我的書籤免費註冊

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการฝากเงิน การเบิกจ่ายเงิน การรักษาเงิน และการตรวจเงินเทศบาล พ.ศ. 2501 หมวด 3

ข้อ 26–ข้อ 34共 8 條

ข้อ 26

ข้อ 26. การรับเงินทุกประเภท เทศบาลจะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้นำเงินมาชำระทุก ๆ ราย และต้องมีต้นขั้วหรือสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นรักษาไว้ด้วย แต่ในกรณีที่มีการจำหน่ายตั๋วฉีก เช่น ตั๋ว โดยสาร ตั๋วเข้าดูมหรสพ เป็นต้น แทนใบเสร็จรับเงินนั้นแล้ว ก็ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินอีกแต่ให้มี ทะเบียนคุมการจำหน่ายตั๋วนั้น ๆ ไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ 27

ข้อ 27. ให้หน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการ หรือที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย และได้แยกออกไปทำการจ่าย และรักษาเงิน นำเงินรับทั้งสิ้นส่งหน่วยการคลังทุกวัน โดยมีใบนำส่งคู่ฉีก อย่างน้อย 2 ฉบับเป็นหลักฐาน ถ้าส่งไม่ทันในวันนั้น ก็ให้นำส่งในวันรุ่งขึ้นหรือวันเปิดสำนักงาน ในใบนำส่งนั้น ต้องลงชื่อหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ส่งและ หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีเป็นผู้ ลงชื่อผู้รับไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ 28

ข้อ 28. จำนวนเงินที่จะรักษาไว้ในสำนักงานต้องไม่เกินกว่า 2,000 บาท เว้นแต่กรณีพิเศษให้ เทศบาลขออนุญาตขยายเงินต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกระทรวงมหาดไทยเฉพาะในกรณีที่ได้มี พระราชกฤษฎีกาให้โอนเทศบาลใดมาขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยโดยตรง

ข้อ 29

ข้อ 29. บรรดาเงินรายรับเทศบาลตามข้อ 26. ถ้ามีวงเงินเกินกว่าจำนวนที่จะเก็บรักษาไว้ ได้ตามข้อ 28. ให้เทศบาลนำส่งฝากกระทรวงการคลัง คลังจังหวัด คลังอำเภอ ธนาคารแห่ง ประเทศไทย ธนาคารออมสินกลาง ธนาคารออมสินสาขา หรือธนาคารพาณิชย์ ที่กระทรวงมหาดไทยเห็นชอบ วันใดมีจำนวนเงินเกินกว่าอำนาจที่เทศบาลจะรักษาไว้ได้ให้เทศบาลนำเงินฝากให้เสร็จในวันนั้น ถ้าฝากในวันนั้นไม่ทัน ให้จัดการนำฝากในวันรุ่งขึ้น หรือวันเปิดสำนักงานของเทศบาล และสถานที่รับฝาก เงินนั้น ๆ

