我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 หมวด ๕ ตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๕๓–มาตรา ๒๐๓共 57 條

มาตรา ๑๕๓

มาตรา ๑๕๓ ให้จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเรียกว่า “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์โดยไม่นําผลกําไรมาแบ่งปันกันดังนี้ (๑) จัดให้มีการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน รวมตลอดถึงการจัดระบบและวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ในศูนย์ดังกล่าว (๒) ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ อันได้แก่ ธุรกิจให้บริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียนโดยเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ ธุรกิจให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือธุรกิจทํานองเดียวกัน (๓) ประกอบธุรกิจอื่นใดนอกจาก (๑) และ (๒) โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๑๕๔

มาตรา ๑๕๔ ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจกระทําการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๑๕๓ อํานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์ มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ครอบครอง เช่าหรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จํานองหรือรับจํานองขายหรือจําหน่าย ด้วยวิธีอื่นใดซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ (๒) กู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินและลงทุนหาผลประโยชน์

มาตรา ๑๕๔/๑

มาตรา ๑๕๔/๑ ตลาดหลักทรัพย์ต้องส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง ความเป็นธรรม การตรวจสอบได้ และความเรียบร้อยในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของตลาดทุนและการคุ้มครองผู้ลงทุนเป็นสําคัญ

มาตรา ๑๕๔/๒

มาตรา ๑๕๔/๒ เพื่อให้การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปตามมาตรา ๑๕๓ และมาตรา ๑๕๔/๑ ตลาดหลักทรัพย์ต้องดําเนินการอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) มีแหล่งเงินทุนและระบบงานที่เพียงพอต่อการประกอบกิจการ สามารถรองรับความเสี่ยงจากการประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งมีมาตรการรองรับในสถานการณ์ฉุกเฉิน (๒) มีระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบบันทึกและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอราคาและการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบกํากับตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์ และระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ที่ส่งเสริมและรักษาความมั่นคง ความมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความเป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ (๓) มีหลักเกณฑ์การรับสมาชิกที่เป็นธรรม มีหลักเกณฑ์ที่สมาชิกต้องปฏิบัติในการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งมีมาตรการกํากับดูแลและลงโทษสมาชิกที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว (๔) มีหลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนหลักทรัพย์ การดํารงสถานะ และการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ตลอดจนการสร้างหลักธรรมาภิบาลและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียน (๕) มีมาตรการในการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (๖) มีการจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นว่า การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งในเรื่องใดอาจกระทบต่อความมั่นคง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม หรืออาจนํามาซึ่งความไม่เรียบร้อยในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะสั่งให้ตลาดหลักทรัพย์ ปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกการดําเนินงานนั้นก็ได้

มาตรา ๑๕๕

มาตรา ๑๕๕ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์หรือกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน นอกจากตลาดหลักทรัพย์ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๑๕๖

มาตรา ๑๕๖ ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากตลาดหลักทรัพย์ ใช้ชื่อหรือคําแสดงชื่อในธุรกิจว่า “ตลาดหลักทรัพย์” หรือ “ตลาดหุ้น” หรือคําอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา ๑๕๗

มาตรา ๑๕๗ หลักทรัพย์ที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนตามส่วนที่ ๔ แห่งหมวดนี้

มาตรา ๑๕๘

มาตรา ๑๕๘ บริษัทหลักทรัพย์ที่จะทําการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ส่วน ๒ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๕๙

มาตรา ๑๕๙ ให้มีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจํานวนไม่เกินหกคนตามกระบวนการที่กําหนดในมาตรา ๑๕๙/๑ และบุคคลซึ่งสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เลือกตั้งอีกจํานวนไม่เกินสี่คน เป็นกรรมการ และให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตําแหน่ง ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่งนอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานกรรมการ และจะเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์อีกคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ๑๕๙/๑

มาตรา ๑๕๙/๑ บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๕๙ ต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์และต้องมาจากรายชื่อที่เสนอโดยนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง โดยอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้หรือประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งประเภทหรือลักษณะของนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดทุนซึ่งมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๐

