้ ตามชนิด ประเภท และจํานวนที่ปรากฏในบัญชี ในวันปิดสมุดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์รวบรวมบัญชีหลักทรัพย์ที่รับฝากไว้และรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวในวันก่อนวันแรกที่ปิดสมุดทะเบียนนั้นจากผู้ฝากหลักทรัพย์ส่งให้แก่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ และให้ถือว่าบัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ เว้นแต่รายชื่อของบุคคลที่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์แจ้งคัดค้านภายในสามวันทําการนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อนั้นว่าการถือหลักทรัพย์ของบุคคลดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อจํากัดในเรื่องการโอนที่ได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ในกรณีที่ไม่มีวันปิดสมุดทะเบียน ให้นําความในวรรคสามมาใช้บังคับแก่กรณีที่คณะกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์กําหนดวันที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๘๙/๒๖ หรือกําหนดวันที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับเงินปันผล สิทธิในการซื้อหรือได้รับหลักทรัพย์หรือหุ้นเพิ่มทุนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด

มาตรา ๒๒๕/๑

มาตรา ๒๒๕/๑ ในกรณีที่ผู้ฝากหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๕ เป็นบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ให้ถือว่าบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้จัดทําใบหลักทรัพย์มอบให้แก่ผู้ซื้อตามแบบหรือวิธีการที่กฎหมายกําหนดแล้ว หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๒๒๖

มาตรา ๒๒๖ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ยื่นคําขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์พร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์เพื่อให้ลงทะเบียนการโอน ว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหลักทรัพย์แทนบุคคลตามมาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่งแล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะขอให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ออกใบรับโดยมีรายการตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนดแทนการออกใบหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ถือเสมือนว่าบริษัทดังกล่าวได้ออกใบหลักทรัพย์แล้ว

มาตรา ๒๒๗

มาตรา ๒๒๗ เจ้าของหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์อาจขอให้ตลาดหลักทรัพย์ออกใบหลักทรัพย์ในชื่อของตนได้โดยยื่นคําขอตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด เมื่อได้รับคําขอตามวรรคหนึ่ง ให้ตลาดหลักทรัพย์แจ้งรายชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ทราบ และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้รับแจ้งรายชื่อดังกล่าวแล้ว ดําเนินการใส่ชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้นลงในสมุดทะเบียนของบริษัทพร้อมทั้งออกใบหลักทรัพย์ใหม่ในชื่อของเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว การยื่นคําขอตามวรรคหนึ่ง ถ้าเจ้าของหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้ฝากหลักทรัพย์โดยตรงกับตลาดหลักทรัพย์ ให้ยื่นคําขอผ่านผู้ฝากหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ๒๒๘

มาตรา ๒๒๘ การโอนหลักทรัพย์จากบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายหนึ่งไปยังบัญชีของผู้ฝากหลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง จะกระทําได้ต่อเมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคําร้องขอจากผู้ฝากหลักทรัพย์ หรือเมื่อสํานักหักบัญชีของตลาดหลักทรัพย์ได้แจ้งรายการการส่งมอบหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกที่ได้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละสิ้นวัน การโอนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือภายในบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายเดียวกันให้ถือว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อได้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๒๘/๑

มาตรา ๒๒๘/๑ การใช้หลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ที่มิใช่กรณีตามมาตรา ๑๙๕ ให้มีผลสมบูรณ์เป็นประกันการชําระหนี้ และใช้ยันบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบุคคลภายนอกได้ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้ลงบันทึกบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนดขึ้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน การบังคับชําระหนี้จากหลักทรัพย์ที่เป็นประกันตามวรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้และผู้ให้ประกันก่อน เพื่อให้มีการชําระหนี้ภายในเวลาอันควร ถ้าลูกหนี้และผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคําบอกกล่าว เจ้าหนี้มีสิทธินําหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด หรือขายทอดตลาดได้ ให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับการจํานําตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับกับการใช้หลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้ ให้เจ้าหนี้ที่รับหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันการชําระหนี้ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือหลักทรัพย์ดังกล่าวทํานองเดียวกับผู้รับจํานํา

มาตรา ๒๒๘/๒

มาตรา ๒๒๘/๒ ให้นําความในมาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๒๕/๑ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๒๘/๑ มาใช้บังคับกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยอนุโลม

มาตรา ๒๒๙

มาตรา ๒๒๙ ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้นําความในมาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๒๘/๑ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ทั้งนี้ การใดที่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามบทบัญญัติดังกล่าวให้เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ตลาดหลักทรัพย์ตามมาตราดังกล่าวหมายความถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วน ๒ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์

มาตรา ๒๓๐

มาตรา ๒๓๐ บริษัทหลักทรัพย์จะรวมกันจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทําการส่งเสริมการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อันมิใช่เป็นการหาผลกําไรหรือรายได้แบ่งปันกันได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๓๑

มาตรา ๒๓๑ การจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนกับสํานักงาน

มาตรา ๒๓๒

มาตรา ๒๓๒ การขออนุญาตและการจดทะเบียนนั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งที่มีจํานวนไม่น้อยกว่าสิบห้ารายยื่นคําขอต่อสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ให้สํานักงานมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๒๓๓

มาตรา ๒๓๓ ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๒๓๔

มาตรา ๒๓๔ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องมีข้อบังคับ และข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ (๒) วัตถุที่ประสงค์ (๓) ที่ตั้งสํานักงาน (๔) วิธีรับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (๕) วินัยและการลงโทษสมาชิก (๖) การดําเนินกิจการของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การตั้ง การออกจากตําแหน่ง และการประชุมของกรรมการ ตลอดจนการประชุมใหญ่ (๗) ข้อบังคับอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ข้อบังคับของสมาคมต้องนําไปจดทะเบียนต่อสํานักงานพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ก่อนออกใบอนุญาตถ้าสํานักงานเห็นสมควรจะสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นก็ได้

มาตรา ๒๓๕

มาตรา ๒๓๕ สมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น

มาตรา ๒๓๖

มาตรา ๒๓๖ ชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จะต้องเป็นชื่อเฉพาะที่ปรากฏในข้อบังคับเท่านั้น และห้ามมิให้ใช้ข้อความ “แห่งประเทศไทย” หรือข้อความที่มีความหมายทํานองเดียวกันประกอบเป็นชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จัดให้มีป้ายชื่ออ่านได้ชัดเจนติดไว้หน้าสํานักงาน

มาตรา ๒๓๗

มาตรา ๒๓๗ ให้นําบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินกิจการ การควบคุม การเลิก และบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในส่วนนี้ ทั้งนี้ ให้ใช้คําว่า “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” แทนคําว่า “รัฐมนตรี” คําว่า “สํานักงาน” แทนคําว่า “นายทะเบียน” คําว่า “สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์” แทนคําว่า “สมาคมการค้า” และให้อํานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า เป็นอํานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ส่วน ๑ การป้องกันการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับ การซื้อขายหลักทรัพย์

หมวด ๘ การกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ๒๓๘

มาตรา ๒๓๘ บทบัญญัติในส่วนนี้ให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์จดทะเบียนและหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ๒๓๙

มาตรา ๒๓๙ ในส่วนนี้ “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้บริหารตามมาตรา ๘๙/๑ “อํานาจควบคุมกิจการ” หมายความว่า อํานาจควบคุมกิจการตามมาตรา ๘๙/๑ “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า “ข้อมูลภายใน” หมายความว่า ข้อมูลที่ยังมิได้มีการเปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไปซึ่งเป็นสาระสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ “ผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์” หมายความว่า ผลกระทบที่ทําให้ราคาหลักทรัพย์สูงขึ้น ต่ําลง คงที่ หรือเป็นการพยุงราคาหลักทรัพย์

มาตรา ๒๔๐

มาตรา ๒๔๐ ห้ามมิให้บุคคลใดบอกกล่าว เผยแพร่ หรือให้คํารับรองข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสําคัญผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ผลการดําเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยประการที่น่าจะทําให้มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์

มาตรา ๒๔๑

มาตรา ๒๔๑ ห้ามมิให้บุคคลใดวิเคราะห์หรือคาดการณ์ฐานะทางการเงิน ผลการดําเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยนําข้อมูลที่รู้ว่าเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วนอันอาจก่อให้เกิดความสําคัญผิดในสาระสําคัญ มาใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์หรือละเลยที่จะพิจารณาความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว หรือโดยบิดเบือนข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ และได้เปิดเผยหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการวิเคราะห์หรือคาดการณ์นั้นต่อประชาชนโดยประการที่น่าจะมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์

มาตรา ๒๔๒

มาตรา ๒๔๒ ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์กระทําการดังต่อไปนี้ (๑) ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น เว้นแต่ (ก) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คําสั่งศาล หรือคําสั่งของหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมาย (ข) เป็นการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ทําขึ้นก่อนที่ตนจะรู้ หรือครอบครองข้อมูลภายในที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (ค) เป็นการกระทําโดยตนมิได้เป็นผู้รู้เห็นหรือตัดสินใจ แต่ได้มอบหมายให้ผู้ได้รับอนุญาตหรือจดทะเบียนตามกฎหมายให้จัดการเงินทุนหรือการลงทุน ตัดสินใจในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์นั้น หรือ (ง) เป็นการกระทําในลักษณะที่มิได้เป็นการเอาเปรียบบุคคลอื่นหรือในลักษณะตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด (๒) เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและไม่ว่าด้วยวิธีใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าผู้รับข้อมูลอาจนําข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการกระทําในลักษณะที่มิได้เป็นการเอาเปรียบบุคคลอื่นหรือในลักษณะตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๓

มาตรา ๒๔๓ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา ๒๔๒ (๑) กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจควบคุมกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๒) พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตําแหน่งหรือสายงานที่รับผิดชอบข้อมูลภายในหรือที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายใน (๓) บุคคลซึ่งอยู่ในฐานะที่สามารถรู้ข้อมูลภายในอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน หรือบุคคลอื่นใดที่ทําหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน และให้รวมถึงพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ร่วมงานของบุคคลดังกล่าว ที่อยู่ในตําแหน่งหรือสายงานที่มีส่วนร่วมในการทําหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในนั้น (๔) กรรมการ อนุกรรมการ ผู้แทนนิติบุคคล ตัวแทน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ สํานักงาน ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งอยู่ในตําแหน่งหรือฐานะที่สามารถรู้ข้อมูลภายในอันได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน (๕) นิติบุคคลซึ่งบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) มีอํานาจควบคุมกิจการ

มาตรา ๒๔๔

มาตรา ๒๔๔ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลดังต่อไปนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผิดไปจากปกติวิสัยของตน เป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา ๒๔๒ (๑) ผู้ถือหลักทรัพย์เกินร้อยละห้าของหลักทรัพย์ที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์โดยให้นับรวมหลักทรัพย์ที่ถือโดยคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหลักทรัพย์ (๒) กรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจควบคุมกิจการ พนักงาน หรือลูกจ้างของกิจการในกลุ่มของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตําแหน่งหรือสายงานที่รับผิดชอบข้อมูลภายในหรือที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในได้ (๓) บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือบุตรบุญธรรมของบุคคลตามมาตรา ๒๔๓ (๔) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกันของบุคคลตามมาตรา ๒๔๓ (๕) คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาของบุคคลตามมาตรา ๒๔๓ หรือบุคคลตาม (๓) หรือ (๔) กิจการในกลุ่มของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตาม (๒) หมายความว่า บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๔/๑

มาตรา ๒๔๔/๑ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้ารายใดของบริษัทหลักทรัพย์นั้น กระทําการดังต่อไปนี้ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น ในประการที่น่าจะทําให้ลูกค้ารายดังกล่าวเสียประโยชน์ (๑) ส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้น โดยใช้โอกาสดําเนินการก่อนที่ตนจะดําเนินการตามคําสั่งของลูกค้ารายดังกล่าวแล้วเสร็จ (๒) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคําสั่งของลูกค้ารายดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น โดยรู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นจะอาศัยข้อมูลดังกล่าวเพื่อทําการส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้นได้ก่อนที่ตนจะดําเนินการตามคําสั่งของลูกค้ารายดังกล่าวแล้วเสร็จ

มาตรา ๒๔๔/๒

มาตรา ๒๔๔/๒ ให้นําความในมาตรา ๒๔๔/๑ มาใช้บังคับแก่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุน และพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกองทุนหรือกิจการอื่นที่มีลักษณะในทํานองเดียวกับกองทุน ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์นั้นรับจัดการทรัพย์สินหรือการลงทุนให้ด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๔๔/๓

มาตรา ๒๔๔/๓ ห้ามมิให้บุคคลใดกระทําการ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ อันเป็นการทําให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ (๒) ส่งคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ในลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

มาตรา ๒๔๔/๔

มาตรา ๒๔๔/๔ มิให้นํามาตรา ๒๔๔/๓ มาใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) การซื้อหรือขายหลักทรัพย์เพื่อทําหน้าที่รักษาระดับราคาตามข้อตกลงในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ให้กับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) การซื้อหุ้นคืน หรือการจําหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนในโครงการซื้อหุ้นคืน โดยได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) การซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๔/๕

มาตรา ๒๔๔/๕ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าการกระทําดังต่อไปนี้ เป็นการกระทําที่ทําให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๔๔/๓ (๑) หรือเป็นการกระทําที่ทําให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาดตามมาตรา ๒๔๔/๓ (๒) แล้วแต่กรณี (๑) ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ซึ่งในที่สุดบุคคลที่ได้ประโยชน์จากการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ยังคงเป็นบุคคลคนเดียวกัน (๒) ส่งคําสั่งซื้อหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือบุคคลซึ่งร่วมกันกระทําการ ได้สั่งขายหรือจะสั่งขายหลักทรัพย์เดียวกัน ในจํานวนใกล้เคียงกัน ราคาใกล้เคียงกัน และภายในเวลาใกล้เคียงกัน (๓) ส่งคําสั่งขายหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือบุคคลซึ่งร่วมกันกระทําการ ได้สั่งซื้อหรือจะสั่งซื้อหลักทรัพย์เดียวกัน ในจํานวนใกล้เคียงกัน ราคาใกล้เคียงกัน และภายในเวลาใกล้เคียงกัน (๔) ส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงก่อนเปิดหรือช่วงก่อนปิดตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยมุ่งหมายให้ราคาเปิดหรือราคาปิดของหลักทรัพย์นั้นสูงหรือต่ํากว่าที่ควรจะเป็น (๕) ส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น ซึ่งมีผลทําให้บุคคลอื่นต้องส่งคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในราคาที่สูงกว่าหรือต่ํากว่าที่ควรจะเป็น

มาตรา ๒๔๔/๖

มาตรา ๒๔๔/๖ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้กระทําการดังต่อไปนี้ เป็นตัวการในการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๔๔/๓ (๑) เปิดบัญชีธนาคารร่วมกันเพื่อการชําระเงินหรือรับชําระเงินที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) ยอมให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์จากบัญชีธนาคารของตนเพื่อการชําระเงินหรือรับชําระเงินที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (๓) ยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตน (๔) ชําระเงินหรือรับชําระเงินค่าซื้อขายหลักทรัพย์แทนกัน (๕) นําเงินหรือทรัพย์สินอื่นมาวางเป็นประกันในการซื้อขายหลักทรัพย์แทนกัน (๖) ยอมให้บุคคลอื่นรับประโยชน์หรือรับผิดชอบในการชําระเงินที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของตน หรือ (๗) โอนหรือรับโอนหลักทรัพย์ระหว่างกัน

มาตรา ๒๔๔/๗

มาตรา ๒๔๔/๗ ห้ามมิให้บุคคลใดส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์เข้าไปในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าการกระทําดังกล่าวนั้นน่าจะทําให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดและเป็นเหตุให้ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ล่าช้าหรือหยุดชะงัก ส่วน ๒ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ

มาตรา ๒๔๕

มาตรา ๒๔๕ ในส่วนนี้ “หลักทรัพย์” หมายความว่า หุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือหลักทรัพย์อื่นที่อาจแปลงสภาพแห่งสิทธิเป็นหุ้นได้ “กิจการ” หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือบริษัทมหาชนจํากัดที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๖

มาตรา ๒๔๖ บุคคลใดกระทําการไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นอันเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการในจํานวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อรวมกันแล้ว มีจํานวนทุกร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนั้น ไม่ว่าจะมีการลงทะเบียนการโอนหลักทรัพย์นั้นหรือไม่ และไม่ว่าการเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นจะมีจํานวนเท่าใดในแต่ละครั้ง บุคคลนั้นต้องรายงานการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจํานวนหลักทรัพย์ในทุกร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการดังกล่าวต่อสํานักงานทุกครั้ง ทั้งนี้ การคํานวณจํานวนสิทธิออกเสียงและการรายงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการมีสิทธิที่จะซื้อหรือได้รับการส่งมอบหลักทรัพย์ของกิจการอันเนื่องมาจากการเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ที่กิจการมิได้เป็นผู้ออกหรือจากการเข้าเป็นคู่สัญญากับบุคคลอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๗

