我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 หมวด ๔ ธุรกิจหลักทรัพย์

มาตรา ๙๐–มาตรา ๑๔๐/๑共 60 條

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จะกระทําได้ต่อเมื่อได้จัดตั้งในรูปบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดหรือเมื่อเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น ทั้งนี้ โดยได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. วรรคสอง (ยกเลิก) การควบบริษัทหลักทรัพย์เข้ากันให้ถือว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด แล้วแต่กรณี การขอรับใบอนุญาต การขอความเห็นชอบ การออกใบอนุญาต และการให้ความเห็นชอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ตลอดจนเสียค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศหรือเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชน ให้รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจกําหนดเงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่สภาพการณ์ที่ก่อให้เกิดความจําเป็นตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กําหนดไว้แล้วนั้นได้

มาตรา ๙๑/๑

มาตรา ๙๑/๑ เพื่อให้การกํากับดูแลการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เหมาะสมกับรูปแบบการประกอบธุรกิจและได้สัดส่วนกับความจําเป็นในการคุ้มครองผู้ลงทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจประกาศกําหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่ประกอบธุรกิจในลักษณะตามที่กําหนดได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างไปจากบทบัญญัติในส่วนที่ ๒ การกํากับและควบคุม ของหมวดนี้ ทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ให้ผู้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งถือปฏิบัติด้วยก็ได้

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ บริษัทหลักทรัพย์อาจมีสํานักงานสาขาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากสํานักงาน การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด การจัดตั้งสํานักงานสาขาของสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๙๓

มาตรา ๙๓ ผู้ใดจะกระทําการแทนบริษัทซึ่งจัดตั้งและประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายต่างประเทศ โดยมีสํานักงานติดต่อกับบุคคลทั่วไปในราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาตจากสํานักงาน ให้ผู้กระทําการแทนตามวรรคหนึ่งทํากิจการได้เฉพาะที่ระบุไว้ในการอนุญาต มิให้นําความในมาตรา ๙๕ มาใช้บังคับแก่ผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรานี้ แต่ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานกําหนด ส่วน ๒ การกํากับและควบคุม

มาตรา ๙๔

มาตรา ๙๔ บริษัทหลักทรัพย์ต้องใช้ชื่อซึ่งมีคําว่า “บริษัทหลักทรัพย์” นําหน้าและ “จํากัด” ต่อท้าย

มาตรา ๙๕

มาตรา ๙๕ ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากบริษัทหลักทรัพย์ใช้ชื่อหรือคําแสดงชื่อในธุรกิจว่า “บริษัทหลักทรัพย์” หรือคําอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน

มาตรา ๙๖

มาตรา ๙๖ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจประกาศกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วตามจํานวนที่กําหนดสําหรับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แต่ละประเภทหรือแต่ละลักษณะก็ได้

มาตรา ๙๗

มาตรา ๙๗ ให้บริษัทหลักทรัพย์ดํารงเงินกองทุนให้เพียงพอตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด

มาตรา ๙๘

มาตรา ๙๘ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการ ดังต่อไปนี้ (๑) ลดทุนโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (๒) กระทําการใด ๆ อันจะทําให้ลูกค้า หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา คุณค่า และลักษณะของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง (๓) กระทําการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการเอาเปรียบลูกค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๔) ซื้อขายหลักทรัพย์ล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในนามของตนเองหรือลูกค้า เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดให้กระทําได้ (๕) ขายหลักทรัพย์โดยที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองหรือมิได้มีบุคคลใดมอบหมายให้ขายหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดให้กระทําได้ (๖) รับคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์จากลูกค้านอกสถานที่ทําการของสํานักงานใหญ่หรือสํานักงานสาขา เว้นแต่สํานักงานจะกําหนดเป็นอย่างอื่น (๗) ซื้อหรือมีหุ้น เว้นแต่ (ก) เป็นการได้มาเนื่องจากประกอบการค้าหลักทรัพย์ การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ หรือธุรกิจหลักทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด หรือ (ข) เป็นการได้มาโดยได้รับผ่อนผันจากสํานักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๘) ประกอบกิจการอื่นใดที่มิใช่ธุรกิจหลักทรัพย์ในประเภทที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน การประกอบกิจการอื่นใดตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้าหลักทรัพย์หรือการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าหลักทรัพย์ (๙) ย้ายที่ตั้งสํานักงานใหญ่หรือสํานักงานสาขาโดยมิได้รับอนุญาตจากสํานักงาน (๑๐) โฆษณากิจการของบริษัทหลักทรัพย์นั้น เว้นแต่การโฆษณานั้นจะได้กระทําตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๙๙