มาตรา ๑๖๐ กรรมการตลาดหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา ข้าราชการการเมือง หรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้ง (๕) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก

มาตรา ๑๖๐/๑

มาตรา ๑๖๐/๑ ในกรณีที่สมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เห็นว่า การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์เฉพาะด้านของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย สมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ อาจเลือกบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยจํานวนไม่เกินสองคนเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ก็ได้

มาตรา ๑๖๑

มาตรา ๑๖๑ ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ดํารงตําแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งได้อีก แต่จะแต่งตั้งหรือเลือกตั้งให้ดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

มาตรา ๑๖๒

มาตรา ๑๖๒ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก (๔) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ เมื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งหรือสมาชิกตามมาตรา ๑๕๘ เลือกตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทน แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๖๓

มาตรา ๑๖๓ ให้นําความในมาตรา ๑๐ วรรคสอง มาตรา ๑๑ วรรคสอง มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๖๔

มาตรา ๑๖๔ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แต่งตั้งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์โดยให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๑๖๕

มาตรา ๑๖๕ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้อง (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ (๒) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่ตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๖

มาตรา ๑๖๖ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (๔) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก (๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐ มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ออกจากตําแหน่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจํานวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่นับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๗

มาตรา ๑๖๗ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และมีอํานาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๖๘

มาตรา ๑๖๘ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อการนี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์จะมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนโดยไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนดไว้ก็ได้ การมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ทําเป็นหนังสือ

มาตรา ๑๖๙

มาตรา ๑๖๙ เมื่อตําแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือพนักงานของตลาดหลักทรัพย์คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทําการแทนเป็นการชั่วคราวได้ ในการนี้ ให้ผู้ทําการแทนมีอํานาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๗๐

มาตรา ๑๗๐ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจหน้าที่วางนโยบายควบคุมดูแลการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการกําหนดระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน (๒) อัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน (๓) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ การเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๕๙ จํานวน วิธีการรับ คุณสมบัติ สิทธิและหน้าที่ วินัย การลงโทษ การประชุม ตลอดจนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (๔) การกําหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก ค่าบํารุง เงินประกันและค่าบริการต่าง ๆ ที่สมาชิกจะพึงจ่ายให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ (๕) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อกําหนดเพิ่มเติมในการบัญชีและการสอบบัญชีโดยไม่ขัดต่อมาตรฐานที่กําหนดโดยสถาบันวิชาชีพซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การรับรอง (๖) การประกาศรายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ให้ทําการสอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (๗) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทําทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ จดทะเบียน การเปิดเผยฐานะการเงิน และผลการดําเนินงานของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (๘) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการทําสัญญาเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าและบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก (๙) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การอนุญาตให้สมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์และการชําระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้มีการซื้อหรือขายในตลาดหลักทรัพย์ (๑๐) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว (๑๑) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสารและสมุดบัญชีของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ (๑๒) เวลาทําการประจําวันและวันหยุดทําการสําหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (๑๓) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการจัดทําและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ รวมทั้งกําหนดระยะเวลาการรับรองการโอนหลักทรัพย์และการออกใบหลักทรัพย์ (๑๔) การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน พนักงานและลูกจ้าง วินัย การลงโทษพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการร้องทุกข์และระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาดหลักทรัพย์ (๑๕) การกําหนดตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินบําเหน็จรางวัลพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ (๑๖) การสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง หรือผู้พ้นจากการเป็นพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น (๑๗) การอื่นใดที่จําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ การกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสอง ให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับระเบียบหรือข้อบังคับ ในกรณีที่การกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสองอาจมีผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจหรือประโยชน์ได้เสียของสมาชิก ผู้ลงทุน หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อน พร้อมทั้งจัดส่งรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การขอความเห็นชอบระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสามและการรับฟังความคิดเห็นตามวรรคสี่ มิให้ใช้บังคับกับระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสอง (๑๔) (๑๕) หรือ (๑๖) และระเบียบหรือข้อบังคับอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคสอง (๓) ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้หรือประสบการณ์อันจําเป็นต่อการดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ด้วย

