我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. 2560 หมวด ๒

ข้อ ๑๖–ข้อ ๒๔共 9 條

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้สินค้าดังต่อไปนี้เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) และ (๒) (๑) เครื่องดื่มที่บริจาคแก่ประชาชนเป็นการสาธารณกุศล โดยผ่านส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือโดยผ่านองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๒) เครื่องดื่มที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือแก่องค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่ผู้นำเข้าประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าตามมาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง หากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ให้ผู้นำเข้าถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกับที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีหรือผู้นำเข้าซึ่งประสงค์จะขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๑๘ ให้อธิบดีดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีขอรับคืนภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีและสินค้าที่ขอรับคืนภาษี และเมื่อได้รับหลักฐานถูกต้องแล้วตามข้อ ๒๑ ให้อธิบดีมีคำสั่งคืนภาษีสำหรับสินค้านั้น (๒) กรณีขอยกเว้นภาษี ให้อธิบดีมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี หากเห็นว่าถูกต้อง ให้อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ผู้ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้น เพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับคืนหรือได้รับยกเว้นภาษีก็ได้

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๔) ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าเพื่อนำไปใช้เติมอากาศยานหรือเรือเพื่อไปต่างประเทศ ต้องขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้าต่ออธิบดีโดยให้นำความในข้อ ๘ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ขอคืนหรือได้รับยกเว้นภาษี ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) หรือ (๒) ให้แจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์การสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว (๒) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๓) ให้แจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ต่ออธิบดีภายในหกเดือนนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่จำหน่ายสินค้า (๓) กรณีตามมาตรา ๑๐๗ (๔) ให้แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมอากาศยานหรือเรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์ซึ่งพนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้ไปต่างประเทศแล้ว ต่ออธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการเติมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในอากาศยานหรือเรือดังกล่าว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาจขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวก่อนครบกำหนดเวลาได้ แต่เมื่อรวมระยะเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พนักงานศุลกากรได้ปล่อยให้อากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศแล้ว ผู้นำเข้าที่ขอรับคืนภาษีตามมาตรา ๑๐๗ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ถ้าปรากฏสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้รับยกเว้นภาษีให้ถือว่าสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า โดยให้นำความในข้อ ๑๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้ถือว่าผู้นั้นละทิ้งคำขอและไม่มีสิทธิได้รับคืนภาษีสำหรับสินค้าตามคำขอนั้น ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑ ให้อธิบดีเพิกถอนคำสั่งยกเว้นภาษี และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ให้อธิบดีแจ้งคำสั่งเพิกถอนตามวรรคสองเป็นหนังสือแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง บทเฉพาะกาล

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และคำขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับนั้นให้ดำเนินการต่อไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนในการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงและมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้สินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีในกรณีที่บริจาคให้แก่ประชาชนเป็นการสาธารณกุศลโดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล หรือที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล ต้องเป็นสินค้าที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งกำหนดให้การขอคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๓๒/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).