ข้อ 30

ข้อ 30. การฝากและถอนเงินโดยทั่วไปนั้น นายกเทศมนตรีกับปลัดเทศบาลต้องลงชื่อฝากและถอน ร่วมกัน เฉพาะการถอนเงินจากธนาคาร ให้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ แล้วแต่กรณี ฝ่ายหนึ่ง กับปลัดเทศบาลอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นผู้ลงนามถอนเงินร่วมกัน ในการไปรับหรือส่งเงินที่ธนาคาร หรือ ณ สถานที่รับส่งเงินแห่งอื่นใดรวมตลอด ถึงต่างกองใน สำนักงานเดียวกัน ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลไปรับและส่งเงินแต่ลำพังผู้เดียวต้องมีกรรมการไปรับ หรือส่งเงินร่วมกันรับผิดชอบเป็นคณะ ดังนี้ (1) จำนวนเงินที่รับหรือส่งไม่เกิน 20,000 บาท โดยไม่คิดรวมจำนวนเงินในเช็คขีดคร่อม ให้ มีกรรมการควบคุมร่วมกันอย่างน้อย 2 นาย โดยมีพนักงานชั้นประจำแผนก หรือหัวหน้าหน่วยงานหรือเทียบ เท่าร่วมไปด้วยอย่างน้อย 1 นาย (2) จำนวนเงินที่รับหรือส่งตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปโดยไม่คิดรวมจำนวนเงินในเช็คขีดคร่อม ให้มีกรรมการควบคุมร่วมกันอย่างน้อย 3 นาย โดยมีพนักงานชั้นหัวหน้าแผนกหรือเทียบเท่าร่วมไปด้วย อย่างน้อย 1 นาย ในกรณีจำเป็นที่ไม่มีหัวหน้าแผนกหรือตำแหน่งเทียบเท่าหรือมีแต่ไม่สามารถจะทำ หน้าที่ดังกล่าวได้ ให้รายงานขออนุญาตผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งพนักงานซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าประจำแผนก หรือ หัวหน้าหน่วยงานแทน ทั้งนี้ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร (3) กรรมการแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในจำนวนเงินที่ไปรับหรือนำส่งทุก ๆ ขณะที่เงิน ยังอยู่ในความอารักขา ห้ามแยกย้ายจากกันเป็นอันขาด และความรับผิดชอบร่วมกันนี้ ให้หมายความถึง กรมการแต่ละคนต้องร่วมกันชดใช้จำนวนเงินที่ขาดหาย นอกจากความผิดทางวินัย หรือทางคดีอาญา อีกโสดหนึ่งด้วย (4) ในกรณีการเงินดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบเงินกับคณะกรรมการผู้นำส่ง ทำการมอบ หมายเงินและบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร (5) ให้เทศบาลทำคำสั่งตั้งกรรมการควบคุมร่วมกันในการไปรับหรือส่งเงินดังกล่าวข้างต้น

ข้อ 31

ข้อ 31. ให้คณะเทศมนตรี ตั้งกรรมการรับผิดชอบการรักษาเงินไว้ ณ สำนักงานไม่น้อยกว่า 3 คน และต้องเป็นพนักงานสามัญ คนหนึ่งในจำนวน 3 คนนั้น ต้องเป็นหัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีโดย ตำแหน่ง กรรมการรักษาเงินดังกล่าวในวรรคก่อน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังนี้ คือ 1. ทำการตรวจนับตัวเงินสดคงเหลือยันกับรายการคงเหลือในบัญชีเงินสดในที่ทำการเป็น ประจำและถูกต้องตรงกัน 2. ทำการตรวจสอบบรรดาหลักฐานการรับและการจ่ายเงินทั้งหมดเมื่อสิ้นการรับและ การจ่ายเงินในวันหนึ่ง ๆ เป็นประจำ 3. ทำการตรวจสอบการคำนวณตัวเลขในการรับและการจ่ายว่ามียอดเงินคงเหลือถูกต้อง เป็นประจำวัน 4. ทำการเก็บรักษาเงินตามกำหนดวงเงินและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เก็บรักษาไว้ได้ 5. ควบคุมดูแลให้มีการนำเงินที่เกินกว่าวงเงินที่กำหนดและเกินระยะเวลาเก็บรักษาส่ง ฝากคลัง หรือธนาคารในทันที 6. กรรมการรักษาเงิน ผู้ถือกุญแจภาชนะเก็บเงินจะต้องเก็บรักษาลูกกุญแจไว้กับตัวเสมอ ห้ามนำลูกกุญแจไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น 7. กรรมการผู้ถือลูกกุญแจ ต้องระมัดระวังมิให้ลูกกุญแจอันอยู่ในความคุ้มครองรักษาศูนย์ หายไป 8. ในกรณีที่ลูกกุญแจชำรุดศูนย์หายหรือกุญแจเกิดขัดข้อง หรือตรวจพบข้อบกพร่อง กรรมการรักษาเงิน ผู้ถือลูกกุญแจจะต้องรายงานนายกเทศมนตรีทราบเพื่อสั่งการต่อไป 9. ในตอนเย็นวันทำการ หลังจากตรวจตัวเงิน บรรดาหลักฐานการรับและการจ่าย ตลอดจนการคำนวณตัวเลขต่าง ๆ ที่ปรากฏในบัญชีเงินสดในวันนั้น ๆ เห็นว่า ถูกต้องตรงกับยอดเงินคง เหลือแล้วให้กรรมการร่วมกันนำเงินเข้าเก็บในเซฟหรือภาชนะที่จัดเก็บแล้วปิดกุญแจ กรรมการรักษาเงิน ผู้ถือกุญแจเก็บรักษาเงินต้องไขกุญแจปิดเปิดตู้เซฟหรือภาชนะเก็บเงินด้วยตนเองเสมอ ห้ามวานหรือมอบ หมายให้บุคคลอื่นไขกุญแจปิดเปิดแทนตน 10. เมื่อได้ทำการตรวจนับตัวเงินตลอดจนหลักฐานการรับและการจ่ายตามข้อ 9. เห็น ว่าถูกต้องแล้ว จึงลงนามการปฏิบัตินี้ไว้ในสมุดคุมยอดเงินคงเหลือประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามแบบท้าย ระเบียบนี้ 11. การนำออกจ่าย ให้กรรมการรักษาเงินร่วมกันเปิดเซฟหรือภาชนะเก็บเงินพร้อมกัน และมอบเงินให้หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีเพื่อทำการเบิกจ่ายต่อไป 12. ถ้ากรรมการรักษาเงินผู้ใด ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วยกรณีใดก็ตามจะต้องรายงาน ให้นายกเทศมนตรี หรือผู้รักษาการแทนทราบตามหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อแต่งตั้งกรรมการรักษาเงินชั่วคราว ขึ้นทำหน้าที่แทนกรรมการรักษาเงินผู้นั้นชั่วคราว โดยจะต้องมอบหมายงานในหน้าที่ให้แก่กันไว้เป็นหลักฐาน 13. ทุกวันที่มีการรับเงินและจ่ายเงิน ให้หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีรายงานถึง จำนวนเงินที่ได้รับมาและจ่ายไปตลอดจนเงินคงเหลือเงินฝากต่าง ๆ และเงินคงเหลือเป็นประจำวัน ตาม แบบท้ายระเบียบนี้ เพื่อนำเสนอนายกเทศมนตรี หรือผู้รักษาการแทนทราบทุกวัน 32. สำหรับหน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการหรือที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง มหาดไทยและได้แยกออกไปทำการรับจ่าย และรักษาเงิน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้น ตั้งกรรมการรักษาเงิน ไว้ ณ สำนักงานนั้น ๆ ขึ้นไม่น้อยกว่า 3 คนและต้องเป็นพนักงานสามัญคนหนึ่งในจำนวนนั้นจะต้องเป็น หัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชีหรือเจ้าหน้าที่การเงินโดยตำแหน่ง

