ข้อ ๒ การขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
ต้องเป็นกิจการ หรือโครงการที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กิจการพลังงาน ได้แก่
(ก)
กิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมที่ได้รับสัมปทานก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ
(ข)
กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต
และการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ
(ค)
กิจการระบบโครงข่ายพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน
(ง) การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม
(ก) (ข) และ (ค)
(๒) การใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ได้แก่
(ก) การสำรวจแร่ การทำเหมือง หรือการทำเหมืองใต้ดิน
ที่ได้รับความยินยอมตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง
การให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น
พ.ศ. ๒๕๔๑ ก่อนวันที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่อง
การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้บังคับ
(ข) การดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการสำรวจแร่
การทำเหมือง
หรือการทำเหมืองใต้ดินที่ได้รับความยินยอมให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตาม
(ก)
(๓) โครงการของรัฐซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ
ได้แก่
(ก)
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์
(ข)
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคม
(ค) โครงการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ
ข้อ ๓ กิจการตามข้อ ๒
(๑) (ค) ต้องเป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศหรือนโยบายเกี่ยวกับการจัดหาพลังงานหรือสร้างความมั่นคงในการผลิตพลังงานตามมติคณะรัฐมนตรี
หรือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๕๗๙ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่
๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. ๒๕๕๘ -
๒๕๗๙ แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๕๗๙ และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๗๙ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงแผนซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในภายหลังด้วย
กิจการตามวรรคหนึ่งหรือโครงการตามข้อ ๒ (๓)
ต้องเป็นกิจการหรือโครงการที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
หรือเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการ
ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้ยื่นคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ตามที่ระบุในแบบคำขอดังกล่าว
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่น ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๒) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ณ
ท้องที่ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ที่ดิน
ข้อ ๕ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอความยินยอมหรือขออนุญาตตามข้อ
๔ แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กำหนดไว้ หากเห็นว่าคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
เอกสารและหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตแก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอให้แก่ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตไว้เป็นหลักฐาน
โดยบันทึกความถูกต้องและครบถ้วนของรายการเอกสารและหลักฐาน หรือความบกพร่อง
และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติมไว้ในใบรับคำขอดังกล่าวด้วย
ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตตามข้อ
๔ ไม่แก้ไขคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอความยินยอมหรือขออนุญาตทราบ
ข้อ ๗ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอความยินยอมหรือขออนุญาต
เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตามข้อ ๔
วรรคสอง (๒) ดำเนินการตรวจสภาพพื้นที่และจัดทำรายงาน พร้อมทั้งความเห็นเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยเร็ว
การพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาต
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).