มาตรา ๙๙ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ครอบครองอยู่ในขณะใดขณะหนึ่งว่า บริษัทหลักทรัพย์ได้ครอบครองไว้เพื่อตนเองหรือเพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทได้ครอบครองไว้เพื่อลูกค้ารายใด ให้เป็นไปตามลําดับก่อนหลัง ดังต่อไปนี้ (๑) ให้การครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในลําดับก่อนการครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อตนเอง (๒) ให้ลูกค้าที่สั่งซื้อก่อนได้รับประโยชน์ตามลําดับก่อนหลังหลักทรัพย์ที่ซื้อ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะยึดถือหลักทรัพย์ดังกล่าวไว้เป็นประกันการชําระหนี้เงินกู้ด้วยหรือไม่ก็ตาม

มาตรา ๑๐๐

มาตรา ๑๐๐ การตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ต้องได้รับอนุญาตจากสํานักงานก่อน การขอรับอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๑

มาตรา ๑๐๑ ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งเป็นหนังสือต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัทหลักทรัพย์

มาตรา ๑๐๒

มาตรา ๑๐๒ การให้กู้ยืมเงินเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด

มาตรา ๑๐๓

มาตรา ๑๐๓ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ (๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๒) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต (๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (๔)[[๑๑๔]](https://www.krisdika.go.th/librarian/getfile?sysid=573045&ext=htm#_ftn114) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทหลักทรัพย์อื่น เว้นแต่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้จัดการตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๕ หรือเคยถูกถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น (๖) เป็นข้าราชการการเมือง (๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมบริษัทหลักทรัพย์ พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงาน เว้นแต่ (ก) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดําเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ หรือ (ข) เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๔๕ (ค) เป็นกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ (๘) (ยกเลิก) (๙) เป็นบุคคลซึ่งมิได้มีคุณวุฒิทางการศึกษา ประสบการณ์ในการทํางานหรือคุณสมบัติอื่น ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๑๐) มีลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๔

มาตรา ๑๐๔ บริษัทหลักทรัพย์จะแต่งตั้งกรรมการหรือผู้จัดการ หรือทําสัญญาให้บุคคลอื่นมีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์ได้ ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนความเห็นชอบที่ได้ให้ไว้แล้วได้ และให้บริษัทหลักทรัพย์เสนอชื่อบุคคลอื่นแทนเพื่อขอความเห็นชอบจากสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนความเห็นชอบ ให้นําความในมาตรา ๑๐๓ มาใช้บังคับแก่บุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ทําสัญญาให้มีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ตลอดจนผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่บุคคลนั้นด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๐๕

มาตรา ๑๐๕ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทําบัญชีเพื่อแสดงผลการดําเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงโดยถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กําหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด

มาตรา ๑๐๖

มาตรา ๑๐๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทํางบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนทุกงวด การบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด งบดุลนั้นต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในรอบปีบัญชีนั้นและผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศงบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนที่จัดทําขึ้นตามวรรคหนึ่งทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือน โดยให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งฉบับ และเสนอต่อสํานักงานหนึ่งฉบับ การจัดทํางบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนสําหรับงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปีบัญชีตามวรรคหนึ่งและการประกาศตามวรรคสอง ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี และสําหรับงวดประจําปีบัญชี ให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ระยะเวลาทั้งหมดต้องไม่เกินสี่เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น ทั้งนี้ เว้นแต่สํานักงานจะได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๐๗

