ข้อ ๒๑ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ขอคืนหรือได้รับยกเว้นภาษี ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) หรือ (๒) ให้แจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว
(๒) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๓) ให้แจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ต่ออธิบดีภายในหกเดือนนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า
(๓) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๔) ให้แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมอากาศยานหรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเติมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในอากาศยานหรือเรือดังกล่าว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว
ผู้นำเข้าที่ขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี