มาตรา ๒๑๙ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
สํานักหักบัญชี หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการเพื่อประโยชน์ในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ได้มีการซื้อขายกัน รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๒๒๐ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบการเป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หมายความว่า สถานที่อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการรับฝากและถอนหลักทรัพย์ รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการหักบัญชี
มาตรา ๒๒๑ ห้ามมิให้บุคคลใดให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
มาตรา ๒๒๒ ให้นําความในมาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ รวมทั้งบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และนายทะเบียนหลักทรัพย์โดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๓ ในการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ บุคคลที่ประกอบการดังกล่าวต้องดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๒๓/๑ การเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์โดยสํานักหักบัญชีและการวางหลักประกัน ซึ่งปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สํานักหักบัญชีกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนให้มีผลผูกพันและใช้บังคับได้ตามกฎหมาย
มาตรา ๒๒๓/๒ ในกรณีที่สํานักหักบัญชีเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ ให้สํานักหักบัญชีมีความผูกพันตามสิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้นตามสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ที่ตนให้บริการในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เฉพาะกับสมาชิกของตนเท่านั้น ไม่ว่าสมาชิกดังกล่าวจะดําเนินการเพื่อตนเองหรือเพื่อบุคคลอื่น
มาตรา ๒๒๓/๓ ในกรณีที่สํานักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินจากสมาชิกเพื่อเป็นประกันการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่สมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบต่อสํานักหักบัญชี ทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งของสมาชิกและของลูกค้า หรือทรัพย์สินที่สมาชิกนํามาวางไว้กับสํานักหักบัญชีเพื่อความมั่นคงของระบบการซื้อขายและการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ให้นําความในมาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชีในการดูแลรักษาและการใช้ทรัพย์สินดังกล่าว โดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๓/๔ เมื่อสมาชิกถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายและศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ให้นําความในมาตรา ๘๔ มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๘๗ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชีและทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ตามมาตรา ๒๒๓/๓ โดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๓/๕ เมื่อสํานักหักบัญชีตกเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษา ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถูกทางการหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กํากับดูแลสั่งระงับการดําเนินกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองทรัพย์สินของสมาชิกและลูกค้าของสมาชิกหรือระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ให้นําความในมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับสํานักหักบัญชีและทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีได้รับมาหรือมีไว้ตามมาตรา ๒๒๓/๓ โดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๔ ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ประกอบการเป็นสํานักหักบัญชี ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกอบการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดตามมาตรา ๒๒๓
คําว่า “ตลาดหลักทรัพย์” ตามวรรคหนึ่งและที่จะกล่าวต่อไปในส่วนนี้ให้หมายความรวมถึงบริษัทจํากัดที่ตลาดหลักทรัพย์จัดตั้งขึ้นและถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น
มาตรา ๒๒๕ ในการฝากหลักทรัพย์ไว้กับตลาดหลักทรัพย์ ให้ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทําบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ได้ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด และเมื่อรับฝากหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ตลาดหลักทรัพย์อาจรับโอนหลักทรัพย์ที่รับฝากไว้ในชื่อของตนในฐานะที่ถือแทนผู้ฝากหลักทรัพย์หรือลูกค้าของผู้ฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ก็ได้
ให้สันนิษฐานว่าหลักทรัพย์ที่อยู่ในชื่อของตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง เป็นหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ถือแทนบุคคลผู้มีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อดังกล่าวที่ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทําขึ้น ทั้งนี้ ตามชนิด ประเภท และจํานวนที่ปรากฏในบัญชี
ในวันปิดสมุดทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ให้ตลาดหลักทรัพย์รวบรวมบัญชีหลักทรัพย์ที่รับฝากไว้และรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวในวันก่อนวันแรกที่ปิดสมุดทะเบียนนั้นจากผู้ฝากหลักทรัพย์ส่งให้แก่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ และให้ถือว่าบัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ เว้นแต่รายชื่อของบุคคลที่นายทะเบียนของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์แจ้งคัดค้านภายในสามวันทําการนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อนั้นว่าการถือหลักทรัพย์ของบุคคลดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือข้อจํากัดในเรื่องการโอนที่ได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย
ในกรณีที่ไม่มีวันปิดสมุดทะเบียน ให้นําความในวรรคสามมาใช้บังคับแก่กรณีที่คณะกรรมการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์กําหนดวันที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรา ๘๙/๒๖ หรือกําหนดวันที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับเงินปันผล สิทธิในการซื้อหรือได้รับหลักทรัพย์หรือหุ้นเพิ่มทุนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด
มาตรา ๒๒๕/๑ ในกรณีที่ผู้ฝากหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๒๕ เป็นบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ให้ถือว่าบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้จัดทําใบหลักทรัพย์มอบให้แก่ผู้ซื้อตามแบบหรือวิธีการที่กฎหมายกําหนดแล้ว หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด
มาตรา ๒๒๖ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ยื่นคําขอต่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์พร้อมทั้งส่งมอบใบหลักทรัพย์เพื่อให้ลงทะเบียนการโอน ว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้ถือหลักทรัพย์แทนบุคคลตามมาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่งแล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะขอให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ออกใบรับโดยมีรายการตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนดแทนการออกใบหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ถือเสมือนว่าบริษัทดังกล่าวได้ออกใบหลักทรัพย์แล้ว