มาตรา ๑๐๗ ผู้สอบบัญชีตามมาตรา ๑๐๖ ต้องรักษามรรยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ทําเอกสารประกอบการลงบัญชีและหรือลงบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญของบัญชีที่มีผลกระทบต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนจะต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีผู้นั้นได้

มาตรา ๑๐๘

มาตรา ๑๐๘ ให้บริษัทหลักทรัพย์ประกาศรายการหรือเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์นั้นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด ประกาศรายการหรือข้อมูลดังกล่าว ให้แสดงไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานของบริษัทหลักทรัพย์นั้น และให้รายงานต่อสํานักงานทราบพร้อมด้วยสําเนาประกาศรายการหรือข้อมูลที่เปิดเผย

มาตรา ๑๐๙

มาตรา ๑๐๙ สํานักงานจะกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ใดยื่นรายงานหรือแสดงเอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวตามที่สํานักงานกําหนดก็ได้ และสํานักงานจะให้ทําคําชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความแห่งรายงานหรือเอกสารนั้นด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และภายในกําหนดเวลาที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด รายงานและเอกสารที่ยื่นหรือแสดงหรือคําชี้แจงเพื่ออธิบายหรือขยายความตามวรรคหนึ่ง บริษัทหลักทรัพย์ต้องทําให้ครบถ้วนและตรงต่อความเป็นจริง

มาตรา ๑๑๐

มาตรา ๑๑๐ บริษัทหลักทรัพย์ต้องเปิดทําการตามเวลาและหยุดทําการตามวันที่สํานักงานกําหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสํานักงานให้เปิดทําการหรือหยุดทําการในเวลาหรือวันอื่น

มาตรา ๑๑๑

มาตรา ๑๑๑ มิให้นําความในมาตรา ๙๔ มาตรา ๙๘ (๑) (๗) (๘) และ (๙) มาตรา ๑๐๔ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๗ มาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๑๐ มาใช้บังคับแก่สถาบันการเงินที่จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๙๐

มาตรา ๑๑๑/๑

มาตรา ๑๑๑/๑ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ตกเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษาถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กํากับดูแลตามกฎหมายอื่นสั่งระงับการดําเนินกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด ให้นําความในมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับแก่ลูกค้า และทรัพย์สินที่ถือว่าเป็นของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในการนี้ ให้สันนิษฐานว่ารายการและจํานวนทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งปรากฏตามบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทําขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดเป็นรายการและจํานวนที่ถูกต้อง เว้นแต่จะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ “ลูกค้า” หมายความว่า (๑) บุคคลที่ใช้บริการด้านธุรกิจหลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด และมีฐานะสุทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีสิทธิเรียกเอาเงิน หลักทรัพย์ ตราสารทางการเงิน หรือทรัพย์สินอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับ ได้มา หรือมีไว้เพื่อบุคคลดังกล่าว (๒) บุคคลอื่นนอกจากบุคคลตาม (๑) ซึ่งมีฐานะสุทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์อันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ดําเนินการเพื่อประโยชน์ของบุคคลตาม (๑) “ทรัพย์สินที่ถือว่าเป็นของลูกค้า” หมายความว่า (๑) บรรดาทรัพย์สินของลูกค้าและทรัพย์สินอื่นที่ได้มาแทนทรัพย์สินของลูกค้า ตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครอง หรืออํานาจสั่งการหรือสั่งจําหน่ายของบริษัทหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด (๒) หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นใดที่บริษัทหลักทรัพย์ถือไว้ในลักษณะเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินที่ออกโดยนิติบุคคลเดียวกันหรือโครงการจัดการกองทุนรวมเดียวกัน ประเภท และชนิดเดียวกันกับหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินของลูกค้า ทั้งนี้ ในจํานวนที่จําเป็นเพื่อการส่งคืนหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินประเภทและชนิดเดียวกันนั้นแก่ลูกค้าตามสิทธิเรียกร้องที่ลูกค้ามีต่อบริษัทหลักทรัพย์ ส่วน ๓ การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ๑๑๒

