ข้อ 26. การรับเงินทุกประเภท
เทศบาลจะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้นำเงินมาชำระทุก ๆ
ราย
และต้องมีต้นขั้วหรือสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นรักษาไว้ด้วย
แต่ในกรณีที่มีการจำหน่ายตั๋วฉีก เช่น ตั๋ว
โดยสาร ตั๋วเข้าดูมหรสพ เป็นต้น แทนใบเสร็จรับเงินนั้นแล้ว
ก็ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินอีกแต่ให้มี
ทะเบียนคุมการจำหน่ายตั๋วนั้น ๆ ไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 27. ให้หน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการ
หรือที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย
และได้แยกออกไปทำการจ่าย และรักษาเงิน
นำเงินรับทั้งสิ้นส่งหน่วยการคลังทุกวัน โดยมีใบนำส่งคู่ฉีก
อย่างน้อย 2 ฉบับเป็นหลักฐาน ถ้าส่งไม่ทันในวันนั้น
ก็ให้นำส่งในวันรุ่งขึ้นหรือวันเปิดสำนักงาน
ในใบนำส่งนั้น ต้องลงชื่อหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ส่งและ
หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีเป็นผู้
ลงชื่อผู้รับไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 28. จำนวนเงินที่จะรักษาไว้ในสำนักงานต้องไม่เกินกว่า 2,000 บาท
เว้นแต่กรณีพิเศษให้
เทศบาลขออนุญาตขยายเงินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกระทรวงมหาดไทยเฉพาะในกรณีที่ได้มี
พระราชกฤษฎีกาให้โอนเทศบาลใดมาขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยโดยตรง
ข้อ 29. บรรดาเงินรายรับเทศบาลตามข้อ 26. ถ้ามีวงเงินเกินกว่าจำนวนที่จะเก็บรักษาไว้
ได้ตามข้อ 28. ให้เทศบาลนำส่งฝากกระทรวงการคลัง คลังจังหวัด
คลังอำเภอ ธนาคารแห่ง
ประเทศไทย ธนาคารออมสินกลาง ธนาคารออมสินสาขา
หรือธนาคารพาณิชย์ ที่กระทรวงมหาดไทยเห็นชอบ
วันใดมีจำนวนเงินเกินกว่าอำนาจที่เทศบาลจะรักษาไว้ได้ให้เทศบาลนำเงินฝากให้เสร็จในวันนั้น
ถ้าฝากในวันนั้นไม่ทัน ให้จัดการนำฝากในวันรุ่งขึ้น
หรือวันเปิดสำนักงานของเทศบาล และสถานที่รับฝาก
เงินนั้น ๆ
ข้อ 30. การฝากและถอนเงินโดยทั่วไปนั้น
นายกเทศมนตรีกับปลัดเทศบาลต้องลงชื่อฝากและถอน
ร่วมกัน
เฉพาะการถอนเงินจากธนาคาร ให้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี
ฝ่ายหนึ่ง กับปลัดเทศบาลอีกฝ่ายหนึ่ง
เป็นผู้ลงนามถอนเงินร่วมกัน
ในการไปรับหรือส่งเงินที่ธนาคาร หรือ ณ สถานที่รับส่งเงินแห่งอื่นใดรวมตลอด
ถึงต่างกองใน
สำนักงานเดียวกัน ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลไปรับและส่งเงินแต่ลำพังผู้เดียวต้องมีกรรมการไปรับ
หรือส่งเงินร่วมกันรับผิดชอบเป็นคณะ ดังนี้
(1) จำนวนเงินที่รับหรือส่งไม่เกิน 20,000 บาท
โดยไม่คิดรวมจำนวนเงินในเช็คขีดคร่อม ให้
มีกรรมการควบคุมร่วมกันอย่างน้อย 2 นาย
โดยมีพนักงานชั้นประจำแผนก หรือหัวหน้าหน่วยงานหรือเทียบ
เท่าร่วมไปด้วยอย่างน้อย 1 นาย
(2) จำนวนเงินที่รับหรือส่งตั้งแต่ 20,000
บาทขึ้นไปโดยไม่คิดรวมจำนวนเงินในเช็คขีดคร่อม
ให้มีกรรมการควบคุมร่วมกันอย่างน้อย 3 นาย