มาตรา ๒๔๗ บุคคลใดเสนอซื้อหรือได้มาไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นหรือกระทําการอื่นใด อันเป็นผลหรือจะเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการรวมกันถึงร้อยละยี่สิบห้าขึ้นไปของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนั้น ให้ถือว่าเป็นการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ เว้นแต่การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์นั้นเป็นผลจากการได้มาโดยทางมรดก ในการนี้ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ โดยอาจกําหนดให้บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลที่ร่วมกันจัดทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนดให้จัดทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คําเสนอดังกล่าวต้องยื่นต่อสํานักงาน และให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดเวลาตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๘

มาตรา ๒๔๘ ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ประกาศหรือแจ้งการเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๔๙

มาตรา ๒๔๙ ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ส่งสําเนาคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ให้แก่กิจการที่ตนเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยทันทีที่ได้ยื่นคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต่อสํานักงาน

มาตรา ๒๕๐

มาตรา ๒๕๐ เมื่อได้รับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๔๙ ให้กิจการนั้นจัดทําความเห็นเกี่ยวกับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ และให้ยื่นต่อสํานักงานพร้อมทั้งส่งสําเนาให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๕๐/๑

มาตรา ๒๕๐/๑ กิจการจะกระทําการหรืองดเว้นกระทําการใดในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการได้ ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การกระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในมาตรานี้ไม่มีผลผูกพันกิจการ และให้กรรมการของกิจการต้องรับผิดต่อความเสียหายของบุคคลภายนอกที่สุจริตและเสียค่าตอบแทน

มาตรา ๒๕๑

มาตรา ๒๕๑ ห้ามมิให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ซื้อหลักทรัพย์ของกิจการก่อนที่คําเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ยื่นต่อสํานักงานจะมีผลใช้บังคับและได้ดําเนินการตามมาตรา ๒๔๘ ในระหว่างเวลานับจากวันที่คําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่พ้นกําหนดระยะเวลารับซื้อที่กําหนดไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ ห้ามมิให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เข้าซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยวิธีการอื่นใด นอกจากที่ได้กําหนดไว้ตามคําเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ๒๕๒

มาตรา ๒๕๒ เมื่อครบกําหนดระยะเวลารับซื้อที่กําหนดไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้ว หากปรากฏว่าผู้ถือหลักทรัพย์ได้แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ที่ตนเองถืออยู่ให้แก่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มากกว่าจํานวนที่ได้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องซื้อหลักทรัพย์นั้นไว้ทั้งหมด เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะมิให้หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไป (๒) ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะเปลี่ยนวัตถุที่ประสงค์สําคัญของกิจการ (๓) ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหลักทรัพย์ที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ (๔) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์จะต้องชําระราคาหลักทรัพย์แก่ผู้ขายหลักทรัพย์โดยทันทีที่ได้รับมอบหลักทรัพย์ และในกรณีที่หลักทรัพย์ที่ซื้อขายดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ถือว่าเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๒๕๓

มาตรา ๒๕๓ เมื่อผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้เสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ในราคาหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีผู้ถือหลักทรัพย์แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ไม่ครบตามจํานวนในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หากผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องการจะซื้อให้ครบตามจํานวน ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์จะเสนอราคาใหม่ที่สูงกว่าเดิมก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องชําระราคาค่าหลักทรัพย์ในส่วนที่เพิ่มขึ้นแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ที่ได้แสดงเจตนาเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งก่อนด้วย

มาตรา ๒๕๔

มาตรา ๒๕๔ ในกรณีที่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงํากิจการมีความประสงค์มิให้หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไป ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้งในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ด้วย

มาตรา ๒๕๕

มาตรา ๒๕๕ บุคคลที่เคยทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงํากิจการไม่ว่าจะดําเนินการสําเร็จหรือไม่ จะทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงํากิจการได้อีกภายหลังระยะเวลาหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่พ้นกําหนดระยะเวลารับซื้อที่กําหนดไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งก่อน เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะอนุมัติเป็นประการอื่น

มาตรา ๒๕๖

มาตรา ๒๕๖ ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ได้ซื้อหลักทรัพย์ไว้เรียบร้อยแล้ว รายงานผลการซื้อหลักทรัพย์ต่อสํานักงานภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๒๕๗

มาตรา ๒๕๗ ให้สํานักงานเก็บรักษาข้อมูลคําเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่คําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ

มาตรา ๒๕๘

มาตรา ๒๕๘ หลักทรัพย์ของกิจการที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ถืออยู่ให้นับรวมเป็นหลักทรัพย์ของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ ด้วย (๑) คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ (๒) บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ เกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว โดยให้นับรวมสิทธิออกเสียงของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหุ้นนั้นด้วย (๓) นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ เกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว (๔) ผู้ถือหุ้นในบุคคลตาม (๓) ต่อไปเป็นทอด ๆ เริ่มจากการถือหุ้นในนิติบุคคลตาม (๓) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้น ทั้งนี้ หากการถือหุ้นในทอดใดมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาให้นับรวมจํานวนสิทธิออกเสียงของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวในนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นนั้นด้วย (๕) นิติบุคคลที่มีบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ หรือบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) เป็นผู้ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว (๖) นิติบุคคลที่มีบุคคลตาม (๕) เป็นผู้ถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ เริ่มจากผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล (๕) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นดังกล่าว (๗) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖ หรือมาตรา ๒๔๗ หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือห้างหุ้นส่วนจํากัดตาม (๘) เป็นหุ้นส่วน (๘) ห้างหุ้นส่วนจํากัดที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖ หรือมาตรา ๒๔๗ หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือห้างหุ้นส่วนสามัญตาม (๗) เป็นหุ้นส่วนจําพวกไม่จํากัดความรับผิด (๙) นิติบุคคลที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ มีอํานาจในการจัดการเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์

มาตรา ๒๕๙

มาตรา ๒๕๙ ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ามีการถือหลักทรัพย์อันมีลักษณะที่นับรวมเป็นหลักทรัพย์ของบุคคลเดียวกันตามมาตรา ๒๕๘ ให้สํานักงานแจ้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าวชี้แจงหรือดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง หากบุคคลดังกล่าวมิได้ชี้แจงหรือดําเนินการแก้ไขภายในกําหนดเวลาที่สํานักงานกําหนด ให้ถือว่าเป็นการถือหุ้นอันเข้าลักษณะที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๒๕๘

หมวด ๙ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
หมวด ๑๐ การกํากับและควบคุม

มาตรา ๒๖๒

มาตรา ๒๖๒ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจและหน้าที่กํากับและควบคุมโดยทั่วไปเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๒๖๒/๑

มาตรา ๒๖๒/๑ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจสั่งให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือทํารายงานเกี่ยวกับสภาพของตลาดทุนหรือตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือแนวทางการกํากับดูแลตลาดทุนหรือตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้

มาตรา ๒๖๓

มาตรา ๒๖๓ บรรดาเรื่องที่ต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

หมวด ๑๑ พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๒๖๔

มาตรา ๒๖๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจหรือสถานที่ตั้งของบริษัทหลักทรัพย์ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมผู้รับฝากทรัพย์สิน ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันดังกล่าวด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยเครื่องมืออื่นใด ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการของสถานที่นั้นเพื่อตรวจสอบกิจการ สินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันดังกล่าว รวมทั้งเอกสาร หลักฐาน หรือข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันดังกล่าว (๒) เข้าไปในสถานที่ประกอบธุรกิจของผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือเจ้าของหลักทรัพย์ที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ หรือสถานที่ซึ่งรวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบุคคลดังกล่าวด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือด้วยเครื่องมืออื่นใด ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบสมุดบัญชีหรือเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง (๓) เข้าไปในธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน หรือสถานที่ใดในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการของสถานที่นั้นเพื่อทําการตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทําอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดําเนินคดี (๕) สั่งให้กรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้สอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ กองทุนรวม ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ผู้รับฝากทรัพย์สิน ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ สํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ และผู้รวบรวมหรือประมวลข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันดังกล่าวด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมืออื่นใด มาให้ถ้อยคํา หรือส่งสําเนา หรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร ดวงตรา หรือหลักฐานอื่นเกี่ยวกับกิจการ การดําเนินงานสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันดังกล่าว (๖) สั่งให้บุคคลใด ๆ ที่ซื้อหรือขายหลักทรัพย์กับหรือผ่านบริษัทหลักทรัพย์หรือสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์มาให้ถ้อยคําหรือส่งสําเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร และหลักฐานอื่นเกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ (๗) สั่งให้บุคคลใด ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่มาให้ถ้อยคํา หรือส่งสําเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใดที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ (๘) เข้าไปตรวจสอบฐานะหรือการดําเนินงานในสถานที่ประกอบธุรกิจของลูกหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทําการของสถานที่นั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอํานวยความสะดวกตามสมควร เมื่อได้เข้าไปและลงมือทําการตรวจสอบตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๘) แล้ว ถ้ายังดําเนินการไม่เสร็จ จะกระทําต่อไปในเวลากลางคืนหรือนอกเวลาทําการของสถานที่นั้นก็ได้ การใช้อํานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม (๖) (๗) และ (๘) จะต้องเป็นการกระทําต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ดําเนินการตรวจสอบ และต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อน และในกรณีตาม (๖) และ (๗) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องกําหนดระยะเวลาอันสมควรที่จะให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติตามคําสั่งได้