มาตรา ๑๑๒ ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องทําสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าที่มอบหมายให้ทําการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในการนี้ คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจกําหนดรายการอันเป็นสาระสําคัญแห่งสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาดังกล่าวก็ได้

มาตรา ๑๑๓

มาตรา ๑๑๓ ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๔ การค้าหลักทรัพย์

มาตรา ๑๑๔

มาตรา ๑๑๔ ในการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการค้าหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๕ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

มาตรา ๑๑๕

มาตรา ๑๑๕ ในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด และคณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะกําหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์อาจเรียกจากลูกค้าในการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนด้วยก็ได้ ส่วน ๖ การจัดจําหน่ายหลักทรัพย์

มาตรา ๑๑๖

มาตรา ๑๑๖ ในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด และคณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะกําหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์ อาจเรียกจากลูกค้าในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ด้วยก็ได้ ส่วน ๗ การจัดการกองทุนรวม

มาตรา ๑๑๗

มาตรา ๑๑๗ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมได้ เมื่อคําขอจัดตั้งกองทุนรวมนั้นได้รับอนุมัติจากสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๑๘

มาตรา ๑๑๘ ในการยื่นคําขอจัดตั้งกองทุนรวมตามมาตรา ๑๑๗ บริษัทหลักทรัพย์ต้องส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ด้วย (๑) รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมตามรายการที่สํานักงานประกาศกําหนด (๒) ร่างข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ (๓) ร่างสัญญาจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

มาตรา ๑๑๙

มาตรา ๑๑๙ ข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อยต้องมีสาระสําคัญ ดังต่อไปนี้ (๑) อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทหลักทรัพย์ (๒) การแต่งตั้ง เงื่อนไขการเปลี่ยนตัว และค่าตอบแทนของผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม (๓) อัตรา และวิธีการจ่ายค่าตอบแทนและบําเหน็จในการจัดการกองทุนรวม (๔) สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน (๕) การเลิกกองทุนรวมไม่ว่าเพราะเหตุครบกําหนดอายุของโครงการจัดการกองทุนรวมหรือเพราะเหตุอื่นใด (๖) รายการอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ ข้อผูกพันตามมาตรา ๑๑๙ และสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องไม่มีข้อจํากัดความรับผิดของบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีลักษณะอันไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อความในข้อผูกพันหรือในสัญญาใดที่มีลักษณะที่ขัดบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ตกเป็นโมฆะ

มาตรา ๑๒๑

มาตรา ๑๒๑ ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมต้องเป็นธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติตามที่สํานักงานประกาศกําหนด ในการประกาศกําหนดตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะกําหนดในเรื่องดังต่อไปนี้เป็นสําคัญ (๑) เงินกองทุน สินทรัพย์รวมสุทธิ และผลการดําเนินงานของผู้ที่จะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ (๒) ความสัมพันธ์ของผู้ดูแลผลประโยชน์กับบริษัทหลักทรัพย์ (๓) การจัดองค์กรและการควบคุมภายในเพื่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์

มาตรา ๑๒๒

มาตรา ๑๒๒ เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตามมาตรา ๑๑๗ แล้วและก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชน ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

มาตรา ๑๒๓

มาตรา ๑๒๓ การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนจะกระทําได้ต่อเมื่อบริษัทหลักทรัพย์ได้จัดส่งหรือแจกจ่ายหนังสือชี้ชวนพร้อมทั้งระบุวันที่ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมไว้ด้วย หนังสือชี้ชวนต้องเป็นไปตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด สําหรับรายการในหนังสือชี้ชวนที่ตรงกับรายการในโครงการจัดการกองทุนรวมต้องมีสาระสําคัญของข้อมูลไม่ต่างกัน