มาตรา ๑๗๐/๑

มาตรา ๑๗๐/๑ ในกรณีที่ปรากฏต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่า กฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชนหรือไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองและรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งให้ตลาดหลักทรัพย์กําหนดกฎเกณฑ์เพิ่มเติม ยกเลิก หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้วได้

มาตรา ๑๗๑

มาตรา ๑๗๑ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) รับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐ (๑) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (๒) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกําหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๓) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าทําการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกําหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๔) เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนตามมาตรา ๑๗๐ (๑) การสั่งรับหลักทรัพย์หรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการของตลาดหลักทรัพย์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบก่อนวันที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหรือถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา ๑๗๒

มาตรา ๑๗๒ เพื่อให้การดําเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปโดยเรียบร้อยหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจสั่งให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทําการหรืองดเว้นกระทําการในเรื่องใด ๆ ตามความจําเป็นและสมควร ในกรณีที่บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฝ่าฝืนคําสั่งของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะใช้อํานาจตามมาตรา ๑๗๑ (๒) หรือ (๔) ก็ได้

มาตรา ๑๗๓

มาตรา ๑๗๓ ในกรณีที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนคําสั่งตามมาตรา ๑๗๒ ให้บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนนั้นมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทผู้เป็นต้นเหตุแห่งการฝ่าฝืนคําสั่งดังกล่าว บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ได้หลักทรัพย์นั้นมาก่อนการเพิกถอนและมิได้มีส่วนร่วมหรือให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติแก่การฝ่าฝืนเช่นว่านั้น

มาตรา ๑๗๔

มาตรา ๑๗๔ ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา ๑๗๓ ให้เป็นจํานวนเงินเท่ากับมูลค่าที่ลดลงจากราคาขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ๑๗๕

มาตรา ๑๗๕ ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจฟ้องร้องบังคับคดีเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา ๑๗๔ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ทั้งปวง

มาตรา ๑๗๖

มาตรา ๑๗๖ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อดําเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มอบหมายได้ และให้นําความในมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๑๗๗

มาตรา ๑๗๗ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กําหนด ส่วน ๓ การดําเนินงาน

มาตรา ๑๗๘

มาตรา ๑๗๘ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนองบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจําปีซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองต่อที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

มาตรา ๑๗๙

มาตรา ๑๗๙ ให้ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบุคคลที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เสนอ และให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกกําหนด ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และไม่เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ๑๘๐

มาตรา ๑๘๐ ให้ผู้สอบบัญชีมีอํานาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐานของตลาดหลักทรัพย์ และขอคําชี้แจงจากกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ พนักงานหรือลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๑๘๑

มาตรา ๑๘๑ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ยื่นงบดุลและบัญชีรายได้รายจ่ายประจําปีตลอดจนทํารายงานและจัดส่งเอกสารต่อสํานักงาน ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด

มาตรา ๑๘๒

มาตรา ๑๘๒ ให้ตลาดหลักทรัพย์จ่ายเงินให้แก่สํานักงานเพื่อเป็นการอุดหนุนตามอัตราที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด

มาตรา ๑๘๒/๑

มาตรา ๑๘๒/๑ ให้ตลาดหลักทรัพย์นําส่งเงินให้แก่กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนตามมาตรา ๒๑๘/๒ ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ภาษี และเงินสํารอง ทั้งนี้ ให้ใช้งบการเงินรวมของตลาดหลักทรัพย์ในการคํานวณจํานวนเงินนําส่ง การกันเงินสํารองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามประเภทและจํานวนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด และให้ตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกันเงินสํารองดังกล่าวไว้ในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้

มาตรา ๑๘๓

มาตรา ๑๘๓ ให้ตลาดหลักทรัพย์หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีอํานาจเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบเพื่อคุ้มครองประโยชน์หรือส่วนได้เสียของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๑๘๔

มาตรา ๑๘๔ การซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กระทําได้โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อหรือการขายหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง สมาชิกจะกระทําการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนของบุคคลใด ๆ หรือของบริษัทหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นสมาชิกก็ได้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อาจประกาศกําหนดให้บุคคลที่มิใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์สามารถทําการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนประเภทใดประเภทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ได้

มาตรา ๑๘๕

มาตรา ๑๘๕ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือขายในฐานะนายหน้าหรือตัวแทนหรือในนามของสมาชิกเอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์หรือเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการ ในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาต

มาตรา ๑๘๖

มาตรา ๑๘๖ เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประโยชน์ของประชาชนหรือเศรษฐกิจของประเทศ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจ (๑) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกําหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร (๒) สั่งให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กระทําการหรืองดเว้นกระทําการอื่นใดตามที่เห็นสมควร การดําเนินการตาม (๑) ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําเป็นหนังสือและประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการของตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งรายงานให้รัฐมนตรีทราบโดยเร็ว ในการนี้ ให้รัฐมนตรีมีอํานาจสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงการสั่งการดังกล่าวได้

มาตรา ๑๘๗

มาตรา ๑๘๗ ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องอันเนื่องมาแต่เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผลให้ไม่อาจซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามปกติ ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีอํานาจสั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรายงานเหตุดังกล่าวโดยละเอียดต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในทันที

มาตรา ๑๘๘

มาตรา ๑๘๘ เมื่อสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์รายใดพ้นจากสมาชิกภาพ ตลาดหลักทรัพย์ต้องอนุญาตให้สมาชิกนั้นซื้อขายหลักทรัพย์รายการที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ส่วน ๔ หลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา ๑๘๙

มาตรา ๑๘๙ บุคคลใดประสงค์จะนําหลักทรัพย์ที่ตนออกไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องนําหลักทรัพย์นั้นไปจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคําขอจดทะเบียนแล้ว ให้พิจารณาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อสั่งรับหรือไม่รับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน

มาตรา ๑๙๐

มาตรา ๑๙๐ ในกรณีที่ต้องมีการส่งมอบ การโอน การยึดถือหรือส่งคืนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ใช้หลักทรัพย์ของนิติบุคคลเดียวกันหรือของโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภทและชนิดเดียวกัน และจํานวนเท่ากันแทนกันได้

มาตรา ๑๙๑

มาตรา ๑๙๑ ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด การจัดให้มีทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะมอบให้ตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๑ เป็นผู้ดําเนินการแทนก็ได้

มาตรา ๑๙๒

มาตรา ๑๙๒ ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนใดซึ่งมีจํานวนรวมกันไม่ต่ํากว่าร้อยละยี่สิบห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้นร้องขอต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ดังกล่าว ให้ตลาดหลักทรัพย์รับเป็นนายทะเบียนตามคําขอนั้น และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดําเนินการส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งการรับเป็นนายทะเบียนต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ เมื่อพ้นกําหนดดังกล่าวแล้วบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังกล่าวจะทําหน้าที่นายทะเบียนต่อไปไม่ได้

มาตรา ๑๙๓

มาตรา ๑๙๓ ในกรณีที่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะงดรับการลงทะเบียนการโอนหลักทรัพย์ชนิดระบุชื่อผู้ถือก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และได้มีผู้ถือหลักทรัพย์ขอลงทะเบียนการโอนไว้ก่อนวันงดรับการลงทะเบียนดังกล่าว บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจะต้องดําเนินการโอนหลักทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นนั้น

มาตรา ๑๙๔

มาตรา ๑๙๔ ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนจ่ายเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่บุคคลที่มิได้ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ และในกรณีที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหุ้น ห้ามมิให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวยอมให้บุคคลนั้นออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ๑๙๕