มาตรา ๒๖๔/๑

มาตรา ๒๖๔/๑ มื่อหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายอื่นในทํานองเดียวกันของต่างประเทศร้องขอ ให้สํานักงานมีอํานาจให้ความช่วยเหลือในการรวบรวมหรือตรวจสอบข้อมูลหรือหลักฐานที่จําเป็นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการกระทําอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือกฎหมายอื่นในทํานองเดียวกันของประเทศผู้ร้องขอ ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือในกรณีดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การให้ความช่วยเหลือนั้นต้องไม่ขัดต่อประโยชน์สาธารณะหรือการรักษาความลับของประเทศ (๒) การกระทําซึ่งเป็นมูลกรณีของความช่วยเหลือนั้นเข้าลักษณะประเภทความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) หน่วยงานต่างประเทศที่ร้องขอความช่วยเหลือตกลงหรือยินยอมที่จะให้ความช่วยเหลือในทํานองเดียวกันเป็นการตอบแทนหากได้รับคําร้องขอจากสํานักงาน เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้นําความในมาตรา ๒๖๔ และบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับ

มาตรา ๒๖๔/๒

มาตรา ๒๖๔/๒ พยานหลักฐานที่ได้มาตามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างประเทศกับสํานักงานให้นํามาใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานในการดําเนินคดีทั้งปวงได้

มาตรา ๒๖๕

มาตรา ๒๖๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๖๖

มาตรา ๒๖๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๒๖๖/๑

มาตรา ๒๖๖/๑ ข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ ที่สํานักงานส่งมอบในการกล่าวโทษผู้กระทําความผิด พนักงานสอบสวนอาจนําไปเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีอาญาได้

มาตรา ๒๖๗

มาตรา ๒๖๗ ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานว่าบุคคลใดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีลักษณะอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ประชาชน และสํานักงานมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้กระทําความผิดจะยักย้ายหรือจําหน่ายทรัพย์สินของตน ให้สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลนั้นหรือทรัพย์สินซึ่งมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลนั้นได้ แต่จะยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาล ให้คําสั่งยึดหรืออายัดดังกล่าวยังคงมีผลต่อไปจนกว่าศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น และในกรณีมีเหตุจําเป็นไม่สามารถฟ้องคดีได้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ศาลที่มีเขตอํานาจจะสั่งขยายระยะเวลาออกไปอีกตามคําขอของสํานักงานก็ได้ แต่จะขยายเวลาอีกเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันมิได้ ให้สํานักงานมีอํานาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง การยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้นําบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวจะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร เมื่อสํานักงานร้องขอให้ศาลอาญามีอํานาจสั่งห้ามมิให้บุคคลนั้นออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนได้ และในกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเป็นรีบด่วน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคําสั่งห้ามมิให้บุคคลนั้นออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวได้เป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน จนกว่าศาลอาญาจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

หมวด ๑๒ โทษทางอาญา

มาตรา ๒๖๑/๑

มาตรา ๒๖๑/๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒/๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๖๘

มาตรา ๒๖๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของราคาขายของหลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้ เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๖๘/๑

มาตรา ๒๖๘/๑ บุคคลตามมาตรา ๓๓/๑ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามมาตรา ๓๓/๑ วรรคสอง ในเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูล หรือหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติภายหลังการได้รับอนุญาตเช่นเดียวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น และในกรณีที่เป็นความผิดที่เปรียบเทียบได้ ให้เปรียบเทียบได้เช่นเดียวกัน

มาตรา ๒๖๘/๒

มาตรา ๒๖๘/๒ บุคคลตามมาตรา ๓๓/๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดตามมาตรา ๓๓/๒ ให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ในการเปิดเผยข้อมูลต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น และในกรณีที่เป็นความผิดที่เปรียบเทียบได้ ให้เปรียบเทียบได้เช่นเดียวกัน

มาตรา ๒๖๙

มาตรา ๒๖๙ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๓/๑ วรรคสาม มาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๕/๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๗๐

มาตรา ๒๗๐ ผู้ออกหุ้นกู้ผู้ใดออกใบหุ้นกู้โดยมีรายการไม่เป็นไปตามมาตรา ๔๐ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง หรือทําข้อกําหนดหรือสัญญาซึ่งขาดสาระสําคัญตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท

มาตรา ๒๗๑

มาตรา ๒๗๑ ผู้ออกหุ้นกู้ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๗๒

มาตรา ๒๗๒ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๔๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๗๓

มาตรา ๒๗๓ บริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๓ มาตรา ๑๙๑ มาตรา ๑๙๒ หรือมาตรา ๑๙๓ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๕/๑ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๙๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๗๔

มาตรา ๒๗๔ บริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ (๑) หรือ (๓) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทใดไม่มาชี้แจงตามมาตรา ๕๘ (๒) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๗๕

มาตรา ๒๗๕ ผู้ที่มีหน้าที่จัดทําและเปิดเผยรายงานตามมาตรา ๕๙ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๙ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๕๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๗๖

มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดเสนอขายหรือขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ โดยมิได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสํานักงานตามมาตรา ๖๕ หรือในระหว่างที่สํานักงานสั่งระงับการมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนตามมาตรา ๗๖ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของราคาขายของหลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้ เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๗๗

มาตรา ๒๗๗ ผู้ใดเสนอขายหรือขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนหรือบุคคลใด ๆ ก่อนที่แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นไว้ต่อสํานักงานตามมาตรา ๖๕ มีผลใช้บังคับ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับเป็นเงินไม่เกินหนึ่งเท่าของราคาขายของหลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้ เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๗๘

มาตรา ๒๗๘ ผู้ใดแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์หรือร่างหนังสือชี้ชวนที่ยื่นตามมาตรา ๖๕ ในสาระสําคัญ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี และปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของราคาขายของหลักทรัพย์ทั้งหมดซึ่งผู้นั้นได้เสนอขาย แต่ทั้งนี้ เงินค่าปรับต้องไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท

มาตรา ๒๗๙

มาตรา ๒๗๙ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง มาตรา ๖๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๘๑ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๐

มาตรา ๒๘๐ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๗ มาตรา ๗๙ หรือมาตรา ๘๐ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๑

มาตรา ๒๘๑ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๑/๑

มาตรา ๒๘๑/๑ บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใดกระทําความผิดตามมาตรานี้ ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทนั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๑/๒

มาตรา ๒๘๑/๒ กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา ๘๙/๗ จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายหรือทําให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินจํานวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าห้าแสนบาท ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทําโดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๑/๓

มาตรา ๒๘๑/๓ กรรมการหรือผู้บริหารบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๑/๔

มาตรา ๒๘๑/๔ คณะกรรมการบริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๕ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ประธานกรรมการบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๕ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๑/๕

มาตรา ๒๘๑/๕ เลขานุการบริษัทผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กําหนดตามมาตรา ๘๙/๑๕ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือมาตรา ๘๙/๑๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๒๘๑/๖

มาตรา ๒๘๑/๖ บริษัทใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๑๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๑/๗

มาตรา ๒๘๑/๗ เลขานุการบริษัทผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๒๓ จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทําให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินจํานวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าหนึ่งแสนบาท ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทําโดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ แต่ทั้งนี้ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๑/๘

มาตรา ๒๘๑/๘ ผู้สอบบัญชีผู้ใดหรือคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๒๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๒๘๑/๙

