我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. 2560 หมวด ๑

ข้อ ๓–ข้อ ๑๕共 13 條

ข้อ ๓

ข้อ ๓ สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๓ ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ ๔ เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร (๒) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐๙ กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และ (๓) เป็นสินค้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือยังมิได้บริโภค

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้ (๑) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต (๒) ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยได้รับความยินยอมจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น อธิบดีอาจประกาศกำหนดให้บุคคลอื่นนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่งมีสิทธิขอคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๓ ก็ได้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๕ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น และให้ผู้ขอยกเว้นภาษีดำเนินการตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี (๒) กรณีขอคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร และเมื่อได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องแล้วตามข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีก็ได้

ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามข้อ ๖ (๑) แล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอแต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ในกรณีที่อธิบดีมีการอนุมัติให้นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าตามข้อ ๘ ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นผู้ขอยกเว้นภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลา ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในระหว่างรอส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ผู้ขอยกเว้นภาษีอาจนำสินค้านั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า โดยต้องขออนุมัติต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด การนำสินค้าเข้าไปเก็บในและออกจากสถานที่เก็บสินค้าตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ขอยกเว้นภาษีแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ทราบเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้น ทั้งนี้ อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก็ได้ ผู้ขอยกเว้นภาษีต้องจัดทำบัญชีแสดงการรับ - จ่ายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี ณ สถานที่เก็บสินค้าตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด และเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีขอคืนภาษี ให้ผู้ขอคืนภาษีส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้เสียภาษีสำหรับสินค้านั้น

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าตามวรรคหนึ่งก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อมีการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือขอคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้านั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีอาจขอขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนสถานที่เก็บสินค้า หรือสถานประกอบการก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอคืนภาษีสำหรับสินค้าที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามข้อ ๖ (๒) ถ้าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่เสียภาษีแล้วโดยการใช้แสตมป์สรรพสามิต ให้ผู้ขอคืนภาษีแกะลอกและทำลายแสตมป์สรรพสามิตภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากปรากฏว่าสินค้าที่นำเข้าไปในสถานที่เก็บสินค้าหรือที่จะส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือจะนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ในกรณีสินค้าตามวรรคหนึ่งเป็นน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมัน หรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับหากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การเสียภาษีของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ขอยกเว้นภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอยกเว้นภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๗ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๘ ข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้านั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งเป็นหนังสือแก่ผู้ขอยกเว้นภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ขอคืนภาษีที่ไม่ส่งสินค้าตามคำขอคืนภาษี ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาตามข้อ ๙ หรือฝ่าฝืนไม่กระทำการตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๑ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น การขอรับคืนหรือการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).