มาตรา ๑๙๕ ในกรณีที่เจ้าของหลักทรัพย์มีสัญญาให้บริษัทหลักทรัพย์ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีบัญชีหลักทรัพย์จดทะเบียนดังกล่าวตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด และต้องลงรายการให้ถูกต้องครบถ้วน ตรงตามความเป็นจริง และเป็นปัจจุบัน (๒) รักษาหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้ให้ตรงตามประเภท ชนิด และตามจํานวนสุทธิที่ปรากฏในบัญชีหลักทรัพย์ตาม (๑) อยู่ตลอดเวลา เว้นแต่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะประกาศกําหนดเป็นอย่างอื่น และต้องส่งคืนให้แก่ผู้กู้ได้ในทันทีที่ผู้กู้ได้ชําระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว การยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่งมิให้นํามาตรา ๗๕๒ และมาตรา ๗๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับ ให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับการจํานําตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับกับการให้ประกันตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้และมาตรา ๑๙๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ยึดถือหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือหลักทรัพย์ดังกล่าวทํานองเดียวกับผู้รับจํานํา

มาตรา ๑๙๖

มาตรา ๑๙๖ การบังคับขายหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ยึดถือไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๑๙๕ ผู้ให้กู้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้กู้และผู้ให้ประกันก่อน เพื่อให้มีการชําระหนี้ภายในเวลาอันควร ถ้าผู้กู้และผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคําบอกกล่าว ผู้ให้กู้มีสิทธินําหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด หรือขายทอดตลาดได้ ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการบังคับจํานําหลักทรัพย์จดทะเบียนที่จํานําไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย โดยอนุโลม

มาตรา ๑๙๗

มาตรา ๑๙๗ ในการออกใบหลักทรัพย์ ให้นายทะเบียนหลักทรัพย์มีอํานาจลงลายมือชื่อในใบหลักทรัพย์แทนการลงลายมือชื่อกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนได้เมื่อได้รับมอบหมายจากบริษัทดังกล่าว

มาตรา ๑๙๘

มาตรา ๑๙๘ บทบัญญัติมาตรา ๑๙๑ มาตรา ๑๙๒ มาตรา ๑๙๓ มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๑๙๕ และมาตรา ๑๙๖ มิให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ (๑) พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ (๒) ตั๋วเงิน (๓) หลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ๑๙๙

มาตรา ๑๙๙ ให้นําความในมาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๕ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การโอนและการจัดทําทะเบียนหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่ตั๋วเงินโดยอนุโลม ให้นําความในมาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๒ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเปิดเผยข้อมูลและผู้สอบบัญชีของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียนอันมิใช่พันธบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือหลักทรัพย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กําหนดโดยอนุโลม แต่ในกรณีที่บริษัทดังกล่าวได้จัดทําและส่งรายงานการเปิดเผยข้อมูลต่อสํานักงานตามมาตรา ๕๖ ไว้แล้ว บริษัทจะส่งสําเนารายงานข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง กําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานหรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุนให้ถือว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกําหนดอํานาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์หรือคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๐๐

มาตรา ๒๐๐ ให้งบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนประจํางวดการบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่จัดทําตามแบบที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๑๐๖ วรรคหนึ่ง หรือกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินนั้น เป็นงบการเงินประจํางวดการบัญชีตามที่กําหนดในมาตรา ๑๙๙ และให้ถือว่าผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๐๖ หรือตามกฎหมายดังกล่าว เป็นผู้สอบบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความเห็นชอบ ส่วน ๕ การชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ๒๐๑

มาตรา ๒๐๑ ในกรณีที่สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์มีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง หรือระหว่างสมาชิกกับลูกค้าของสมาชิก คู่พิพาทอาจยื่นคําร้องต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อขอให้มีการชี้ขาดข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งหนึ่งคนเป็นประธาน และบุคคลซึ่งคู่พิพาทแต่งตั้งอีกฝ่ายละหนึ่งคน

มาตรา ๒๐๒

มาตรา ๒๐๒ คําร้องตามมาตรา ๒๐๑ ให้เป็นไปตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด และอย่างน้อยต้องระบุเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและที่อยู่ของคู่พิพาท (๒) ประเด็นข้อพิพาท (๓) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๒๐๓

มาตรา ๒๐๓ ให้นํากฎหมายว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับกับการพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาทตามมาตรา ๒๐๑ โดยอนุโลม ส่วน ๑ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).