มาตรา ๒๘๑/๙ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙/๓๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา ๒๘๑/๑๐

มาตรา ๒๘๑/๑๐ ผู้ใดมีหน้าที่ส่งหรือเปิดเผยเอกสารหรือข้อมูลดังต่อไปนี้ แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสําคัญ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (๑) เอกสารหรือข้อมูลที่ส่งต่อสํานักงานหรือตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี ตามมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๑๙๙ (๒) เอกสารหรือข้อมูลที่ส่งหรือเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นหรือประชาชนทั่วไปตามบทบัญญัติแห่งหมวด ๓/๑ การบริหารกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๓) เอกสารหรือข้อมูลที่ส่งหรือเปิดเผยต่อสํานักงานหรือผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี ตามมาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๔๗ มาตรา ๒๔๘ หรือมาตรา ๒๕๐

มาตรา ๒๘๒

มาตรา ๒๘๒ บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๒ มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๐๐ มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๘ มาตรา ๑๐๙ มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๒๖ มาตรา ๑๒๖/๑ มาตรา ๑๒๙ มาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๖ มาตรา ๑๓๙ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔๐ วรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม มาตรา ๑๕๑ หรือมาตรา ๑๙๕ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ หรือคําสั่งที่กําหนดตามมาตรา ๙๐ วรรคสี่ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๑/๑ วรรคสอง มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๘ (๗) หรือ (๑๐) มาตรา ๑๐๐ วรรคสอง มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๒๖/๑ มาตรา ๑๒๙/๓ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๙ (๔) มาตรา ๑๔๐ วรรคสอง มาตรา ๑๔๐/๑ มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๕๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๓

มาตรา ๒๘๓ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทําความผิดตามมาตรา ๙๒ มาตรา ๙๖ มาตรา ๑๐๒ มาตรา ๑๐๕ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๘ มาตรา ๑๐๙ มาตรา ๑๑๐ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๙ มาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๔๐ วรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม มาตรา ๑๕๑ หรือมาตรา ๑๙๕ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ หรือคําสั่งที่กําหนดตามมาตรา ๙๑/๑ วรรคสอง มาตรา ๙๒ มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๒๙/๓ มาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๔๐/๑ หรือมาตรา ๑๕๐ ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทําความผิดตามมาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๒๖ มาตรา ๑๒๖/๑ มาตรา ๑๓๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓๖ หรือมาตรา ๑๓๙ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการ หรือคําสั่งที่กําหนดตามมาตรา ๙๐ วรรคสี่ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๘ (๗) หรือ (๑๐) มาตรา ๑๒๖/๑ มาตรา ๑๓๙ (๔) มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๔๓ หรือมาตรา ๑๔๔ ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๓/๑

มาตรา ๒๘๓/๑ บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๑๒๔/๑ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๔/๑ วรรคหนึ่งด้วย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่หรือยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคสามเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๔/๑ วรรคหนึ่งด้วย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๔

มาตรา ๒๘๔ ผู้ดูแลผลประโยชน์ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๗ หรือมาตรา ๑๒๘ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๕

มาตรา ๒๘๕ ผู้ชําระบัญชีผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๐ หรือมาตรา ๑๓๑ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๕ ทวิ

มาตรา ๒๘๕ ทวิ บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๓ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๓ วรรคหนึ่งด้วย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่หรือยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทําความผิดตามมาตรา ๑๓๓ วรรคสอง ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคสามเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๓ วรรคหนึ่งด้วย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๕ ตรี

มาตรา ๒๘๕ ตรี ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลใดไม่ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ประกาศกําหนดตามมาตรา ๑๓๔ วรรคสาม ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๔ วรรคสองด้วย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๖

มาตรา ๒๘๖ ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘๖ ทวิ

มาตรา ๒๘๖ ทวิ บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๓๘ หรือมาตรา ๑๓๙ (๕) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดกระทําความผิดตามมาตรา ๑๓๘ หรือมาตรา ๑๓๙ (๕) ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๗

มาตรา ๒๘๗ ผู้สอบบัญชีผู้ใดของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ปฏิบัติงานสอบบัญชี เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินไม่เป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีหรือข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด หรือทํารายงานเท็จ หรือฝ่าฝืนมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๗ หรือมาตรา ๑๔๐ วรรคสี่ หรือวรรคห้า ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๘๘

มาตรา ๒๘๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๓ มาตรา ๙๕ หรือมาตรา ๑๕๖ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๒๘๙

มาตรา ๒๘๙ ผู้ใดประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตามมาตรา ๙๐ หรือฝ่าฝืนมาตรา ๑๕๕ มาตรา ๒๐๙ มาตรา ๒๑๙ มาตรา ๒๒๐ หรือมาตรา ๒๒๑ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๒๙๐

มาตรา ๒๙๐ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสอง มาตรา ๑๘๘ หรือมาตรา ๒๑๓ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการ หรือคําสั่งที่กําหนดตามมาตรา ๑๘๖ (๑) หรือมาตรา ๒๐๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๙๑

มาตรา ๒๙๑ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งที่กําหนดตามมาตรา ๑๘๖ (๒) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๒

มาตรา ๒๙๒ ผู้ประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ผู้ใดไม่ดําเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๒๒๓ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๓

มาตรา ๒๙๓ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละสามพันบาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๙๔

มาตรา ๒๙๔ บริษัทหลักทรัพย์ใดตกลงเข้ากันเพื่อทําการส่งเสริมการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อันมิใช่เป็นการหาผลกําไรหรือรายได้แบ่งปันกัน โดยมิได้จัดตั้งเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

มาตรา ๒๙๕

มาตรา ๒๙๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามมาตรา ๒๓๒ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๒๙๖

มาตรา ๒๙๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔๐ มาตรา ๒๔๑ มาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๔/๑ มาตรา ๒๔๔/๒ หรือมาตรา ๒๔๔/๓ (๑) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงสองล้านบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนมาตรา ๒๔๐ หรือมาตรา ๒๔๑ เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๖/๑

มาตรา ๒๙๖/๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔๔/๓ (๒) หรือมาตรา ๒๔๔/๗ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๖/๒

มาตรา ๒๙๖/๒ กรณีความผิดตามมาตรา ๒๙๖ หรือมาตรา ๒๙๖/๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับการกําหนดโทษปรับ ถ้าผู้กระทําความผิดได้รับหรือพึงได้รับผลประโยชน์จากการกระทําความผิดนั้นให้ปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าค่าปรับขั้นต่ําที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๖ หรือมาตรา ๒๙๖/๑ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๙๗

มาตรา ๒๙๗ ผู้ใดยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารที่ใช้ชําระค่าซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อปกปิดตัวตนของบุคคลที่ใช้บัญชีดังกล่าว ในประการที่บุคคลนั้นอาจนําบัญชีไปใช้ในการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ตามส่วนที่ ๑ การป้องกันการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ของหมวด ๘ การกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ผู้ใดใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นเพื่อดําเนินการอันไม่เป็นธรรมตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

มาตรา ๒๙๗/๑

มาตรา ๒๙๗/๑ ในกรณีที่ศาลเห็นว่าจําเลยกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๘๑/๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘๑/๑๐ มาตรา ๒๙๖ มาตรา ๒๙๖/๑ หรือมาตรา ๒๙๗ ให้ศาลสั่งให้ผู้กระทําความผิดกระทําการหรืองดเว้นกระทําการตามควรแก่กรณี ดังต่อไปนี้ (๑) ชดใช้เงินในจํานวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทําความผิดนั้นโดยให้ตกเป็นของแผ่นดิน (๒) ห้ามเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กําหนดซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่มีคําพิพากษาหรือคําสั่ง (๓) ห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กําหนดซึ่งต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีคําพิพากษาหรือคําสั่ง (๔) ชดใช้ค่าใช้จ่ายของสํานักงานเนื่องจากการตรวจสอบการกระทําความผิดนั้นคืนให้แก่สํานักงาน หากผู้กระทําความผิดไม่ชดใช้เงินตาม (๑) หรือค่าใช้จ่ายตาม (๔) ให้ศาลมีอํานาจออกหมายบังคับคดี โดยให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้ถือว่าสํานักงานเป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษา

มาตรา ๒๙๘

มาตรา ๒๙๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๔๗ มาตรา ๒๔๘ มาตรา ๒๔๙ มาตรา ๒๕๑ มาตรา ๒๕๒ มาตรา ๒๕๓ มาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๕ หรือมาตรา ๒๕๖ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดตามมาตรา ๒๔๗ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๙

