มาตรา ๒๓๘
มาตรา ๒๓๘ บทบัญญัติในส่วนนี้ให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์จดทะเบียนและหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๓๘ บทบัญญัติในส่วนนี้ให้ใช้บังคับแก่หลักทรัพย์จดทะเบียนและหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
มาตรา ๒๓๙ ในส่วนนี้ “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้บริหารตามมาตรา ๘๙/๑ “อํานาจควบคุมกิจการ” หมายความว่า อํานาจควบคุมกิจการตามมาตรา ๘๙/๑ “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า “ข้อมูลภายใน” หมายความว่า ข้อมูลที่ยังมิได้มีการเปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไปซึ่งเป็นสาระสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ “ผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์” หมายความว่า ผลกระทบที่ทําให้ราคาหลักทรัพย์สูงขึ้น ต่ําลง คงที่ หรือเป็นการพยุงราคาหลักทรัพย์
มาตรา ๒๔๐ ห้ามมิให้บุคคลใดบอกกล่าว เผยแพร่ หรือให้คํารับรองข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสําคัญผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ผลการดําเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยประการที่น่าจะทําให้มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์
มาตรา ๒๔๑ ห้ามมิให้บุคคลใดวิเคราะห์หรือคาดการณ์ฐานะทางการเงิน ผลการดําเนินงาน ราคาซื้อขายหลักทรัพย์ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยนําข้อมูลที่รู้ว่าเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วนอันอาจก่อให้เกิดความสําคัญผิดในสาระสําคัญ มาใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์หรือละเลยที่จะพิจารณาความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว หรือโดยบิดเบือนข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ และได้เปิดเผยหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการวิเคราะห์หรือคาดการณ์นั้นต่อประชาชนโดยประการที่น่าจะมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์
มาตรา ๒๔๒ ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์กระทําการดังต่อไปนี้ (๑) ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น เว้นแต่ (ก) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คําสั่งศาล หรือคําสั่งของหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมาย (ข) เป็นการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ทําขึ้นก่อนที่ตนจะรู้ หรือครอบครองข้อมูลภายในที่เกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (ค) เป็นการกระทําโดยตนมิได้เป็นผู้รู้เห็นหรือตัดสินใจ แต่ได้มอบหมายให้ผู้ได้รับอนุญาตหรือจดทะเบียนตามกฎหมายให้จัดการเงินทุนหรือการลงทุน ตัดสินใจในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์นั้น หรือ (ง) เป็นการกระทําในลักษณะที่มิได้เป็นการเอาเปรียบบุคคลอื่นหรือในลักษณะตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด (๒) เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและไม่ว่าด้วยวิธีใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าผู้รับข้อมูลอาจนําข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการกระทําในลักษณะที่มิได้เป็นการเอาเปรียบบุคคลอื่นหรือในลักษณะตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๓ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา ๒๔๒ (๑) กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจควบคุมกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ (๒) พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตําแหน่งหรือสายงานที่รับผิดชอบข้อมูลภายในหรือที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายใน (๓) บุคคลซึ่งอยู่ในฐานะที่สามารถรู้ข้อมูลภายในอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน หรือบุคคลอื่นใดที่ทําหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน และให้รวมถึงพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ร่วมงานของบุคคลดังกล่าว ที่อยู่ในตําแหน่งหรือสายงานที่มีส่วนร่วมในการทําหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในนั้น (๔) กรรมการ อนุกรรมการ ผู้แทนนิติบุคคล ตัวแทน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ สํานักงาน ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งอยู่ในตําแหน่งหรือฐานะที่สามารถรู้ข้อมูลภายในอันได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน (๕) นิติบุคคลซึ่งบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) มีอํานาจควบคุมกิจการ
