我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 หมวด ๑๔๑ มาตรา ๑๔๑ ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใด

มาตรา ๑๔๒–มาตรา ๑๕๒共 11 條

มาตรา ๑๔๒

มาตรา ๑๔๒ เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสํานักงานว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมีการดําเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขฐานะหรือการดําเนินงานดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ๑๔๓

มาตรา ๑๔๓ ในกรณีที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมีการดําเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ดําเนินการแก้ไขการบริหารงานให้ถูกต้องหรือดําเนินการอื่นใดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด ในการนี้ คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฐานะหรือการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้นด้วยก็ได้ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ดําเนินการแก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขการดําเนินงานดังกล่าวได้ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์นั้นได้

มาตรา ๑๔๔

มาตรา ๑๔๔ เมื่อปรากฏหลักฐานต่อสํานักงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ใดมีฐานะหรือมีการดําเนินงานในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน หรือกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามมาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ผู้เป็นต้นเหตุดังกล่าวออกจากตําแหน่งได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแต่งตั้งบุคคลอื่นโดยความเห็นชอบจากสํานักงานเข้าดํารงตําแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน

มาตรา ๑๔๕

มาตรา ๑๔๕ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ถอดถอนบุคคลหรือถอดถอนแล้วไม่แต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดํารงตําแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอดถอน ให้สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจสั่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์นั้นไม่ถอดถอน (๒) แต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดไปดํารงตําแหน่งแทนผู้ซึ่งถูกถอดถอนเป็นเวลาไม่เกินสามปี และให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนดโดยให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และในระหว่างเวลาที่บุคคลดังกล่าวดํารงตําแหน่งอยู่ ผู้ถือหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จะมีมติเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคําสั่งของสํานักงานมิได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าคําสั่งของสํานักงานตามวรรคหนึ่งเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด แล้วแต่กรณี บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดําเนินการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อมในบริษัทหลักทรัพย์นั้นมิได้ และต้องอํานวยความสะดวก และให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งแทน

มาตรา ๑๔๖

มาตรา ๑๔๖ บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานตามมาตรา ๑๔๔ ให้สํานักงานรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

มาตรา ๑๔๗

มาตรา ๑๔๗ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาตในปริมาณที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดในช่วงระยะเวลาสองปีใด ๆ ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการทุกประเภทหรือประเภทใดประเภทหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตนั้นได้

มาตรา ๑๔๘

มาตรา ๑๔๘ ในกรณีที่รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๔๓ มาตรา ๑๔๖ หรือมาตรา ๑๔๗ ที่เป็นการสั่งเพิกถอนการประกอบกิจการทุกประเภท ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเป็นอันเลิกบริษัท ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่อาจประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ตามกฎหมายอื่น

มาตรา ๑๔๙

มาตรา ๑๔๙ ในการเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทหลักทรัพย์ ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทราบและปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น กับทั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

มาตรา ๑๕๐

มาตรา ๑๕๐ บริษัทหลักทรัพย์ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาตให้ยื่นขออนุญาตเลิกประกอบกิจการต่อรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการอนุญาตรัฐมนตรีจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้

มาตรา ๑๕๑

มาตรา ๑๕๑ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ใดเลิกกิจการหรือเลิกประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นทําการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ ชําระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ในรายการที่ค้างอยู่ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ๑๕๒

มาตรา ๑๕๒ เมื่อมีการเลิกบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๔๘ ให้มีการชําระบัญชีและให้สํานักงานแต่งตั้งผู้ชําระบัญชี การชําระบัญชีให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชําระบัญชีบริษัทจํากัด หรือกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัดว่าด้วยการชําระบัญชี แล้วแต่กรณี เว้นแต่การใดที่เป็นอํานาจและหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ ให้เป็นอํานาจและหน้าที่ของสํานักงาน ค่าใช้จ่ายในการชําระบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ใดให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ส่วน ๑ การจัดตั้ง

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).