โดยมีพนักงานชั้นหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าร่วมไปด้วย
อย่างน้อย 1 นาย
ในกรณีจำเป็นที่ไม่มีหัวหน้าแผนกหรือตำแหน่งเทียบเท่าหรือมีแต่ไม่สามารถจะทำ
หน้าที่ดังกล่าวได้
ให้รายงานขออนุญาตผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งพนักงานซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าประจำแผนก
หรือ
หัวหน้าหน่วยงานแทน ทั้งนี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร
(3) กรรมการแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในจำนวนเงินที่ไปรับหรือนำส่งทุก
ๆ ขณะที่เงิน
ยังอยู่ในความอารักขา ห้ามแยกย้ายจากกันเป็นอันขาด
และความรับผิดชอบร่วมกันนี้ ให้หมายความถึง
กรมการแต่ละคนต้องร่วมกันชดใช้จำนวนเงินที่ขาดหาย
นอกจากความผิดทางวินัย หรือทางคดีอาญา
อีกโสดหนึ่งด้วย
(4) ในกรณีการเงินดังกล่าว
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบเงินกับคณะกรรมการผู้นำส่ง ทำการมอบ
หมายเงินและบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
(5)
ให้เทศบาลทำคำสั่งตั้งกรรมการควบคุมร่วมกันในการไปรับหรือส่งเงินดังกล่าวข้างต้น
ข้อ 31. ให้คณะเทศมนตรี ตั้งกรรมการรับผิดชอบการรักษาเงินไว้ ณ
สำนักงานไม่น้อยกว่า 3 คน
และต้องเป็นพนักงานสามัญ คนหนึ่งในจำนวน 3 คนนั้น
ต้องเป็นหัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีโดย
ตำแหน่ง
กรรมการรักษาเงินดังกล่าวในวรรคก่อน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังนี้ คือ
1.
ทำการตรวจนับตัวเงินสดคงเหลือยันกับรายการคงเหลือในบัญชีเงินสดในที่ทำการเป็น
ประจำและถูกต้องตรงกัน
2.
ทำการตรวจสอบบรรดาหลักฐานการรับและการจ่ายเงินทั้งหมดเมื่อสิ้นการรับและ
การจ่ายเงินในวันหนึ่ง ๆ เป็นประจำ
3.
ทำการตรวจสอบการคำนวณตัวเลขในการรับและการจ่ายว่ามียอดเงินคงเหลือถูกต้อง
เป็นประจำวัน
4.
ทำการเก็บรักษาเงินตามกำหนดวงเงินและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เก็บรักษาไว้ได้
5.
ควบคุมดูแลให้มีการนำเงินที่เกินกว่าวงเงินที่กำหนดและเกินระยะเวลาเก็บรักษาส่ง
ฝากคลัง หรือธนาคารในทันที
6.
กรรมการรักษาเงิน ผู้ถือกุญแจภาชนะเก็บเงินจะต้องเก็บรักษาลูกกุญแจไว้กับตัวเสมอ
ห้ามนำลูกกุญแจไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น
7.
กรรมการผู้ถือลูกกุญแจ
ต้องระมัดระวังมิให้ลูกกุญแจอันอยู่ในความคุ้มครองรักษาศูนย์
หายไป
8.
ในกรณีที่ลูกกุญแจชำรุดศูนย์หายหรือกุญแจเกิดขัดข้อง หรือตรวจพบข้อบกพร่อง
กรรมการรักษาเงิน
ผู้ถือลูกกุญแจจะต้องรายงานนายกเทศมนตรีทราบเพื่อสั่งการต่อไป
9.
ในตอนเย็นวันทำการ หลังจากตรวจตัวเงิน บรรดาหลักฐานการรับและการจ่าย
ตลอดจนการคำนวณตัวเลขต่าง ๆ ที่ปรากฏในบัญชีเงินสดในวันนั้น
ๆ เห็นว่า ถูกต้องตรงกับยอดเงินคง
เหลือแล้วให้กรรมการร่วมกันนำเงินเข้าเก็บในเซฟหรือภาชนะที่จัดเก็บแล้วปิดกุญแจ
กรรมการรักษาเงิน
ผู้ถือกุญแจเก็บรักษาเงินต้องไขกุญแจปิดเปิดตู้เซฟหรือภาชนะเก็บเงินด้วยตนเองเสมอ
ห้ามวานหรือมอบ
หมายให้บุคคลอื่นไขกุญแจปิดเปิดแทนตน
10.
