法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

และสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบหรือประกาศกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร

หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๓ ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๔ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

(๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๙ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และ

(๓) เป็นสินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้

(๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

(๒) ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น

อธิบดีอาจประกาศกำหนดให้บุคคลอื่นนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งมีสิทธิขอคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๓ ก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๕ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น และให้ผู้ขอยกเว้นภาษีดำเนินการตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี

(๒) กรณีขอคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร และเมื่อได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องแล้วตามข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามข้อ ๖ (๑) แล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอแต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

ในกรณีที่อธิบดีมีการอนุมัติให้นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าตามข้อ ๘ ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นผู้ขอยกเว้นภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในระหว่างรอส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจนำสินค้านั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า โดยต้องขออนุมัติต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

การนำสินค้าเข้าไปเก็บในและออกจากสถานที่เก็บสินค้าตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ทราบเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้น ทั้งนี้ อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก็ได้

ผู้ขอยกเว้นภาษีต้องจัดทำบัญชีแสดงการรับ - จ่ายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้าตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีขอคืนภาษี ให้ผู้ขอคืนภาษีส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้เสียภาษีสำหรับสินค้านั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าตามวรรคหนึ่งก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อมีการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้านั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนสถานที่เก็บสินค้า หรือสถานประกอบการก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอคืนภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามข้อ ๖ (๒) ถ้าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่เสียภาษีแล้วโดยการใช้แสตมป์สรรพสามิต ให้ผู้ขอคืนภาษีแกะลอกและทำลายแสตมป์สรรพสามิตภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานสรรพสามิต

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากปรากฏว่าสินค้าที่นำเข้าไปในสถานที่เก็บสินค้าหรือที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือจะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

ในกรณีสินค้าตามวรรคหนึ่งเป็นน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับหากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเสียภาษีของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ขอยกเว้นภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอยกเว้นภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๗ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งเป็นหนังสือแก่ผู้ขอยกเว้นภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ขอคืนภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๙ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

การขอรับคืนหรือการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

หรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้สินค้าดังต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) และ (๒)

(๑) เครื่องดื่มที่บริจาคแก่ประชาชนเป็นการสาธารณกุศล โดยผ่านส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือโดยผ่านองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

(๒) เครื่องดื่มที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือแก่องค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่ผู้นำเข้าประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามมาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง หากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ให้ผู้นำเข้าถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกับที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้าซึ่งประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๑๘ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีขอรับคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและสินค้าที่ขอรับคืนภาษี และเมื่อได้รับหลักฐานถูกต้องแล้วตามข้อ ๒๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น

(๒) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับคืนหรือได้รับยกเว้นภาษีก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๔) ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าเพื่อนำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือเพื่อไปต่างประเทศ ต้องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้าต่ออธิบดีโดยให้นำความในข้อ ๘ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ขอคืนหรือได้รับยกเว้นภาษี ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) หรือ (๒) ให้แจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว

(๒) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๓) ให้แจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ต่ออธิบดีภายในหกเดือนนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า

(๓) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๔) ให้แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมอากาศยานหรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเติมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในอากาศยานหรือเรือดังกล่าว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว

ผู้นำเข้าที่ขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ถ้าปรากฏสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษีให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า โดยให้นำความในข้อ ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอและไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีสำหรับสินค้าตามคำขอนั้น

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้อธิบดีเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคสองเป็นหนังสือแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และคำขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับนั้นให้ดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนในการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ จนกว่าจะแล้วเสร็จ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงและมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้สินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีในกรณีที่บริจาคให้แก่ประชาชนเป็นการสาธารณกุศลโดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล หรือที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล ต้องเป็นสินค้าที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งกำหนดให้การขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๐ กันยายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๓๒/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c67ce8a97f3bb160

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com