ข้อ 33

ข้อ 33. หน่วยงานใด ๆ ของเทศบาลซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ และมีเงินรายได้เกิดขึ้น จะโดย เนื่องจากงานในหน้าที่ หรือไม่ก็ตาม เงินกินเปล่า เงินที่ผู้เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมอุทิศให้สูงกว่า พิกัดอัตราตามปกติ หรือเงินที่มีผู้อุทิศให้เพราะได้รับประโยชน์ตอบแทนจากเทศบาลในกรณีใด เหล่านี้เป็น ต้น ให้นำส่งเป็นเงินผลประโยชน์ของเทศบาลทั้งสิ้น ความในวรรคต้นนั้น ไม่ใช้บังคับในกรณีที่มีผู้อุทิศให้แก่เทศบาลเป็นการเฉพาะเจาะจงว่า ให้ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เงินซึ่งมีผู้อุทิศให้สร้างสุขศาลาเทศบาลหรือ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น และเมื่อได้ดำเนินการตามความประสงค์ของผู้อุทิศแล้ว หากมีเงินเหลือเท่าใด ให้นำส่งเป็นเงิน ผลประโยชน์ของเทศบาล

ข้อ 34

ข้อ 34. บรรดาเงินรายได้ หรือเงินอื่นใดของเทศบาลให้นายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาลหรือ ผู้รักษาการแทน และหัวหน้าหน่วยการคลังหรือสมุห์บัญชี หรือผู้รักษาการแทนหรือเจ้าหน้าที่การเงิน เป็น ผู้รับผิดชอบร่วมกันในการเก็บและรักษาเงินดังกล่าวนี้ หากปรากฏมีการทุจริตอันเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงิน ดังกล่าวนี้ขึ้นโดยการปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมการเก็บรักษาเงินตามระเบียบ หรือเพราะประมาท เลินเล่ออันวิญญูชนพึงกระทำในหน้าที่และฐานะเช่นนั้น ให้บุคคลดังกล่าวนี้ร่วมกันรับผิดชอบชดใช้เงินคืนให้แก่ เทศบาลจนครบภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 30 วัน การตรวจเงิน

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).