มาตรา ๒๙๙ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕๐ หรือมาตรา ๒๕๐/๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๙๙/๑

มาตรา ๒๙๙/๑ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบันทึกการยินยอมที่กําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา ๓๑๗/๔ (๓) หรือ (๔) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๙/๒

มาตรา ๒๙๙/๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลที่กําหนดมาตรการลงโทษตามมาตรา ๒๙๗/๑ (๒) หรือ (๓) หรือมาตรา ๓๑๗/๔ (๓) หรือ (๔) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๒๙๙/๓

มาตรา ๒๙๙/๓ บริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าผู้ใด ให้บริการกับผู้กระทําความผิดตามมาตรา ๒๙๙/๑ หรือมาตรา ๒๙๙/๒ โดยรู้หรือควรรู้ว่ามีการกําหนดมาตรการลงโทษตามบันทึกการยินยอมหรือโดยคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา ๓๐๐

มาตรา ๓๐๐ เว้นแต่จะได้กําหนดความรับผิดของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลไว้เป็นการเฉพาะในพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย

มาตรา ๓๐๒

มาตรา ๓๐๒ ผู้ใดแจ้งข้อความหรือให้ถ้อยคําอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสําคัญต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสํานักงาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๓๐๒/๑

มาตรา ๓๐๒/๑ ผู้ใดนําส่งสําเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่ก่อให้เกิดความสําคัญผิดในสาระสําคัญ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรแสดงในสาระสําคัญต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสํานักงาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๓๐๓

มาตรา ๓๐๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕ วรรคสาม หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งหรือไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๔ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๓๐๔

มาตรา ๓๐๔ ผู้ใดถอน ทําให้เสียหาย ทําลาย หรือทําให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือเครื่องหมาย ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับหรือหมายไว้ที่สิ่งใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๖๔ เพื่อเป็นหลักฐานในการยึดหรืออายัด หรือรักษาสิ่งนั้น ๆ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสามแสนบาท

มาตรา ๓๐๕

มาตรา ๓๐๕ ผู้ใดทําให้เสียหาย ทําลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทําให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใด ๆ อันพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึด อายัด รักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา ๒๖๔ ไม่ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะรักษาทรัพย์สินหรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท

มาตรา ๓๐๖

มาตรา ๓๐๖ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ โดยทุจริต หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทําให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๐๗

มาตรา ๓๐๗ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของนิติบุคคลดังกล่าวหรือทรัพย์สินที่นิติบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทําผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของนิติบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๐๘

มาตรา ๓๐๘ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ ครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของนิติบุคคลดังกล่าว หรือซึ่งนิติบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๐๙

มาตรา ๓๐๙ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ เอาไปเสีย ทําให้เสียหาย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่าหรือทําให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินอันนิติบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลหรือที่อยู่ในความครอบครองของนิติบุคคลนั้น ถ้าได้กระทําเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท

มาตรา ๓๑๐

มาตรา ๓๑๐ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ รู้ว่าเจ้าหนี้ของนิติบุคคลดังกล่าว หรือเจ้าหนี้ของบุคคลอื่นซึ่งจะใช้สิทธิของเจ้าหนี้นิติบุคคลนั้นบังคับการชําระหนี้จากนิติบุคคล ใช้หรือน่าจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชําระหนี้ (๑) ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์สินของนิติบุคคลนั้น หรือ (๒) แกล้งให้นิติบุคคลนั้นเป็นหนี้ซึ่งไม่เป็นความจริง ถ้าได้กระทําเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๑๑

มาตรา ๓๑๑ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ กระทําการหรือไม่กระทําการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่นิติบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๑๒

มาตรา ๓๑๒ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ กระทําหรือยินยอมให้กระทําการดังต่อไปนี้ (๑) ทําให้เสียหาย ทําลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลดังกล่าว (๒) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสําคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น หรือ (๓) ทําบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ถ้ากระทําหรือยินยอมให้กระทําเพื่อลวงให้นิติบุคคลดังกล่าวหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใด ๆ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๑๓

มาตรา ๓๑๓ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ใด ฝ่าฝืนมาตรา ๓๐๗ มาตรา ๓๐๘ มาตรา ๓๐๙ หรือมาตรา ๓๑๑ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับเป็นเงินสองเท่าของราคาทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวได้กระทําการฝ่าฝืนในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าห้าแสนบาท

มาตรา ๓๑๔

มาตรา ๓๑๔ ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทําความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๒๘๗ มาตรา ๒๙๖ มาตรา ๒๙๖/๑ มาตรา ๓๐๖ มาตรา ๓๐๗ มาตรา ๓๐๘ มาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๑๐ มาตรา ๓๑๑ หรือมาตรา ๓๑๒ ไม่ว่าด้วยการใช้ สั่ง ขู่เข็ญ จ้าง หรือด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น

มาตรา ๓๑๕

มาตรา ๓๑๕ ผู้ใดกระทําการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทําความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา ๒๘๗ มาตรา ๒๙๖ มาตรา ๒๙๖/๑ มาตรา ๓๐๖ มาตรา ๓๐๗ มาตรา ๓๐๘ มาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๑๐ มาตรา ๓๑๑ หรือมาตรา ๓๑๒ ไม่ว่าก่อนหรือขณะกระทําความผิด ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น เว้นแต่ผู้นั้นมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้น

มาตรา ๓๑๖

มาตรา ๓๑๖ ผู้ใดล่วงรู้กิจการของบุคคลใดเนื่องจากการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือล่วงรู้ข้อมูลใดจากการเปิดเผยของบุคคลที่มีอํานาจตามพระราชบัญญัตินี้ อันเป็นกิจการหรือข้อมูลที่เป็นความลับของทางราชการ หรือตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนําไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ความในวรรคหนึ่ง มิให้นํามาใช้บังคับแก่การเปิดเผยในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การเปิดเผยตามอํานาจหรือหน้าที่ (๒) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี (๓) การเปิดเผยเกี่ยวกับการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ (๕) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของนิติบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) การเปิดเผยแก่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ทําหน้าที่กํากับดูแลในด้านตลาดเงิน ตลาดทุน ผู้สอบบัญชี สินค้าหรือตัวแปรของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือหน่วยงานอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง (๗) การเปิดเผยเมื่อได้รับความเห็นชอบจากบุคคลดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา ๓๑๖/๑

มาตรา ๓๑๖/๑ ความผิดตามหมวดนี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว ให้มีอายุความหนึ่งปี โดยเริ่มนับแต่วันที่สํานักงานวินิจฉัยว่ามีการกระทําความผิดเกิดขึ้นและรู้ตัวผู้กระทําความผิด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่มีการกระทําความผิดนั้น

มาตรา ๓๑๗

มาตรา ๓๑๗ ความผิดตามมาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๖๙ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๑มาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๗๓ มาตรา ๒๗๔ มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๑ มาตรา ๒๘๑/๑ มาตรา ๒๘๑/๓ มาตรา ๒๘๑/๔ มาตรา ๒๘๑/๕ มาตรา ๒๘๑/๖ มาตรา ๒๘๑/๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘๑/๘ มาตรา ๒๘๑/๙ มาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ มาตรา ๒๘๓/๑ มาตรา ๒๘๔ มาตรา ๒๘๕ มาตรา ๒๘๕ ทวิ มาตรา ๒๘๕ ตรี มาตรา ๒๘๖ มาตรา ๒๘๖ ทวิ มาตรา ๒๘๗ มาตรา ๒๙๐ มาตรา ๒๙๑ มาตรา ๒๙๒ มาตรา ๒๙๓ มาตรา ๒๙๔ มาตรา ๒๙๕ มาตรา ๒๙๘ มาตรา ๒๙๙ และมาตรา ๒๙๙/๓ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งมีอํานาจเปรียบเทียบได้ คณะกรรมการเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งให้มีจํานวนสามคน ซึ่งคนหนึ่งต้องเป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทําการเปรียบเทียบกรณีใด และผู้ต้องหาได้ชําระค่าปรับตามคําเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทียบกําหนดแล้ว ให้คดีนั้นเป็นอันเลิกกัน

