ข้อ ๘ ในกรณีที่กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒
มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี
ก่อนพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน
(๑) กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒ (๑) และ (๒)
ซึ่งขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ที่ดินที่มีขนาดเกินห้าร้อยไร่
เว้นแต่เป็นการขอใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสำรวจปิโตรเลียมขั้นต้นหรือการสำรวจแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่
(๒) กิจการหรือโครงการตามข้อ ๒ (๑) และ (๒)
ซึ่งขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีระยะเวลาเกินสามสิบปี
(๓)
โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศตามข้อ ๒ (๓)
(๔)
ที่ดินที่หน่วยงานของรัฐได้ปรับปรุงและพัฒนาแปลงเกษตรกรรมหรือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปที่ดินสำหรับจัดให้แก่สถาบันเกษตรกรไว้แล้ว
(๕)
กิจการอื่นที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
ในกรณีที่มีการยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตหลายคำขอไม่ว่าจะยื่นในคราวเดียวกันหรือหลายคราวที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นกิจการหรือโครงการเดียวกัน
โดยมีที่ดินตามคำขอรวมกันเกินห้าร้อยไร่
หรือมีระยะเวลาการขอใช้ที่ดินรวมกันเกินสามสิบปี
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติก่อนพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินด้วย
ข้อ ๙ ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จะพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตได้ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑)
ไม่เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้รับพระราชทาน
(๒)
ไม่เป็นที่ดินที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรับการบริจาคเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๓)
ไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในโครงการพระราชดำริหรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ข้อ ๑๐ ในการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาตามความเหมาะสมหรือจำเป็น
โดยให้คำนึงถึงประโยชน์แก่เกษตรกร และประโยชน์ส่วนรวมของประเทศประกอบกัน
และต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสภาพพื้นที่ตามข้อ
๗ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว
ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสามสิบวัน โดยให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแจ้งเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย
ข้อ ๑๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการหรือโครงการใดที่ได้มีการให้ความยินยอมหรืออนุญาตตามกฎกระทรวงนี้
ให้มีอยู่เท่าที่กิจการหรือโครงการนั้นยังดำเนินการอยู่
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
กฤษฎา บุญราช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ข้อ ๑
แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐
กำหนดให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินได้โดยหลักเกณฑ์
วิธีการ
และเงื่อนไขในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทของกิจการหรือโครงการ
เนื้อที่ วัตถุประสงค์ และมูลค่าของการดำเนินกิจการ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/อัญชลี/จัดทำ
๘ มกราคม ๒๕๖๑
n
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๓๒ ก/หน้า ๑๒/๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๐