มาตรา ๒๔๔ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลดังต่อไปนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผิดไปจากปกติวิสัยของตน เป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา ๒๔๒ (๑) ผู้ถือหลักทรัพย์เกินร้อยละห้าของหลักทรัพย์ที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์โดยให้นับรวมหลักทรัพย์ที่ถือโดยคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหลักทรัพย์ (๒) กรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจควบคุมกิจการ พนักงาน หรือลูกจ้างของกิจการในกลุ่มของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในตําแหน่งหรือสายงานที่รับผิดชอบข้อมูลภายในหรือที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในได้ (๓) บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือบุตรบุญธรรมของบุคคลตามมาตรา ๒๔๓ (๔) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกันของบุคคลตามมาตรา ๒๔๓ (๕) คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาของบุคคลตามมาตรา ๒๔๓ หรือบุคคลตาม (๓) หรือ (๔) กิจการในกลุ่มของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตาม (๒) หมายความว่า บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๔/๑ ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้ารายใดของบริษัทหลักทรัพย์นั้น กระทําการดังต่อไปนี้ไม่ว่าเพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น ในประการที่น่าจะทําให้ลูกค้ารายดังกล่าวเสียประโยชน์ (๑) ส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้น โดยใช้โอกาสดําเนินการก่อนที่ตนจะดําเนินการตามคําสั่งของลูกค้ารายดังกล่าวแล้วเสร็จ (๒) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคําสั่งของลูกค้ารายดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น โดยรู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นจะอาศัยข้อมูลดังกล่าวเพื่อทําการส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้นได้ก่อนที่ตนจะดําเนินการตามคําสั่งของลูกค้ารายดังกล่าวแล้วเสร็จ
มาตรา ๒๔๔/๒ ให้นําความในมาตรา ๒๔๔/๑ มาใช้บังคับแก่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุน และพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกองทุนหรือกิจการอื่นที่มีลักษณะในทํานองเดียวกับกองทุน ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์นั้นรับจัดการทรัพย์สินหรือการลงทุนให้ด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๒๔๔/๓ ห้ามมิให้บุคคลใดกระทําการ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ อันเป็นการทําให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ (๒) ส่งคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ในลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
มาตรา ๒๔๔/๔ มิให้นํามาตรา ๒๔๔/๓ มาใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) การซื้อหรือขายหลักทรัพย์เพื่อทําหน้าที่รักษาระดับราคาตามข้อตกลงในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ให้กับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) การซื้อหุ้นคืน หรือการจําหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนในโครงการซื้อหุ้นคืน โดยได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) การซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๔/๕ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าการกระทําดังต่อไปนี้ เป็นการกระทําที่ทําให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๔๔/๓ (๑) หรือเป็นการกระทําที่ทําให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาดตามมาตรา ๒๔๔/๓ (๒) แล้วแต่กรณี (๑) ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ซึ่งในที่สุดบุคคลที่ได้ประโยชน์จากการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ยังคงเป็นบุคคลคนเดียวกัน (๒) ส่งคําสั่งซื้อหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือบุคคลซึ่งร่วมกันกระทําการ ได้สั่งขายหรือจะสั่งขายหลักทรัพย์เดียวกัน ในจํานวนใกล้เคียงกัน ราคาใกล้เคียงกัน และภายในเวลาใกล้เคียงกัน (๓) ส่งคําสั่งขายหลักทรัพย์โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองหรือบุคคลซึ่งร่วมกันกระทําการ ได้สั่งซื้อหรือจะสั่งซื้อหลักทรัพย์เดียวกัน ในจํานวนใกล้เคียงกัน ราคาใกล้เคียงกัน และภายในเวลาใกล้เคียงกัน (๔) ส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงก่อนเปิดหรือช่วงก่อนปิดตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยมุ่งหมายให้ราคาเปิดหรือราคาปิดของหลักทรัพย์นั้นสูงหรือต่ํากว่าที่ควรจะเป็น (๕) ส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น ซึ่งมีผลทําให้บุคคลอื่นต้องส่งคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในราคาที่สูงกว่าหรือต่ํากว่าที่ควรจะเป็น
มาตรา ๒๔๔/๖ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้กระทําการดังต่อไปนี้ เป็นตัวการในการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๔๔/๓ (๑) เปิดบัญชีธนาคารร่วมกันเพื่อการชําระเงินหรือรับชําระเงินที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (๒) ยอมให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์จากบัญชีธนาคารของตนเพื่อการชําระเงินหรือรับชําระเงินที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (๓) ยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตน (๔) ชําระเงินหรือรับชําระเงินค่าซื้อขายหลักทรัพย์แทนกัน (๕) นําเงินหรือทรัพย์สินอื่นมาวางเป็นประกันในการซื้อขายหลักทรัพย์แทนกัน (๖) ยอมให้บุคคลอื่นรับประโยชน์หรือรับผิดชอบในการชําระเงินที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของตน หรือ (๗) โอนหรือรับโอนหลักทรัพย์ระหว่างกัน
มาตรา ๒๔๔/๗ ห้ามมิให้บุคคลใดส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคําสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์เข้าไปในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าการกระทําดังกล่าวนั้นน่าจะทําให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดและเป็นเหตุให้ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ล่าช้าหรือหยุดชะงัก ส่วน ๒ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ
มาตรา ๒๔๕ ในส่วนนี้ “หลักทรัพย์” หมายความว่า หุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือหลักทรัพย์อื่นที่อาจแปลงสภาพแห่งสิทธิเป็นหุ้นได้ “กิจการ” หมายความว่า บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือบริษัทมหาชนจํากัดที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๖ บุคคลใดกระทําการไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นอันเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการในจํานวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อรวมกันแล้ว มีจํานวนทุกร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนั้น ไม่ว่าจะมีการลงทะเบียนการโอนหลักทรัพย์นั้นหรือไม่ และไม่ว่าการเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นจะมีจํานวนเท่าใดในแต่ละครั้ง บุคคลนั้นต้องรายงานการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจํานวนหลักทรัพย์ในทุกร้อยละห้าของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการดังกล่าวต่อสํานักงานทุกครั้ง ทั้งนี้ การคํานวณจํานวนสิทธิออกเสียงและการรายงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงการมีสิทธิที่จะซื้อหรือได้รับการส่งมอบหลักทรัพย์ของกิจการอันเนื่องมาจากการเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ที่กิจการมิได้เป็นผู้ออกหรือจากการเข้าเป็นคู่สัญญากับบุคคลอื่นใด ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๗ บุคคลใดเสนอซื้อหรือได้มาไม่ว่าโดยตนเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นหรือกระทําการอื่นใด อันเป็นผลหรือจะเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการรวมกันถึงร้อยละยี่สิบห้าขึ้นไปของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนั้น ให้ถือว่าเป็นการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ เว้นแต่การเป็นผู้ถือหลักทรัพย์นั้นเป็นผลจากการได้มาโดยทางมรดก ในการนี้ ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ โดยอาจกําหนดให้บุคคลดังกล่าวหรือบุคคลที่ร่วมกันจัดทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ก็ได้ ในกรณีที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนดให้จัดทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คําเสนอดังกล่าวต้องยื่นต่อสํานักงาน และให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดเวลาตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๘ ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ประกาศหรือแจ้งการเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๔๙ ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ส่งสําเนาคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ให้แก่กิจการที่ตนเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยทันทีที่ได้ยื่นคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต่อสํานักงาน
มาตรา ๒๕๐ เมื่อได้รับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๔๙ ให้กิจการนั้นจัดทําความเห็นเกี่ยวกับคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ และให้ยื่นต่อสํานักงานพร้อมทั้งส่งสําเนาให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๕๐/๑ กิจการจะกระทําการหรืองดเว้นกระทําการใดในประการที่น่าจะมีผลต่อการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการได้ ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด การกระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติในมาตรานี้ไม่มีผลผูกพันกิจการ และให้กรรมการของกิจการต้องรับผิดต่อความเสียหายของบุคคลภายนอกที่สุจริตและเสียค่าตอบแทน
มาตรา ๒๕๑ ห้ามมิให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ซื้อหลักทรัพย์ของกิจการก่อนที่คําเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ยื่นต่อสํานักงานจะมีผลใช้บังคับและได้ดําเนินการตามมาตรา ๒๔๘ ในระหว่างเวลานับจากวันที่คําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่พ้นกําหนดระยะเวลารับซื้อที่กําหนดไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ ห้ามมิให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เข้าซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยวิธีการอื่นใด นอกจากที่ได้กําหนดไว้ตามคําเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้น
มาตรา ๒๕๒ เมื่อครบกําหนดระยะเวลารับซื้อที่กําหนดไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้ว หากปรากฏว่าผู้ถือหลักทรัพย์ได้แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ที่ตนเองถืออยู่ให้แก่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มากกว่าจํานวนที่ได้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องซื้อหลักทรัพย์นั้นไว้ทั้งหมด เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะมิให้หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไป (๒) ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะเปลี่ยนวัตถุที่ประสงค์สําคัญของกิจการ (๓) ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีความประสงค์จะเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ของกิจการนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหลักทรัพย์ที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกิจการ (๔) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์จะต้องชําระราคาหลักทรัพย์แก่ผู้ขายหลักทรัพย์โดยทันทีที่ได้รับมอบหลักทรัพย์ และในกรณีที่หลักทรัพย์ที่ซื้อขายดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ถือว่าเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