มาตรา ๑๒๔

มาตรา ๑๒๔ เงินที่ได้รับจากการจําหน่ายหน่วยลงทุนในแต่ละโครงการจัดการกองทุนรวมให้รวมเข้าเป็นกองทรัพย์สิน และให้บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนกองทรัพย์สินดังกล่าวเป็นกองทุนรวมกับสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์นําทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนตามโครงการจัดการกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติ โดยให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของกองทุนรวม ให้กองทุนรวมตามวรรคสองมีสัญชาติเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของกองทุนรวม

มาตรา ๑๒๔/๑

มาตรา ๑๒๔/๑ ในการจัดการกองทุนรวม ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดให้มีนโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการจัดการกองทุนรวม รวมทั้งติดตามดูแลการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและการกระทําที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุนหรืออาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๕

มาตรา ๑๒๕ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดการให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติ ตลอดจนข้อผูกพันที่ทําไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างเคร่งครัด (๒) จัดให้มีการฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม (๓) จัดทําบัญชีแสดงการลงทุนของกองทุนรวมไว้โดยถูกต้องครบถ้วน (๔) จัดทํารายงานการลงทุนของกองทุนรวมให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด (๕) จัดให้มีทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (๖) จัดให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการนําทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนและนําผลประโยชน์ดังกล่าวฝากไว้กับผู้ดูแลผลประโยชน์

มาตรา ๑๒๖

มาตรา ๑๒๖ ในการจัดการกองทุนรวม ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการดังต่อไปนี้ (๑) กระทําการใด ๆ อันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่สํานักงานประกาศกําหนด (๒) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการนั้นเอง (๓)(ยกเลิก) (๔) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทใดเกินอัตราส่วนที่สํานักงานประกาศกําหนด ทั้งนี้ สํานักงานจะกําหนดตามประเภทของหลักทรัพย์หรือตามประเภทของกิจการของบริษัทนั้นก็ได้ (๕) กู้ยืมเงินในนามของกองทุนรวม หรือก่อภาระผูกพันใด ๆ แก่ทรัพย์สินของกองทุนรวม เว้นแต่เป็นการเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด การประกาศตาม (๔) สํานักงานจะประกาศกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ สําหรับแต่ละกองทุนรวมหรือรวมทุกกองทุนรวมที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการก็ได้

มาตรา ๑๒๖/๑

มาตรา ๑๒๖/๑ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์เดียวกันนั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการได้ต่อเมื่อได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งในโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติและในหนังสือชี้ชวน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๗

มาตรา ๑๒๗ ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๕ โดยเคร่งครัด (๒) รับฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมโดยแยกไว้ต่างหากจากทรัพย์สินอื่น พร้อมทั้งดูแลให้การเบิกจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมเป็นไปตามที่ระบุไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม (๓) จัดทําบัญชีแสดงการรับจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวม (๔) จัดทํารายงานเสนอต่อสํานักงาน ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทําการ หรืองดเว้นกระทําการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๕ (๕) ดําเนินการฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามหน้าที่ของตน หรือฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง หรือเมื่อได้รับคําสั่งจากสํานักงาน ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมใดให้เรียกร้องจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

มาตรา ๑๒๘

มาตรา ๑๒๘ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์กระทําการหรืองดเว้นกระทําการจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนรวม หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรา ๑๒๕ ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมจัดทํารายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดและส่งให้แก่สํานักงานภายในห้าวันนับแต่วันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมรู้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ในกรณีที่สํานักงานได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง และพิจารณาเห็นว่าการกระทําของบริษัทหลักทรัพย์เป็นการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์แก้ไขการกระทําหรืองดเว้นการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา ๑๒๕ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของสํานักงานที่สั่งตามวรรคสอง ให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) สั่งเพิกถอนการเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการของบริษัทหลักทรัพย์นั้นและแต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นเข้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดําเนินการแทน ทั้งนี้ ให้ถือว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่สํานักงานแต่งตั้งได้รับไปซึ่งสิทธิและหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกสั่งเพิกถอน (๒) สั่งให้บริษัทหลักทรัพย์เลิกกองทุนรวมนั้น