มาตรา ๒๒๗ เจ้าของหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์อาจขอให้ตลาดหลักทรัพย์ออกใบหลักทรัพย์ในชื่อของตนได้โดยยื่นคําขอตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด
เมื่อได้รับคําขอตามวรรคหนึ่ง ให้ตลาดหลักทรัพย์แจ้งรายชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ทราบ และให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้รับแจ้งรายชื่อดังกล่าวแล้ว ดําเนินการใส่ชื่อผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์นั้นลงในสมุดทะเบียนของบริษัทพร้อมทั้งออกใบหลักทรัพย์ใหม่ในชื่อของเจ้าของหลักทรัพย์ดังกล่าว
การยื่นคําขอตามวรรคหนึ่ง ถ้าเจ้าของหลักทรัพย์มิได้เป็นผู้ฝากหลักทรัพย์โดยตรงกับตลาดหลักทรัพย์ ให้ยื่นคําขอผ่านผู้ฝากหลักทรัพย์นั้น
มาตรา ๒๒๘ การโอนหลักทรัพย์จากบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายหนึ่งไปยังบัญชีของผู้ฝากหลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง จะกระทําได้ต่อเมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้รับคําร้องขอจากผู้ฝากหลักทรัพย์ หรือเมื่อสํานักหักบัญชีของตลาดหลักทรัพย์ได้แจ้งรายการการส่งมอบหลักทรัพย์ระหว่างสมาชิกที่ได้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละสิ้นวัน
การโอนหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือภายในบัญชีผู้ฝากหลักทรัพย์รายเดียวกันให้ถือว่ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อได้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๒๘/๑ การใช้หลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ที่มิใช่กรณีตามมาตรา ๑๙๕ ให้มีผลสมบูรณ์เป็นประกันการชําระหนี้ และใช้ยันบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบุคคลภายนอกได้ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ได้ลงบันทึกบัญชีที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนดขึ้นตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน
การบังคับชําระหนี้จากหลักทรัพย์ที่เป็นประกันตามวรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้และผู้ให้ประกันก่อน เพื่อให้มีการชําระหนี้ภายในเวลาอันควร ถ้าลูกหนี้และผู้ให้ประกันไม่ปฏิบัติตามคําบอกกล่าว เจ้าหนี้มีสิทธินําหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ตามวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กําหนด หรือขายทอดตลาดได้
ให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับการจํานําตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับกับการใช้หลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการชําระหนี้ตามวรรคหนึ่ง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรานี้
ให้เจ้าหนี้ที่รับหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันการชําระหนี้ตามวรรคหนึ่ง มีบุริมสิทธิเหนือหลักทรัพย์ดังกล่าวทํานองเดียวกับผู้รับจํานํา
มาตรา ๒๒๘/๒ ให้นําความในมาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๒๕/๑ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๒๘/๑ มาใช้บังคับกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยอนุโลม
มาตรา ๒๒๙ ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์ ให้ประกอบการได้โดยมิต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และให้คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการดังกล่าว
เพื่อประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้นําความในมาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ และมาตรา ๒๒๘/๑ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ทั้งนี้ การใดที่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามบทบัญญัติดังกล่าวให้เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ตลาดหลักทรัพย์ตามมาตราดังกล่าวหมายความถึงธนาคารแห่งประเทศไทย
ส่วน ๒ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
มาตรา ๒๓๐ บริษัทหลักทรัพย์จะรวมกันจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทําการส่งเสริมการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์อันมิใช่เป็นการหาผลกําไรหรือรายได้แบ่งปันกันได้ก็แต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๓๑ การจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนกับสํานักงาน
มาตรา ๒๓๒ การขออนุญาตและการจดทะเบียนนั้น ให้บริษัทหลักทรัพย์ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งที่มีจํานวนไม่น้อยกว่าสิบห้ารายยื่นคําขอต่อสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ให้สํานักงานมีอํานาจออกคําสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ได้
มาตรา ๒๓๓ ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๒๓๔ สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องมีข้อบังคับ และข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อ
(๒) วัตถุที่ประสงค์
(๓) ที่ตั้งสํานักงาน
(๔) วิธีรับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
(๕) วินัยและการลงโทษสมาชิก
(๖) การดําเนินกิจการของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ การตั้ง การออกจากตําแหน่ง และการประชุมของกรรมการ ตลอดจนการประชุมใหญ่
(๗) ข้อบังคับอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ข้อบังคับของสมาคมต้องนําไปจดทะเบียนต่อสํานักงานพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตจัดตั้งสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ก่อนออกใบอนุญาตถ้าสํานักงานเห็นสมควรจะสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นก็ได้
มาตรา ๒๓๕ สมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น
มาตรา ๒๓๖ ชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จะต้องเป็นชื่อเฉพาะที่ปรากฏในข้อบังคับเท่านั้น และห้ามมิให้ใช้ข้อความ “แห่งประเทศไทย” หรือข้อความที่มีความหมายทํานองเดียวกันประกอบเป็นชื่อของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
ให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์จัดให้มีป้ายชื่ออ่านได้ชัดเจนติดไว้หน้าสํานักงาน
มาตรา ๒๓๗ ให้นําบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินกิจการ การควบคุม การเลิก และบทกําหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในส่วนนี้ ทั้งนี้ ให้ใช้คําว่า “คณะกรรมการ ก.ล.ต.” แทนคําว่า “รัฐมนตรี” คําว่า “สํานักงาน” แทนคําว่า “นายทะเบียน” คําว่า “สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์” แทนคําว่า “สมาคมการค้า” และให้อํานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า เป็นอํานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
และการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ
ส่วน ๑ การป้องกันการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับ
การซื้อขายหลักทรัพย์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).