มาตรา ๒๕๓ เมื่อผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้เสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ในราคาหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีผู้ถือหลักทรัพย์แสดงเจตนาขายหลักทรัพย์ไม่ครบตามจํานวนในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ หากผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องการจะซื้อให้ครบตามจํานวน ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์จะเสนอราคาใหม่ที่สูงกว่าเดิมก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องชําระราคาค่าหลักทรัพย์ในส่วนที่เพิ่มขึ้นแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ที่ได้แสดงเจตนาเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งก่อนด้วย
มาตรา ๒๕๔ ในกรณีที่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงํากิจการมีความประสงค์มิให้หลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไป ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ต้องระบุวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้งในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ไว้ด้วย
มาตรา ๒๕๕ บุคคลที่เคยทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงํากิจการไม่ว่าจะดําเนินการสําเร็จหรือไม่ จะทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อเข้าครอบงํากิจการได้อีกภายหลังระยะเวลาหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่พ้นกําหนดระยะเวลารับซื้อที่กําหนดไว้ในคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ครั้งก่อน เว้นแต่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะอนุมัติเป็นประการอื่น
มาตรา ๒๕๖ ให้ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่ได้ซื้อหลักทรัพย์ไว้เรียบร้อยแล้ว รายงานผลการซื้อหลักทรัพย์ต่อสํานักงานภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนกําหนด การรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนด
มาตรา ๒๕๗ ให้สํานักงานเก็บรักษาข้อมูลคําเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้นเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่คําเสนอซื้อหลักทรัพย์มีผลใช้บังคับ
มาตรา ๒๕๘ หลักทรัพย์ของกิจการที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ถืออยู่ให้นับรวมเป็นหลักทรัพย์ของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ ด้วย (๑) คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ (๒) บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ เกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว โดยให้นับรวมสิทธิออกเสียงของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือหุ้นนั้นด้วย (๓) นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ เกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว (๔) ผู้ถือหุ้นในบุคคลตาม (๓) ต่อไปเป็นทอด ๆ เริ่มจากการถือหุ้นในนิติบุคคลตาม (๓) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้น ทั้งนี้ หากการถือหุ้นในทอดใดมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาให้นับรวมจํานวนสิทธิออกเสียงของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวในนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นนั้นด้วย (๕) นิติบุคคลที่มีบุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ หรือบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) เป็นผู้ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว (๖) นิติบุคคลที่มีบุคคลตาม (๕) เป็นผู้ถือหุ้นต่อไปเป็นทอด ๆ เริ่มจากผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล (๕) โดยการถือหุ้นในแต่ละทอดเกินร้อยละสามสิบของจํานวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลที่ถูกถือหุ้นดังกล่าว (๗) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖ หรือมาตรา ๒๔๗ หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือห้างหุ้นส่วนจํากัดตาม (๘) เป็นหุ้นส่วน (๘) ห้างหุ้นส่วนจํากัดที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖ หรือมาตรา ๒๔๗ หรือบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) หรือห้างหุ้นส่วนสามัญตาม (๗) เป็นหุ้นส่วนจําพวกไม่จํากัดความรับผิด (๙) นิติบุคคลที่บุคคลตามมาตรา ๒๔๖ และมาตรา ๒๔๗ มีอํานาจในการจัดการเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์
มาตรา ๒๕๙ ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ามีการถือหลักทรัพย์อันมีลักษณะที่นับรวมเป็นหลักทรัพย์ของบุคคลเดียวกันตามมาตรา ๒๕๘ ให้สํานักงานแจ้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าวชี้แจงหรือดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง หากบุคคลดังกล่าวมิได้ชี้แจงหรือดําเนินการแก้ไขภายในกําหนดเวลาที่สํานักงานกําหนด ให้ถือว่าเป็นการถือหุ้นอันเข้าลักษณะที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๒๕๘
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).