มาตรา ๑๒๙

มาตรา ๑๒๙ ในการจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติจากสํานักงาน การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีการจัดการให้กระทําโดยการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งจะดําเนินการโดยการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนหรือการส่งหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนก็ได้ ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือวิธีการจัดการให้สํานักงานทราบ รวมทั้งแจ้งไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคนและเผยแพร่ในลักษณะที่ผู้ลงทุนทั่วไปสามารถเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมติให้แก้ไข

มาตรา ๑๒๙/๑

มาตรา ๑๒๙/๑ การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีการจัดการในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจขอให้สํานักงานให้ความเห็นชอบแทนการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคสอง ก็ได้ (๑) การเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดเกี่ยวกับการขายและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (๒) การเพิ่มชนิดหน่วยลงทุนที่ไม่ทําให้สิทธิที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีอยู่เดิมด้อยลง (๓) การดําเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัตินี้ (๔) การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมหรือแก้ไขวิธีการจัดการในลักษณะที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๙/๒

มาตรา ๑๒๙/๒ ในการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนตามมาตรา ๑๒๙ ต้องมีผู้ถือหน่วยลงทุนเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนหรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมด และต้องมีหน่วยลงทุนนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวม จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งใด เมื่อล่วงเวลานัดไปแล้วถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่เข้าร่วมประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุมตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง บริษัทหลักทรัพย์อาจนัดประชุมใหม่ โดยในการประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม มติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของจํานวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งเข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะประกาศกําหนดให้ต้องได้คะแนนเสียงของจํานวนหน่วยลงทุนที่มากกว่านั้น ให้นําความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยการส่งหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยอนุโลม

มาตรา ๑๒๙/๓

มาตรา ๑๒๙/๓ การส่งหนังสือนัดประชุมหรือหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อมูลที่ต้องแจ้งในหนังสือนัดประชุมหรือหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน การจัดการประชุม สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน การมอบฉันทะ และการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๒๙/๔

มาตรา ๑๒๙/๔ ในการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งใด ไม่ว่าจะโดยการจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนหรือโดยการส่งหนังสือขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน หากผู้ถือหน่วยลงทุนเห็นว่า มติของผู้ถือหน่วยลงทุนในครั้งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือบริษัทหลักทรัพย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๙/๒ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือวิธีการที่กําหนดตามมาตรา ๑๒๙/๓ ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าห้าคนและมีหน่วยลงทุนนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของโครงการจัดการกองทุนรวมนั้นจะร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งนั้นก็ได้แต่ต้องร้องขอต่อศาลภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีมติให้แก้ไข

มาตรา ๑๓๐

มาตรา ๑๓๐ เมื่อเลิกกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้งผู้ชําระบัญชีเพื่อทําหน้าที่รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งทําการอย่างอื่นตามแต่จําเป็นเพื่อชําระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ผู้ชําระบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อน ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการชําระบัญชีของกองทุนรวมใด ให้จ่ายจากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น

มาตรา ๑๓๑

มาตรา ๑๓๑ เมื่อการชําระบัญชีเสร็จสิ้นให้ผู้ชําระบัญชีขอจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมกับสํานักงาน ภายหลังจดทะเบียนเลิกกองทุนรวมแล้ว หากปรากฏว่ายังมีทรัพย์สินคงค้างอยู่ ให้ผู้ชําระบัญชีจัดการโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงาน

มาตรา ๑๓๒

มาตรา ๑๓๒ ให้นําความในมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๘๐ มาตรา ๘๑ มาตรา ๘๒ มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๗ และมาตรา ๘๙ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับแก่การเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนและการฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้ดูแลผลประโยชน์โดยอนุโลม ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อประโยชน์ของกองทุนรวมใด ให้เรียกร้องได้จากทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น ส่วน ๘ การจัดการกองทุนส่วนบุคคล

มาตรา ๑๓๓

มาตรา ๑๓๓ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ให้บริษัทหลักทรัพย์ทําสัญญาเป็นหนังสือกับบุคคลหรือคณะบุคคลที่มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล และต้องดําเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการนี้ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจกําหนดรายการอันเป็นสาระสําคัญแห่งสัญญาดังกล่าวได้

