法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข

ในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑ วรรคสอง และข้อ ๙ วรรคหนึ่ง

แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ

ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“การสำรวจปิโตรเลียมขั้นต้น” หมายความว่า

การสำรวจตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมด้วยวิธีการวัดคลื่นไหวสะเทือนหรือวิธีการทางเทคนิคอื่นใดที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินและใช้ระยะเวลาการสำรวจคราวละไม่เกินหนึ่งปี

“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์” หมายความว่า การพัฒนาระบบขนส่งทางราง

โครงข่ายทางพิเศษและทางหลวงพิเศษ ระบบขนส่งทางอากาศ และระบบขนส่งทางน้ำ

“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคม” หมายความว่า การพัฒนาระบบการสื่อสารโดยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ โครงข่ายบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโครงข่ายวงจรสื่อสารระหว่างประเทศทั้งภาคพื้นดิน

เคเบิล และดาวเทียม

หรือสัญญาณอื่นใดที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในระบบโทรคมนาคม

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมให้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

การขอความยินยอมหรือขออนุญาต

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

ต้องเป็นกิจการ หรือโครงการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) กิจการพลังงาน ได้แก่

(ก)

กิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมที่ได้รับสัมปทานก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ

ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ

(ข)

กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต

และการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ

ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ

(ค)

กิจการระบบโครงข่ายพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน

(ง) การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม

(ก) (ข) และ (ค)

(๒) การใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ได้แก่

(ก) การสำรวจแร่ การทำเหมือง หรือการทำเหมืองใต้ดิน

ที่ได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง

การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น

พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง

การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ

ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ

(ข) การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการสำรวจแร่

การทำเหมือง

หรือการทำเหมืองใต้ดินที่ได้รับความยินยอมให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม

(ก)

(๓) โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

ได้แก่

(ก)

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์

(ข)

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคม

(ค) โครงการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กิจการตามข้อ ๒

(๑) (ค) ต้องเป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศหรือนโยบายเกี่ยวกับการจัดหาพลังงานหรือสร้างความมั่นคงในการผลิตพลังงานตามมติคณะรัฐมนตรี

หรือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๗๙ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่

๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. ๒๕๕๘ -

๒๕๗๙ แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๗๙ และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงแผนซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในภายหลังด้วย

กิจการตามวรรคหนึ่งหรือโครงการตามข้อ ๒ (๓)

ต้องเป็นกิจการหรือโครงการที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

หรือเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ตามที่ระบุในแบบคำขอดังกล่าว

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๒) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ณ

ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตตามข้อ

๔ แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต

พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ หากเห็นว่าคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต

เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต

หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตไว้เป็นหลักฐาน

โดยบันทึกความถูกต้องและครบถ้วนของรายการเอกสารและหลักฐาน หรือความบกพร่อง

และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตตามข้อ

๔ ไม่แก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต

หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง

ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตทราบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต

เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตามข้อ ๔

วรรคสอง (๒) ดำเนินการตรวจสภาพพื้นที่และจัดทำรายงาน พร้อมทั้งความเห็นเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยเร็ว

การพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒

มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี

ก่อนพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน

(๑) กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒ (๑) และ (๒)

ซึ่งขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ที่ดินที่มีขนาดเกินห้าร้อยไร่

เว้นแต่เป็นการขอใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสำรวจปิโตรเลียมขั้นต้นหรือการสำรวจแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่

(๒) กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒ (๑) และ (๒)

ซึ่งขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาเกินสามสิบปี

(๓)

โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศตามข้อ ๒ (๓)

(๔)

ที่ดินที่หน่วยงานของรัฐได้ปรับปรุงและพัฒนาแปลงเกษตรกรรมหรือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปที่ดินสำหรับจัดให้แก่สถาบันเกษตรกรไว้แล้ว

(๕)

กิจการอื่นที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

ในกรณีที่มีการยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตหลายคำขอไม่ว่าจะยื่นในคราวเดียวกันหรือหลายคราวที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นกิจการหรือโครงการเดียวกัน

โดยมีที่ดินตามคำขอรวมกันเกินห้าร้อยไร่

หรือมีระยะเวลาการขอใช้ที่ดินรวมกันเกินสามสิบปี

ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติก่อนพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จะพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตได้ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑)

ไม่เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้รับพระราชทาน

(๒)

ไม่เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรับการบริจาคเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๓)

ไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในโครงการพระราชดำริหรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต

ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาตามความเหมาะสมหรือจำเป็น

โดยให้คำนึงถึงประโยชน์แก่เกษตรกร และประโยชน์ส่วนรวมของประเทศประกอบกัน

และต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสภาพพื้นที่ตามข้อ

๗ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว

ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสามสิบวัน โดยให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแจ้งเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการหรือโครงการใดที่ได้มีการให้ความยินยอมหรืออนุญาตตามกฎกระทรวงนี้

ให้มีอยู่เท่าที่กิจการหรือโครงการนั้นยังดำเนินการอยู่

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

กฤษฎา บุญราช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ข้อ ๑

แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ

ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐

กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินได้โดยหลักเกณฑ์

วิธีการ

และเงื่อนไขในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทของกิจการหรือโครงการ

เนื้อที่ วัตถุประสงค์ และมูลค่าของการดำเนินกิจการ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ

๘ มกราคม ๒๕๖๑

n

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๓๒ ก/หน้า ๑๒/๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๐

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b39a23848e3b77ea

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com