หมวด ๑๒/๑ มาตรการลงโทษทางแพ่ง

มาตรา ๓๑๗/๑

มาตรา ๓๑๗/๑ มาตรา ๓๑๗/๑[[๒๗๐]](https://www.krisdika.go.th/librarian/getfile?sysid=573045&ext=htm#_ftn270) ให้การกระทําความผิดดังต่อไปนี้ เป็นการกระทําความผิดที่อาจดําเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทําความผิดนั้นได้ (๑) กระทําการอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๖ หรือมาตรา ๒๙๖/๑ (๒) แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสําคัญ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๘๑/๑๐ (๓) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการหรือผู้บริหารตามมาตรา ๘๙/๗ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๑/๒ วรรคหนึ่ง (๔) ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารที่ใช้ชําระค่าซื้อขายหลักทรัพย์หรือใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารของบุคคลอื่น อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๗ การนํามาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับแก่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้คํานึงถึงความร้ายแรงของการกระทํา ผลกระทบต่อตลาดทุน พยานหลักฐานที่อาจนํามาใช้พิสูจน์ความผิด และความคุ้มค่าในการดําเนินมาตรการนั้น

มาตรา ๓๑๗/๒

มาตรา ๓๑๗/๒ ในกรณีที่มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในคดีเกี่ยวกับการกระทําความผิดตามมาตรา ๓๑๗/๑ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้สํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปตามบทบัญญัติในหมวดนี้ และในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งเห็นสมควรใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง ให้สํานักงานแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบด้วย

มาตรา ๓๑๗/๓

มาตรา ๓๑๗/๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง” ประกอบด้วย อัยการสูงสุด เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการ เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ กรรมการตามวรรคหนึ่งอาจมอบหมายให้ผู้ดํารงตําแหน่งรองมาประชุมแทนได้ ให้นําความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งโดยอนุโลม ให้คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด และให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของสํานักงาน

มาตรา ๓๑๗/๔

มาตรา ๓๑๗/๔ มาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ (๑) ค่าปรับทางแพ่งตามมาตรา ๓๑๗/๕ (๒) ชดใช้เงินในจํานวนที่เท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทําความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๑๗/๑ (๓) ห้ามเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กําหนดซึ่งต้องไม่เกินห้าปี (๔) ห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กําหนดซึ่งต้องไม่เกินสิบปี (๕) ชดใช้ค่าใช้จ่ายของสํานักงานเนื่องจากการตรวจสอบการกระทําความผิดนั้นคืนให้แก่สํานักงาน

มาตรา ๓๑๗/๕

มาตรา ๓๑๗/๕ ให้กําหนดค่าปรับทางแพ่ง ดังนี้ (๑) กรณีตามมาตรา ๓๑๗/๑ (๑) หรือ (๒) ให้ปรับเป็นเงินไม่เกินสองเท่าของผลประโยชน์ที่บุคคลนั้นได้รับไว้หรือพึงได้รับจากการกระทําความผิดนั้น แต่ต้องไม่ต่ํากว่าห้าแสนบาท ในกรณีที่ไม่สามารถคํานวณผลประโยชน์ได้ ให้ปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงสองล้านบาท (๒) กรณีตามมาตรา ๓๑๗/๑ (๓) หรือ (๔) ให้ปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท

มาตรา ๓๑๗/๖

มาตรา ๓๑๗/๖ ในกรณีที่มีการกระทําความผิดที่อาจดําเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา ๓๑๗/๑ ได้ หากสํานักงานเห็นว่าควรใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทําความผิดนั้น ให้สํานักงานเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งพิจารณาว่าควรดําเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทําความผิดนั้นหรือไม่ อย่างไร หากคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ควรนํามาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ ให้ดําเนินคดีอาญากับผู้กระทําความผิดนั้นต่อไป

มาตรา ๓๑๗/๗

มาตรา ๓๑๗/๗ เมื่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งเห็นควรให้นํามาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับแก่ผู้กระทําความผิดและได้กําหนดวิธีการในการบังคับตามมาตรการลงโทษทางแพ่งตามควรแก่กรณีแล้ว และผู้กระทําความผิดยินยอมที่จะปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งตามที่กําหนด ให้สํานักงานจัดทําบันทึกการยินยอมและเมื่อผู้นั้นได้ชําระเงินครบถ้วนแล้ว ให้สิทธิในการนําคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดไม่ชําระเงินตามบันทึกการยินยอมหรือชําระไม่ครบถ้วน ให้สํานักงานยื่นคําร้องต่อศาลเพื่อดําเนินการบังคับให้เป็นไปตามที่ยินยอมไว้ภายในสามปีนับแต่วันที่ผิดนัด

มาตรา ๓๑๗/๘

มาตรา ๓๑๗/๘ ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดไม่ยินยอมที่จะระงับคดีตามมาตรา ๓๑๗/๗ ให้สํานักงานฟ้องผู้กระทําความผิดต่อศาลเพื่อกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่ผู้กระทําความผิดนั้นต่อไป ในกรณีที่ศาลสั่งให้ผู้กระทําความผิดชดใช้เงินตามมาตรา ๓๑๗/๔ (๒) หรือ (๕) ให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชําระเสร็จด้วย เมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งและผู้กระทําความผิดได้ชําระเงินครบถ้วนแล้ว ให้สิทธิในการนําคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ

มาตรา ๓๑๗/๙

มาตรา ๓๑๗/๙ เมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งตามมาตรา ๓๑๗/๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๑๗/๘ แล้ว คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลนั้นได้ คําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑๗/๑๐

มาตรา ๓๑๗/๑๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งหรือศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา ๓๑๗/๔ (๓) หรือ (๔) ให้สํานักงานแจ้งบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ให้ดําเนินการหรืองดเว้นดําเนินการ เพื่อให้มีผลตามที่กําหนดไว้ในบันทึกการยินยอม หรือคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลนั้นด้วย

มาตรา ๓๑๗/๑๑

มาตรา ๓๑๗/๑๑ ถ้าบุคคลหลายคนร่วมกันกระทําความผิดตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๓๑๗/๑ ในระหว่างบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลทั้งหลายนั้นต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่โดยพฤติการณ์จะวินิจฉัยได้เป็นประการอื่น ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๓๑๗/๑ เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลหรือแต่ละนิติบุคคลเกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องถูกดําเนินการตามมาตรการลงโทษทางแพ่งตามหมวดนี้ด้วย โดยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับนิติบุคคลนั้น

มาตรา ๓๑๗/๑๒

มาตรา ๓๑๗/๑๒ เงินที่ผู้กระทําความผิดได้ชําระตามมาตรา ๓๑๗/๔ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๓๑๗/๔ (๕) คืนให้แก่สํานักงานแล้ว เหลือเท่าใดให้ตกเป็นของแผ่นดิน

มาตรา ๓๑๗/๑๓

มาตรา ๓๑๗/๑๓ ให้นําอายุความฟ้องคดีอาญามาใช้บังคับแก่การฟ้องคดีเพื่อกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งสําหรับการกระทําความผิดที่อาจดําเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งได้ตามมาตรา ๓๑๗/๑

มาตรา ๓๑๗/๑๔

มาตรา ๓๑๗/๑๔ การดําเนินการทางศาลตามหมวดนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่งและให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การพิจารณา การพิพากษา และการบังคับคดีด้วย โดยอนุโลม

หมวด ๑๓ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๑๘

มาตรา ๓๑๘ ในวาระเริ่มแรกเป็นระยะเวลาสี่ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มิให้นําบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๑ (๔) มาใช้บังคับแก่การดํารงตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของเลขาธิการ

มาตรา ๓๑๙

มาตรา ๓๑๙ ให้กระทรวงการคลังดําเนินการให้มีการโอนเงินดังต่อไปนี้ ให้แก่สํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นทุนประเดิมของสํานักงานตามมาตรา ๒๕ (๑) เงินคงเหลือจากกองทุนแก้ไขปัญหาธุรกิจหลักทรัพย์จํานวนห้าร้อยห้าล้านหกแสนสี่หมื่นสองพันหกร้อยสี่สิบสี่บาทหกสิบสตางค์ พร้อมดอกผลของเงินดังกล่าว (๒) เงินคงเหลือจากกองทุนพัฒนาตลาดทุนจํานวนสองร้อยล้านบาท

มาตรา ๓๒๐

มาตรา ๓๒๐ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยโอนเงินจํานวนห้าร้อยล้านบาทให้แก่สํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเป็นทุนประเดิมของสํานักงานตามมาตรา ๒๕

มาตรา ๓๒๑

มาตรา ๓๒๑ ให้ถือว่าบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนั้นตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้นําความในมาตรา ๙๔ มาใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๓๒๒