เมื่อได้ทำการตรวจนับตัวเงินตลอดจนหลักฐานการรับและการจ่ายตามข้อ 9. เห็น
ว่าถูกต้องแล้ว
จึงลงนามการปฏิบัตินี้ไว้ในสมุดคุมยอดเงินคงเหลือประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามแบบท้าย
ระเบียบนี้
11.
การนำออกจ่าย ให้กรรมการรักษาเงินร่วมกันเปิดเซฟหรือภาชนะเก็บเงินพร้อมกัน
และมอบเงินให้หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีเพื่อทำการเบิกจ่ายต่อไป
12.
ถ้ากรรมการรักษาเงินผู้ใด ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วยกรณีใดก็ตามจะต้องรายงาน
ให้นายกเทศมนตรี หรือผู้รักษาการแทนทราบตามหน่วยงานนั้น ๆ
เพื่อแต่งตั้งกรรมการรักษาเงินชั่วคราว
ขึ้นทำหน้าที่แทนกรรมการรักษาเงินผู้นั้นชั่วคราว
โดยจะต้องมอบหมายงานในหน้าที่ให้แก่กันไว้เป็นหลักฐาน
13.
ทุกวันที่มีการรับเงินและจ่ายเงิน ให้หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีรายงานถึง
จำนวนเงินที่ได้รับมาและจ่ายไปตลอดจนเงินคงเหลือเงินฝากต่าง
ๆ และเงินคงเหลือเป็นประจำวัน ตาม
แบบท้ายระเบียบนี้ เพื่อนำเสนอนายกเทศมนตรี
หรือผู้รักษาการแทนทราบทุกวัน
32.
สำหรับหน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการหรือที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง
มหาดไทยและได้แยกออกไปทำการรับจ่าย และรักษาเงิน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้น
ตั้งกรรมการรักษาเงิน
ไว้ ณ สำนักงานนั้น ๆ ขึ้นไม่น้อยกว่า 3
คนและต้องเป็นพนักงานสามัญคนหนึ่งในจำนวนนั้นจะต้องเป็น
หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีหรือเจ้าหน้าที่การเงินโดยตำแหน่ง
ข้อ 33. หน่วยงานใด ๆ ของเทศบาลซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ และมีเงินรายได้เกิดขึ้น
จะโดย
เนื่องจากงานในหน้าที่ หรือไม่ก็ตาม เงินกินเปล่า
เงินที่ผู้เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมอุทิศให้สูงกว่า
พิกัดอัตราตามปกติ
หรือเงินที่มีผู้อุทิศให้เพราะได้รับประโยชน์ตอบแทนจากเทศบาลในกรณีใด เหล่านี้เป็น
ต้น ให้นำส่งเป็นเงินผลประโยชน์ของเทศบาลทั้งสิ้น
ความในวรรคต้นนั้น
ไม่ใช้บังคับในกรณีที่มีผู้อุทิศให้แก่เทศบาลเป็นการเฉพาะเจาะจงว่า ให้
กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
เงินซึ่งมีผู้อุทิศให้สร้างสุขศาลาเทศบาลหรือ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น
และเมื่อได้ดำเนินการตามความประสงค์ของผู้อุทิศแล้ว
หากมีเงินเหลือเท่าใด ให้นำส่งเป็นเงิน
ผลประโยชน์ของเทศบาล
ข้อ 34. บรรดาเงินรายได้ หรือเงินอื่นใดของเทศบาลให้นายกเทศมนตรี
ปลัดเทศบาลหรือ
ผู้รักษาการแทน และหัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชี
หรือผู้รักษาการแทนหรือเจ้าหน้าที่การเงิน เป็น
ผู้รับผิดชอบร่วมกันในการเก็บและรักษาเงินดังกล่าวนี้
หากปรากฏมีการทุจริตอันเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงิน
ดังกล่าวนี้ขึ้นโดยการปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมการเก็บรักษาเงินตามระเบียบ
หรือเพราะประมาท
เลินเล่ออันวิญญูชนพึงกระทำในหน้าที่และฐานะเช่นนั้น
ให้บุคคลดังกล่าวนี้ร่วมกันรับผิดชอบชดใช้เงินคืนให้แก่
เทศบาลจนครบภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 30 วัน
การตรวจเงิน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).