กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไข
ในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑ วรรคสอง และข้อ ๙ วรรคหนึ่ง
แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
การสำรวจปิโตรเลียมขั้นต้น หมายความว่า
การสำรวจตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมด้วยวิธีการวัดคลื่นไหวสะเทือนหรือวิธีการทางเทคนิคอื่นใดที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินและใช้ระยะเวลาการสำรวจคราวละไม่เกินหนึ่งปี
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ หมายความว่า การพัฒนาระบบขนส่งทางราง
โครงข่ายทางพิเศษและทางหลวงพิเศษ ระบบขนส่งทางอากาศ และระบบขนส่งทางน้ำ
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคม หมายความว่า การพัฒนาระบบการสื่อสารโดยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ โครงข่ายบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโครงข่ายวงจรสื่อสารระหว่างประเทศทั้งภาคพื้นดิน
เคเบิล และดาวเทียม
หรือสัญญาณอื่นใดที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในระบบโทรคมนาคม
เจ้าหน้าที่ หมายความว่า
เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมให้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน
เลขาธิการ หมายความว่า
เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
การขอความยินยอมหรือขออนุญาต
ข้อ ๒ การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
ต้องเป็นกิจการ หรือโครงการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กิจการพลังงาน ได้แก่
(ก)
กิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมที่ได้รับสัมปทานก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ
(ข)
กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต
และการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ
(ค)
กิจการระบบโครงข่ายพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน
(ง) การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม
(ก) (ข) และ (ค)
(๒) การใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ได้แก่
(ก) การสำรวจแร่ การทำเหมือง หรือการทำเหมืองใต้ดิน
ที่ได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง
การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น
พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง
การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ
(ข) การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการสำรวจแร่
การทำเหมือง
หรือการทำเหมืองใต้ดินที่ได้รับความยินยอมให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม
(ก)
(๓) โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
ได้แก่
(ก)
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์
(ข)
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคม
(ค) โครงการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ
ข้อ ๓ กิจการตามข้อ ๒
(๑) (ค) ต้องเป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศหรือนโยบายเกี่ยวกับการจัดหาพลังงานหรือสร้างความมั่นคงในการผลิตพลังงานตามมติคณะรัฐมนตรี
หรือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๕๗๙ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่
๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. ๒๕๕๘ -
๒๕๗๙ แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๕๗๙ และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงแผนซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในภายหลังด้วย
กิจการตามวรรคหนึ่งหรือโครงการตามข้อ ๒ (๓)
ต้องเป็นกิจการหรือโครงการที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หรือเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ
ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ตามที่ระบุในแบบคำขอดังกล่าว
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๒) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ณ
ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน
ข้อ ๕ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตตามข้อ
๔ แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ หากเห็นว่าคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตไว้เป็นหลักฐาน
โดยบันทึกความถูกต้องและครบถ้วนของรายการเอกสารและหลักฐาน หรือความบกพร่อง
และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอดังกล่าวด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตตามข้อ
๔ ไม่แก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตทราบ
ข้อ ๗ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตามข้อ ๔
วรรคสอง (๒) ดำเนินการตรวจสภาพพื้นที่และจัดทำรายงาน พร้อมทั้งความเห็นเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยเร็ว
การพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต
ข้อ ๘ ในกรณีที่กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒
มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี
ก่อนพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน
(๑) กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒ (๑) และ (๒)
ซึ่งขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ที่ดินที่มีขนาดเกินห้าร้อยไร่
เว้นแต่เป็นการขอใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสำรวจปิโตรเลียมขั้นต้นหรือการสำรวจแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่
(๒) กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒ (๑) และ (๒)
ซึ่งขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาเกินสามสิบปี
(๓)
โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศตามข้อ ๒ (๓)
(๔)
ที่ดินที่หน่วยงานของรัฐได้ปรับปรุงและพัฒนาแปลงเกษตรกรรมหรือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปที่ดินสำหรับจัดให้แก่สถาบันเกษตรกรไว้แล้ว
(๕)
กิจการอื่นที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
ในกรณีที่มีการยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตหลายคำขอไม่ว่าจะยื่นในคราวเดียวกันหรือหลายคราวที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นกิจการหรือโครงการเดียวกัน
โดยมีที่ดินตามคำขอรวมกันเกินห้าร้อยไร่
หรือมีระยะเวลาการขอใช้ที่ดินรวมกันเกินสามสิบปี
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติก่อนพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินด้วย
ข้อ ๙ ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จะพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตได้ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑)
ไม่เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้รับพระราชทาน
(๒)
ไม่เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรับการบริจาคเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๓)
ไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในโครงการพระราชดำริหรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ข้อ ๑๐ ในการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาตามความเหมาะสมหรือจำเป็น
โดยให้คำนึงถึงประโยชน์แก่เกษตรกร และประโยชน์ส่วนรวมของประเทศประกอบกัน
และต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสภาพพื้นที่ตามข้อ
๗ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว
ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสามสิบวัน โดยให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแจ้งเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย
ข้อ ๑๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการหรือโครงการใดที่ได้มีการให้ความยินยอมหรืออนุญาตตามกฎกระทรวงนี้
ให้มีอยู่เท่าที่กิจการหรือโครงการนั้นยังดำเนินการอยู่
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
กฤษฎา บุญราช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ข้อ ๑
แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐
กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินได้โดยหลักเกณฑ์
วิธีการ
และเงื่อนไขในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทของกิจการหรือโครงการ
เนื้อที่ วัตถุประสงค์ และมูลค่าของการดำเนินกิจการ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ
๘ มกราคม ๒๕๖๑
n
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๓๒ ก/หน้า ๑๒/๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).