มาตรา ๓๒๒ ให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๑ ที่มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วน้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทดําเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องดําเนินการให้มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่ต่ํากว่าห้าสิบล้านบาท (๒) ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ต้องดําเนินการให้มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่ต่ํากว่าหนึ่งร้อยล้านบาท

มาตรา ๓๒๓

มาตรา ๓๒๓ บุคคลผู้กระทําการแทนบริษัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีสํานักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรและได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้กระทําการแทนบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งจัดตั้งตามกฎหมายต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตแล้วตามมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๒๔

มาตรา ๓๒๔ ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ จัดการโครงการลงทุนตามที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการลงทุนนั้น ทั้งนี้ ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวด้วย สําหรับการใดที่กําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงาน ในระหว่างยังไม่สิ้นสุดโครงการลงทุน หากบริษัทหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งมีความประสงค์จะแปรสภาพโครงการลงทุนให้เป็นกองทุนรวมตามพระราชบัญญัตินี้ บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด และเมื่อได้ดําเนินการแล้ว ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนรวมตามพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

มาตรา ๓๒๕

มาตรา ๓๒๕ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๑ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจัดการกองทุนรวม ซื้อหรือมีหุ้นเป็นของตนเองโดยมิใช่เพื่อประโยชน์ของโครงการลงทุนอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งไม่อาจกระทําได้ตามมาตรา ๙๘ (๗) แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวคงมีสิทธิถือหรือมีไว้ซึ่งหุ้นนั้นต่อไปได้ แต่ถ้าจําหน่ายหุ้นไปเท่าใด ก็ให้มีสิทธิถือหรือมีไว้เพียงเท่าจํานวนที่เหลือนั้น

มาตรา ๓๒๖

มาตรา ๓๒๖ ให้ถือว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซึ่งได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๒๗

มาตรา ๓๒๗ ในกรณีที่บริษัทตามมาตรา ๓๒๑ มีกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๒๘

มาตรา ๓๒๘ ให้บรรดากฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง หรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บรรดาซึ่งยังใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ การใดที่กฎกระทรวงและประกาศตามวรรคหนึ่งกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ยังคงเป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไป แล้วแต่กรณี จนกว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. และเลขาธิการแล้ว ให้อํานาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรี คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงาน แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๒๙

มาตรา ๓๒๙ ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งและเลือกตั้งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๓๓๐

มาตรา ๓๓๐ ให้โอนบรรดาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ไปเป็นของตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๓๑

มาตรา ๓๓๑ ให้โอนบรรดากิจการ ทุน สินทรัพย์ สิทธิ หนี้สิน ความรับผิดและงบประมาณของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนบรรดาเงินของกองทุนทดแทนความเสียหายที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ไปเป็นของตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๓๒

มาตรา ๓๓๒ ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินปีละห้าสิบล้านบาทเป็นเวลาห้าปีให้แก่สํานักงาน โดยในปีแรกให้ดําเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในปีต่อ ๆ ไปให้ดําเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและของปีถัดไปจนครบห้าปี เงินที่จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘๒ ตลอดเวลาที่ยังดําเนินการตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๓๓๓

มาตรา ๓๓๓ ให้สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๓๓๔

มาตรา ๓๓๔ ให้หลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์ดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บริษัทนั้นแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจํากัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่มีความจําเป็นคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ แต่จะขยายระยะเวลาเกินกว่าห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับไม่ได้

มาตรา ๓๓๔/๑

มาตรา ๓๓๔/๑ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับ เป็นบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓ และมีหน้าที่และความรับผิดชอบเช่นเดียวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

มาตรา ๓๓๕

มาตรา ๓๓๕ ในกรณีที่บริษัทใดดําเนินการยื่นคําขออนุญาตให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งรับหลักทรัพย์ของตนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังมิได้มีคําสั่งให้รับหลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้ดําเนินการตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไปได้ และให้อํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้สั่งรับหลักทรัพย์ของบริษัทที่ได้ยื่นขออนุญาตให้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ และให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวต้องดําเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจํากัดตามมาตรา ๓๓๔ แห่งพระราชบัญญัตินี้ด้วย

มาตรา ๓๓๖

มาตรา ๓๓๖ ในกรณีที่บริษัทใดดําเนินการยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ ต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๙ ตรี แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยังมิได้อนุญาตให้บริษัทดังกล่าวเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ได้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ดําเนินการพิจารณาการขออนุญาตดังกล่าวต่อไปได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามมาตรา ๑๙ ตรี แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวเพื่อให้การพิจารณาอนุญาตลุล่วงไปได้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการใด ๆ ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก็ได้

มาตรา ๓๓๗

มาตรา ๓๓๗ บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชน หรือออกหุ้นกู้ตามมาตรา ๑๙ ตรี แห่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ตามมาตรา ๓๓๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้บริษัทดังกล่าวดําเนินการเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ต่อไปได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๑๙ ตรี แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวและในกรณีที่มีเหตุจําเป็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวเพื่อให้การเสนอขายหุ้นใหม่ต่อประชาชนหรือออกหุ้นกู้ลุล่วงไปได้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีการใด ๆ ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก็ได้

มาตรา ๓๓๘

มาตรา ๓๓๘ ให้บรรดากฎกระทรวงและประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามความในพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบปฏิบัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนหุ้น และประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บรรดาซึ่งยังใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะได้มีกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ การใดที่กฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ และระเบียบตามวรรคหนึ่งกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ยังคงเป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป แล้วแต่กรณี จนกว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้อํานาจหน้าที่ดังกล่าวเป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐมนตรี คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๓๙

มาตรา ๓๓๙ บุคคลใดที่ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์อยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดําเนินการได้ต่อไป แต่ต้องยื่นคําขอใบอนุญาตเพื่อประกอบการดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคําขออนุญาตแล้วให้ดําเนินการต่อไปได้จนกว่าจะมีคําสั่งไม่อนุญาต

มาตรา ๓๔๐

มาตรา ๓๔๐ ให้บรรดาสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากประสงค์จะเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องขออนุญาตเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้วให้นายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขีดชื่อสมาคมการค้านั้นออกเสียจากทะเบียนสมาคมการค้า บรรดาทรัพย์สินและหนี้สินของสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้โอนมาเป็นของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ ถ้าสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์เป็นสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า ไม่ขออนุญาตเป็นสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในกําหนดเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นอันเลิก และให้นายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขีดชื่อสมาคมการค้านั้นออกเสียจากทะเบียนสมาคมการค้า ถ้าสมาคมการค้าไม่พอใจในคําสั่งของนายทะเบียนสมาคมการค้าตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าที่ให้ขีดชื่อออกจากทะเบียน สมาคมการค้าก็มีสิทธิอุทธรณ์คําสั่งนั้นได้โดยยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ภายในกําหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่งคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๔๑

มาตรา ๓๔๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือว่าบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เป็นบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อมีการแต่งตั้งเลขาธิการแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสํานักงาน

มาตรา ๓๔๒

มาตรา ๓๔๒ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัตินี้ มีอํานาจเปรียบเทียบความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ หรือตามพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗

มาตรา ๓๔๓

มาตรา ๓๔๓ บริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒๒ หรือไม่ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา ๓๒๔ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าการกระทําความผิดของบริษัทหลักทรัพย์นั้นเกิดจากการสั่งการ การกระทําการหรือไม่สั่งการหรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นผู้ใด ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา ๓๔๔

มาตรา ๓๔๔ ความผิดตามมาตรา ๓๔๓ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๓๑๗ มีอํานาจเปรียบเทียบได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ๑ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ ๑ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การพัฒนาตลาดทุนของประเทศที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการพัฒนาตลาดรองซึ่งเป็นตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นหลัก แต่ยังขาดการพัฒนาตลาดแรกอันเป็นตลาดสําหรับหลักทรัพย์ออกใหม่ควบคู่กันไปด้วย ทําให้บทบาทที่สําคัญของตลาดรองในการเป็นตลาดที่สนับสนุนตลาดแรกไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้จึงต้องเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาตลาดแรกได้กว้างขวางขึ้นและให้มีตราสารประเภทต่าง ๆ ได้มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุน นอกจากนี้โดยที่การควบคุมดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับตลาดทุนมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับและอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานทําให้การกํากับและพัฒนาตลาดทุนขาดความเป็นเอกภาพ ทั้งยังขาดมาตรการที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมควรมีกฎหมายและหน่วยงานที่เป็นศูนย์รวมในการกํากับดูแลและพัฒนาตลาดทุนเพื่อให้สามารถดําเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

條文目次

接下來可以查