มาตรา ๑๓๔

มาตรา ๑๓๔ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยความเห็นชอบของสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้นําความในมาตรา ๑๓๓ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลดําเนินการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคสองหรือวรรคสาม ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลนั้นได้

มาตรา ๑๓๕

มาตรา ๑๓๕ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้รับฝากทรัพย์สินโดยความเห็นชอบของสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด บริษัทหลักทรัพย์อาจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด

มาตรา ๑๓๖

มาตรา ๑๓๖ ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลออกจากทรัพย์สินของตน และในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการ ให้บริษัทหลักทรัพย์นําทรัพย์สินนั้นไปฝากไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา ๑๓๕ วรรคหนึ่ง ภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับทรัพย์สินนั้นมา หรือภายในระยะเวลาตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๓๗

มาตรา ๑๓๗ ในการรับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินแยกทรัพย์สินที่ตนรับฝากไว้ออกจากทรัพย์สินอื่นของตน และดําเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่รับฝากนั้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด ผู้รับฝากทรัพย์สินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สินนั้นได้

มาตรา ๑๓๘

มาตรา ๑๓๘ บรรดาทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ต้องลงชื่อของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะผู้ทําการแทนไว้ด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสํานักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๓๙

มาตรา ๑๓๙ ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการ ดังต่อไปนี้ (๑) ลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นใดเพื่อเป็นทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล นอกจากที่ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล (๒) รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ตามอัตราและวิธีการที่กําหนดไว้ในสัญญามอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคล (๓) ซื้อหรือขายทรัพย์สินในนามของตนเองให้แก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถึงการกระทําดังกล่าว (๔) ให้คํารับรองแก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลว่าจะมีกําไรหรือผลตอบแทนในอัตราที่แน่นอนหรือสัญญาว่าจะไม่มีผลขาดทุนในอัตราที่กําหนดไว้โดยแน่นอน เว้นแต่เป็นการให้คํารับรองตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด (๕) กระทําการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ๑๔๐

มาตรา ๑๔๐ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทําบัญชีแสดงฐานะทางการเงินของกองทุนส่วนบุคคลแต่ละรายตามแบบที่สํานักงานประกาศกําหนด และต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบบัญชีแสดงให้เห็นความถูกต้องแห่งบัญชีนั้นไว้ด้วย ในการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีลักษณะตามที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทํางบการเงินของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การกําหนดดังกล่าวให้คํานึงถึงมาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีได้ให้ความเห็นชอบแล้วด้วย งบการเงินตามวรรคสองต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน และผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมิใช่กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์นั้น ผู้สอบบัญชีของกองทุนส่วนบุคคลต้องรักษามารยาทและปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินให้เป็นไปตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี และข้อกําหนดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ทําเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ครบถ้วน ให้ผู้สอบบัญชีเปิดเผยข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เป็นสาระสําคัญต่องบการเงินไว้ในรายงานการสอบบัญชีที่ตนต้องลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็น ผู้สอบบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่หรือวรรคห้า ให้สํานักงานมีอํานาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นได้ ส่วน ๘/๑ ธุรกิจหลักทรัพย์ในประเภทที่รัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๑๔๐/๑

มาตรา ๑๔๐/๑ ให้บริษัทหลักทรัพย์ในประเภทธุรกิจหลักทรัพย์ตาม (๗) ของบทนิยามคําว่า “ธุรกิจหลักทรัพย์” ในมาตรา ๔ ประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ส่วน ๙ การเพิกถอนใบอนุญาตและการเลิกบริษัท (๑) จัดทําบัญชีไม่เรียบร้อยหรือไม่ทําให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร (๒) กระทําการหรือไม่กระทําการตามที่สํานักงานประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไขการกระทําดังกล่าวหรือกระทําการ หรืองดเว้นกระทําการตามที่สํานักงานเห็นสมควรภายในเวลาที่กําหนด

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).